posttoday
7 เส้นทางผ้าทอไทย จากชุมชนสู่ตลาดโลก

7 เส้นทางผ้าทอไทย จากชุมชนสู่ตลาดโลก

24 ธันวาคม 2558

หนึ่งในโครงการใหญ่ของศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ ศ.ศ.ป. ที่จะทำในปีนี้ คือ โครงการ 7 เส้นทางผ้าทอเอกลักษณ์ไทย สู่รายได้ชุมชน เพื่อร่วมโปรโมทผ้าทอไทย และกระตุ้นตลาดผ้าทอไทย พร้อมกับทำให้ลูกค้าในประเทศและต่างประเทศรู้จักมากขึ้น โดย 1 ใน 7 เส้นทางผ้าทอไทย ได้แก่ จ.อุทัยธานี และชัยนาท โดยมีการรวมกลุ่มทำผ้าทอที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผ้าทอไทยได้หลายเท่า กลายเป็นสินค้ายอดนิยมที่ลูกค้าสนใจ มียอดสั่งซื้อล่วงหน้ายาวเป็นปี

หนึ่งในโครงการใหญ่ของศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ ศ.ศ.ป. ที่จะทำในปีนี้ คือ โครงการ 7 เส้นทางผ้าทอเอกลักษณ์ไทย สู่รายได้ชุมชน เพื่อร่วมโปรโมทผ้าทอไทย และกระตุ้นตลาดผ้าทอไทย พร้อมกับทำให้ลูกค้าในประเทศและต่างประเทศรู้จักมากขึ้น โดย 1 ใน 7 เส้นทางผ้าทอไทย ได้แก่ จ.อุทัยธานี และชัยนาท โดยมีการรวมกลุ่มทำผ้าทอที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผ้าทอไทยได้หลายเท่า กลายเป็นสินค้ายอดนิยมที่ลูกค้าสนใจ มียอดสั่งซื้อล่วงหน้ายาวเป็นปี

“ชญทรรศ วิเศษศรี” ทายาทช่างศิลปหัตถกรรมปี 2556 ผลงานจากกลุ่ม “แต้มตะกอ” จ.อุทัยธานี โดยใช้ชื่อแบรนด์ว่า “แต้มตะกอ” (Taemtakor) ที่เข้ามาสืบทอดการทอผ้าจากคุณแม่ ทำให้ผ้าทอแต้มตะกอมียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 300% และมียอดการสั่งผลิตสินค้าล่วงหน้ายาวไปถึง 2 ปีข้างหน้า สิ่งสำคัญมาจากการปรับรูปแบบการผลิตใหม่ กลายเป็นจุดเด่นและเอกลักษณ์ สร้างสินค้าผ้าทอไทยให้เป็นสินค้าพิเศษ ที่ทุกคนต้องการและเป็นของสะสมที่มีมูลค่าสูง

การปรับการผลิตใหม่ ทั้งใช้เส้นใยจากไหม 100% ใช้การย้อมสีธรรมชาติ จากวัตถุดิบในท้องถิ่น ทำให้ได้สีแบบใหม่ที่แปลกตา ปรับวิธีการทำงานทุกอย่างให้ละเอียดขึ้น รวมทั้งมีขั้นตอนทำงานที่สะดวก ส่งผลให้ผ้าโบราณที่สืบทอดกันต่อมากว่า 200 ปี มีมูลค่าสูงมากขึ้น จุดสำคัญคือต้องคิดนอกกรอบทั้งหมด ทำให้กลายเป็นผ้าประยุกต์แบบใหม่

ขณะเดียวกัน ยังทำให้สมาชิกในกลุ่มส่วนใหญ่เป็นเครือญาติมีจำนวน 12 คน มีรายได้เพิ่มขึ้นหลายเท่า และทำตลาดผ่านออนไลน์ เว็บไซต์ www.taemtakor.com พร้อมกับเปิดหน้าร้านโชว์รูมที่ กทม. บริเวณประชาชนชื่น โดยมีราคาขายผ้าอยู่ที่ 2.5 หมื่นบาท/ผืน ราคาสูงสุด 4 แสนบาท/ผืน มีกำลังการผลิต 50 ผืน/ปี อีกทั้งทุกสัปดาห์จะมีลูกค้าต่างชาติเดินทางมาเยี่ยมชมที่กลุ่มด้วย

