posttoday
การประมูลของรัฐ

การประมูลของรัฐ

23 ธันวาคม 2558

การประมูลคลื่น 1800 และ 900 MHz ของ กสทช. ได้สร้างความแปลกใหม่และดึงดูดความสนใจจากประชาชน จากการที่ราคาประมูลวิ่งไปแรงและไกลกว่าที่ทุกๆ คนจะจินตนาการถึง กระทั่งตัวผู้เข้าร่วมประมูลเองก็คงไม่คาดว่าราคาจะไปสิ้นสุดที่ราคาสูงขนาดนั้น โดยคลื่น 900 MHz ประมูลไปเมื่อเดือน พ.ย.ราคาเริ่มต้นประมูลที่ 15,912 ล้านบาท มี 2 ใบอนุญาต แต่ละใบมีอายุ 18 ปี และขนาดของคลื่น 15 MHz โดยราคาไปสิ้นสุดที่ 39,792 ล้านบาท (เฉลี่ยค่าใบอนุญาตตกปีละ 2,210 ล้านบาท)

การประมูลคลื่น 1800 และ 900 MHz ของ กสทช. ได้สร้างความแปลกใหม่และดึงดูดความสนใจจากประชาชน จากการที่ราคาประมูลวิ่งไปแรงและไกลกว่าที่ทุกๆ คนจะจินตนาการถึง กระทั่งตัวผู้เข้าร่วมประมูลเองก็คงไม่คาดว่าราคาจะไปสิ้นสุดที่ราคาสูงขนาดนั้น โดยคลื่น 900 MHz ประมูลไปเมื่อเดือน พ.ย.ราคาเริ่มต้นประมูลที่ 15,912 ล้านบาท มี 2 ใบอนุญาต แต่ละใบมีอายุ 18 ปี และขนาดของคลื่น 15 MHz โดยราคาไปสิ้นสุดที่ 39,792 ล้านบาท (เฉลี่ยค่าใบอนุญาตตกปีละ 2,210 ล้านบาท)

สำหรับใบแรกโดย TRUE เป็นผู้ชนะ ส่วนใบที่ 2 ไปสิ้นสุดที่ 40,986 ล้านบาท โดย AIS เป็นผู้ชนะ 2 ใบ รวมเป็นเงิน 80,778 ล้านบาท สูงกว่าราคาตั้งต้น 48,954 ล้านบาท คิดเป็นราคาที่เพิ่มขึ้น 153.83% โดยราคาประมูลที่สูงขึ้นมากเกิดจากการที่มีผู้เล่นรายใหม่อย่าง JAS ที่ต้องการเข้ามาทำธุรกิจการให้บริการมือถือด้วย เพื่อต่อยอดธุรกิจเดิมที่เป็นบรอดแบนด์ อินเทอร์เน็ต และไว-ไฟ ธุรกิจจะได้ครบถ้วนแข่งขันกับ TRUE และ AIS ที่มี 2 ธุรกิจนี้เช่นกัน และแนวโน้มการใช้งานในอนาคตของคนรุ่นปัจจุบันมีการใช้งานจากโมบายมากขึ้นเรื่อยๆ จากราคาของสมาร์ทโฟนที่ถูกลงเรื่อยๆ โดยมีประสิทธิภาพในการทำงานที่สูง

ปัจจุบันมือถือเครื่องเล็กๆ สามารถทำอะไรต่อมิอะไรได้น้องๆ โน้ตบุ๊กเลยทีเดียว บวกกับชีวิตที่เร่งรีบ และการชอบใช้โซเชียลมีเดียของคนไทยอย่างมากจนเราติดอันดับผู้ใช้ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และไลน์ในระดับโลกเลยทีเดียว ปริมาณการใช้ดาต้าผ่านมือถือมีอัตราเติบโตอย่างน่าตกใจมาโดยตลอด และยังมีแนวโน้มการเติบโตสูงขึ้นไปเรื่อยๆ จากความต้องการคุณภาพของภาพโดยเฉพาะวิดีโอที่มีความละเอียดสูงขึ้น ทำให้ 4จี ช่วยตอบโจทย์เหล่านี้ได้ดีขึ้น

ผู้เล่นหลักรายเดิม 3 ราย คือ AIS DTAC และ TRUE โดยเฉพาะรายที่ 1 และ 3 จึงได้แข่งขันประมูลราคาจนไปแตะระดับ 4 หมื่นล้านบาท เพื่อกีดกันผู้เล่นรายใหม่อย่าง JAS โดย DTAC ถอดใจตั้งแต่ราคา 10,504 ล้านบาท ในขณะที่ JAS สู้ยิบตาจนถึง 38,996 ล้านบาท (เมื่อผู้เสนอราคาสูงสุดที่ 14,625 ล้านบาท)

การประมูลคลื่น 900 MHz ที่เพิ่งจะจบไปเมื่อเร็วๆ นี้ ได้สร้างสถิติใหม่ของการประมูล คือใช้เวลาประมูลยาวนานถึง 66 ชม. ทำเอาประมูลคลื่น 1800 MHz เมื่อเดือน พ.ย.ที่ว่านานถึง 33 ชม. ชิดซ้ายไปเลย โดยคลื่น 900 MHz นี้มีอายุของใบประมูลเพียง 15 ปี และมีขนาดของคลื่นใบละ 10 MHz เท่านั้น โดยใบแรกจะใช้งานได้ไม่เต็ม 10 MHz โดยผู้ชนะคือ JAS คว้าใบอนุญาตแรกที่ 75,654 ล้านบาท (เฉลี่ยค่าใบอนุญาตปีละ 5,046.60 ล้านบาท) ในขณะที่ TRUE คว้าใบอนุญาตที่ 2 ไปที่ 76,298 ล้านบาท (เฉลี่ยค่าใบอนุญาตปีละ 5,086.56 ล้านบาท) ถ้าคิดต่อ MHz แล้ว JAS ประมูลแพงกว่า TRUE เสียอีก รวม 2 ใบทำรายได้เข้ารัฐไป 151,952 ล้านบาท

ทั้งนี้ เมื่อรวมใบอนุญาตคลื่น 1800 ที่ประมูลไปเมื่อเดือน พ.ย.อีก 2 ใบ จะเป็นรายได้เข้ารัฐทั้งสิ้น 232,730 ล้านบาท นับว่าน่าอัศจรรย์จริงๆ กับการประมูลของคลื่นที่จับต้องไม่ได้ แต่สามารถทำให้รัฐมีรายได้มากขนาดนี้ เอาไปทำรถไฟฟ้าได้ถึง 3 สายเลยทีเดียว หวังว่ารัฐคงจะนำเม็ดเงินนี้ไปใช้จ่ายได้อย่างคุ้มค่า ไม่นำไปตำน้ำพริกละลายน้ำ ควรจะใช้ในโครงการที่สร้างสาธารณูปโภคเพื่อความสะดวกสบายของประชาชนและนักลงทุน

จากผลลัพธ์ที่ได้จากการประมูลครั้งนี้ ควรจะชี้ทางสว่างให้กับหน่วยงานรัฐอื่นๆ ที่ควรจะจัดให้มีการประมูลในโครงการที่มีมูลค่าตั้งแต่ 5,000 ล้านบาท ใจจริงอยากให้เป็นตั้งแต่ 1,000 ล้านบาท ต้องมีการจัดการประมูลในลักษณะแบบนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการใหญ่ๆ แบบรถไฟฟ้า รถไฟทางคู่ ฯลฯ ที่เราจะมีการจัดการประมูลในปีหน้า

ถ้าทำให้โปร่งใสแบบที่ กสทช.ทำในคราวนี้ และเปิดโอกาสให้ต่างชาติสามารถเข้าประมูลได้อย่างเต็มที่ จะทำให้ราคาของแต่ละโครงการของรัฐจะมีราคาที่ถูกลง ซึ่งเรากำลังจะมีโครงการมากมายในปีหน้าด้วย ควรจะประหยัดเงินรัฐไปได้อีกโข และจะทำให้ประเทศไทยในสายตาของชาวโลกเป็นประเทศที่มีการแข่งขันแบบยุติธรรม จะทำให้เมื่อจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยก็จะมีการไต่อันดับที่สูงขึ้น ประชาชนก็จะมีความกินดีอยู่ดีมากขึ้น ต่างชาติเข้ามาลงทุนมากขึ้น ต้นทุนสินค้าและบริการจะถูกลงจากการแข่งขันอย่างเสรี ไม่ใช่การฮั้วราคาแบบในอดีต ทำให้แต่ละโครงการของรัฐแทนที่จะราคาถูกกลับกลายเป็นแพง เพราะว่ารายใหญ่ไม่กี่รายฮั้วราคากัน

กลับมาที่การแข่งขันในธุรกิจการให้บริการมือถือคงจะมีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากมีรายใหม่เข้ามา อย่างไรก็ตามการรับน้องใหม่โดยแข่งขันประมูลบ้าเลือดไปถึงระดับราคาที่สูงปรี๊ดขนาดนั้น คงทำให้ต้นทุนค้ำคอ JAS ที่เริ่มจากศูนย์และยังต้องเตรียมเงินสำหรับสร้างเครือข่าย น่าจะไม่ทำให้เกิดการแข่งขันที่รุนแรงมากแบบที่คนในตลาดหุ้นเกรงกัน อนึ่ง ตัวผู้บริหาร JAS ย่อมซาบซึ้งดีกว่าเพื่อนในกรณี TT&T ที่ประมูล FIXED LINE (โทรศัพท์พื้นฐานในอดีต) แล้วผลลัพธ์เป็นอย่างไร อย่างที่เราเห็นๆ กัน แต่บอกได้คำเดียวว่า งานนี้ JAS เหนื่อยสุดครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท