
ตลาดหุ้นจะฟื้นตัวหลังเฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือน ธ.ค.
การขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ในช่วงทศวรรษที่ 90 ส่งผลลบต่อตลาดหุ้นค่อนข้างมาก โดยในรอบการขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้ง ในทศวรรษที่ 90 คือ ในเดือน ก.พ. 1994 และ เดือน มิ.ย. 1999 พบว่า ตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปปรับตัวลดลง 5-10% ภายในระยะเวลา 2 เดือนหลังจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรก ในขณะที่ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) รวมทั้ง SET ของไทยนั้น ลดลงแรงกว่ามากที่ราว 10-30% ภายใน 1-2 เดือนหลังการขึ้นดอกเบี้ย
การขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ในช่วงทศวรรษที่ 90 ส่งผลลบต่อตลาดหุ้นค่อนข้างมาก โดยในรอบการขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้ง ในทศวรรษที่ 90 คือ ในเดือน ก.พ. 1994 และ เดือน มิ.ย. 1999 พบว่า ตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปปรับตัวลดลง 5-10% ภายในระยะเวลา 2 เดือนหลังจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรก ในขณะที่ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) รวมทั้ง SET ของไทยนั้น ลดลงแรงกว่ามากที่ราว 10-30% ภายใน 1-2 เดือนหลังการขึ้นดอกเบี้ย
แต่ในการขึ้นดอกเบี้ยครั้งล่าสุด ตลาดหุ้นผันผวนน้อยลง เนื่องจากเฟดมีการสื่อสารกับตลาดมากขึ้น โดยการขึ้นดอกเบี้ยรอบล่าสุดในเดือน มิ.ย. 2004 นั้น ส่งผลต่อตลาดหุ้นน้อยกว่า 2 ครั้งก่อนค่อนข้างมาก โดยตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปปรับลดลงเพียงประมาณ 5% ภายใน 1 เดือนหลังขึ้นอัตราดอกเบี้ย และปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในเดือนต่อมา ส่วนตลาดหุ้นประเทศกำลังพัฒนาปรับฐานลงราว 15% ในช่วง 1-2 เดือนก่อนการขึ้นดอกเบี้ย และปรับตัวเพิ่มขึ้นได้หลังการขึ้นดอกเบี้ย
เรามองว่าเหตุที่การขึ้นอัตราดอกเบี้ยส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นน้อยลงนั้น ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่เฟดมีกลยุทธ์การสื่อสารกับตลาดได้ดีขึ้น เช่น เฟดเริ่มออกแถลงการณ์คณะกรรมการนโยบายการเงินหลังการประชุม (FOMC Statement) เป็นครั้งแรกในปี 1994 และเพิ่มการประเมินสภาวะเศรษฐกิจลงในแถลงการณ์ในปี 1999 หลังจากนั้นในปี 2002 เฟดได้เปิดเผยผลโหวตและจำนวนผู้ไม่เห็นด้วย (Dissents) กับมติของคณะกรรมการนโยบายการเงิน และในปี 2004 เฟดได้เริ่มสื่อสารถึงแนวโน้มการดำเนินนโยบายในอนาคต (Forward Guidance) เพื่อให้ตลาดได้ซึมซับข่าวการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการเงินได้ล่วงหน้า
เราเชื่อว่าผลกระทบต่อตลาดหุ้นของการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในรอบนี้จะยิ่งมีน้อยกว่าในปี 2004 เนื่องการสื่อสารของเฟดที่มีมาอย่างต่อเนื่อง และการคาดการณ์ของตลาดที่จับตามองการขึ้นดอกเบี้ยในครั้งนี้มาเป็นเวลานาน ได้ทำให้ตลาดหุ้นปรับฐานและสะท้อนผลกระทบของการขึ้นดอกเบี้ยไปมากแล้ว โดยในช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย.ตลาดหุ้นในประเทศพัฒนาแล้วได้ปรับฐานลงไปราว 10-15% และตลาดประเทศกำลังพัฒนาก็ได้ปรับฐานไปแล้วราว 20% เราเชื่อว่าการตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค.จะช่วยให้ตลาดคลายความกังวลต่อประเด็นดังกล่าว และหนุนให้ตลาดหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ต่อจากนี้