“ตลาดผ้าทอไทยไม่ตันและไม่มีวันตาย ตลาดอยู่ในช่วงกำลังเริ่มต้น เพราะกลุ่มรักผ้าไทยมีจำนวนมากขึ้น บางคนเลือกเก็บเป็นของสะสม รวมถึงคนรุ่นใหม่ก็อยากใส่ผ้าไทยสูงขึ้น” ชญทรรศ กล่าว

ส่วนอีกสินค้าผ้าทอเด่น จาก จ.ชัยนาท คือ “สมบูรณ์ สุดจันทร์พิพัฒน์” ครูช่างศิลปหัตถกรรมปี 2557 จากกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรทอผ้า จ.ชัยนาท ที่สืบทอดการทอผ้าแบบโบราณ อายุยาวนานเป็น 100 ปี ทำให้ผ้าทอลายโบราณเป็นสินค้าโอท็อประดับ 5 ดาว และมีผ้าขาวม้า 5 สี สินค้าสุดเด่นด้วย

สำหรับกลุ่มมีการรวมตัวเมื่อปี 2545 ที่ผ่านมา เพื่อรวมกลุ่มทอผ้า จากที่ผ่านมาจะเน้นทำการเกษตรเป็นหลัก ส่งผลดีให้กลุ่มมีรายได้เพิ่มขึ้น และมียอดส่งผลิตสินค้าล่วงหน้ายาวนาน และกลุ่มก็กำลังมีคนรุ่นใหม่เข้ามาสานต่อแล้ว

“อัมพวัน พิชาลัย” ผู้อำนวยการ ศ.ศ.ป. กล่าวว่า การทำ 7 เส้นทางดังกล่าว ต้องการสร้างให้นักท่องเที่ยวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติรู้จักเพิ่มขึ้น สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผ้าทอไทย และกระตุ้นการท่องเที่ยว รวมถึงสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ชุมชนต่างๆ โดยความนิยมใส่ผ้าไทยในปัจจุบันมีมากขึ้น มีมูลค่าตลาดผ้าไทยในประเทศมากกว่า 5.8 หมื่นล้านบาท เป็นตลาดที่โตสูงทุกปี รวมถึงแนวโน้มคนรุ่นใหม่ รวมถึงองค์กรเอกชน และหน่วยงานราชการ ก็มีความสนใจหันมาสวมใส่ผ้าทอมากขึ้น

ทั้งนี้ 7 เส้นทางผ้าทอไทย ได้แก่ เส้นทางสายที่ 1 เป็นเส้นทางภาคเหนือตอนบน ได้แก่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน เส้นทางสายที่ 2 ภาคเหนือตอนล่าง ได้แก่ แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย น่าน เส้นทางสายที่ 3 เป็นเส้นทางภาคกลาง ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี เส้นทางสายที่ 4 เป็นเส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ได้แก่ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ สกลนคร นครพนม

เส้นทางสายที่ 5 เป็นเส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ได้แก่ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ อุบลราชธานี เส้นทางสายที่ 6 เป็นเส้นทางภาคใต้ตอนบน ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ ตรังเส้นทางสายที่ 7 เป็นเส้นทางภาคใต้ตอนล่าง ได้แก่ สงขลา ปัตตานี นราธิวาส

เป็น 7 เส้นทางผ้าทอไทย ที่ช่วยปลุกตลาดผ้าทอและท่องเที่ยวไทย ช่วยกระตุ้นให้เกิดธุรกิจใหม่ ที่ต่อยอดจากผ้าไทยได้อีกมาก ยังมีโอกาสรออยู่ให้แก่คนที่สนใจในธุรกิจผ้าไทย

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง