
ลดภาษีช็อปปิ้ง
โดย...ชัตน์วรี [email protected]
โดย...ชัตน์วรี [email protected]
รัฐบาลสวมบทบาทเป็น “ซานต้า” แจกของขวัญ ล่าสุด ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ผู้ซื้อสินค้ากับผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ช่วงปลายปี 2558 สามารถนำหลักฐานการซื้อสินค้าหรือรับบริการ เป็นใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ มาขอลดหย่อนภาษีได้รวม 1.5 หมื่นบาท
พอเห็นวงเงินซื้อของ 1.5 หมื่นบาท ที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษี ก็ไม่ถือว่าเยอะเท่าใด แต่ก็พอที่จะปลุกกระแสให้อยากจะจับจ่ายใช้สอยได้
ว่าไปแล้ว โครงการนี้ถือว่ารัฐบาลเสียเงินงบประมาณไม่มากเท่าใด แต่ก็จูงใจให้คนเข้าระบบภาษีซื้อของต้องเรียกใบกำกับภาษี และเหมือนกับคืนกำไรให้กับผู้เสียภาษีที่แท้จริง
มาดูกันว่า หากนำค่าใช้จ่ายซื้อสินค้ามาหักลดหย่อนภาษีจะประหยัดเท่าใด
ทั้งนี้ ตามโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา อัตราภาษีอยู่ที่ 5-35 % นั่นหมายความว่า สามารถประหยัดเงินจ่ายภาษีได้ประมาณ 750-5,250 บาท
โครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ช่วงเงินได้สุทธิ 0-1.5 แสนบาท ได้รับการยกเว้นภาษี
150,001-3 แสนบาท อัตราภาษี 5%
300,001-5 แสนบาท อัตราภาษี 10%
500,001-7.5 แสนบาท อัตราภาษี 15%
750,001-1 ล้านบาท อัตราภาษี 20%
1,000,001-2 ล้านบาท อัตราภาษี 25%
2,000,001-4 ล้านบาท อัตราภาษี 30%
4,000,001 บาทขึ้นไป อัตราภาษี 35%
ตัวอย่างการคำนวณภาษีเงินได้
สมมติ นาย ก. มีรายได้ตลอดทั้งปี 3 แสนบาท หักค่าใช้จ่าย (40% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 6 หมื่นบาท) 6 หมื่นบาท ค่าลดหย่อนส่วนตัว 3 หมื่นบาท ค่าเบี้ยประกันชีวิต 1.2 หมื่นบาท เงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 1.8 หมื่นบาท หักเงินบริจาคตามที่จ่ายจริง 3,000 บาท
หักค่าลดหย่อนใช้จ่ายซื้อสินค้า 1.5 หมื่นบาท เท่ากับเหลือเงินได้สุทธิก่อนเสียภาษี 1.62 แสนบาท
สรุปต้องเสียภาษี ดังนี้
เงินได้ 1.5 แสนบาทแรก ยกเว้นภาษี และที่เหลือ 1.2 หมื่นบาท (ที่เกินจาก 1.5 แสนบาท) ภาษีอยู่ในช่วงอัตรา 5% (ระหว่าง 150,001-3 แสนบาท) เท่ากับว่าต้องเสียภาษี 600 บาท







