
ลุ้นวันนี้หุ้นรีบาวด์ กลุ่มพลังงานหนุน แรงซื้อLTF-RMF
นักวิเคราะห์คาดวันนี้หุ้นมีโอกาสรีบาวด์ สื่อสารทรงตัว แรงซื้อ LTF-RMF หนุน
นักวิเคราะห์คาดวันนี้หุ้นมีโอกาสรีบาวด์ สื่อสารทรงตัว แรงซื้อ LTF-RMF หนุน
ตลาดหุ้นวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา ผันผวนสูงจากดัชนีที่ดีดขึ้นสูงสุดมากกว่า 14.5 จุด สุดท้ายติดลบ 2.78 จุด ปิดที่ระดับ 1,261.66 จุด โดยนักลงทุนต่างชาติขายหนักมือ 5,931 ล้านบาท ขณะที่สถาบันในประเทศกลับมาซื้อถึง 3,574 ล้านบาท
นักวิเคราะห์เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นผันผวนสูงตามความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นสื่อสาร แต่โชคดีได้ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าที่ดีดขึ้นเหนือ 36 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล มาช่วย ระหว่างชั่วโมงการซื้อขายหุ้น ทำให้นักลงทุนเข้าไปไล่ซื้อหุ้นพลังงาน นำโดยบริษัท ปตท. (PTT) สนับสนุนให้ราคาดีดขึ้นปิดที่จุดสูงสุดของวันที่ 240 บาท บวก 8 บาท หรือ 3.45% และช่วยประคับประคองตลาดหุ้นไม่ให้ทรุดหนัก
“คาดว่าราคาหุ้นพลังงานจะยืนได้ต่อเนื่องและแรงขายหุ้นสื่อสารน่าจะน้อยลง หลังจากหลายตัวร่วงแรงติดต่อกันวันที่สองและบางตัวกลับมาบวกได้แล้ว รวมถึงใกล้จะถึงสิ้นปี 2558 แล้ว และดัชนีที่ลดลงต่อเนื่องน่าจะจูงใจให้ผู้มีรายได้ประจำไปซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว หรือ LTF และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)” นักวิเคราะห์ กล่าว
นอกจากนั้น ยังเชื่อว่าราคาหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่อ่อนตัวลงมาก ขณะที่มีการคาดการณ์ว่าธนาคารใหญ่อย่างไทยพาณิชย์ (SCB) ธนาคารกรุงเทพ (BBL) และธนาคารกสิกรไทย (KBANK) มีโอกาสที่จะสนับสนุนสินเชื่อในการลงทุนโครงข่ายและใบอนุญาต 4จี น่าจะสนับสนุนให้นักลงทุนเข้ามาทยอยซื้อเก็บ เพื่อหวังการฟื้นตัวของกำไรในปี 2559 และกลุ่มนี้ยังให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ดีกลุ่มหนึ่งเช่นกัน
ขณะเดียวกันตลาดหุ้นเอเชียน่าจะทรงตัว หรือมีโอกาสดีดขึ้นได้หลังประเทศจีนประกาศจะเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในปีหน้า เพื่อประคับประคองเศรษฐกิจ ซึ่งน่าจะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สนับสนุนให้ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้น
นายชนะชัย ลีนะบรรจง ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท อีเอ็มซี (EMC) รายงานว่า เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2558 ได้หุ้น EMC จำนวน 7.78% ส่งผลให้มีหุ้นทั้งหมด 11.69% วันเดียวกัน นายชินชัย ลีนะบรรจง ซื้อหุ้น EMC จำนวน 8.91% ทำให้มีหุ้นจำนวน 12.45% และบริษัท แคปปิทอล เอ็นจิเนียริ่ง เน็ตเวิร์ค (CEN) ที่มีนายชนะชัยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดจำนวน 24.71% ก็ซื้อหุ้น EMC จำนวน 5.71% ส่งผลให้มีหุ้นจำนวน 7.83%
อย่างไรก็ตาม ภาวะตลาดหุ้นที่ยังคงอ่อนไหว กดดันตลาด และราคาหุ้นบางตัวจึงเป็นโอกาสให้โครงการซื้อหุ้นคืนทำงานต่อเนื่อง ล่าสุดวันที่ 22 ธ.ค. บริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ (PRANDA) ซื้อหุ้นจำนวน 188,300 หุ้น ราคาหุ้นละ 4.90-4.96 บาท เป็นเงิน 927,538 บาท ถึงปัจจุบันซื้อหุ้นแล้วทั้งสิ้น 3,511,000 หุ้น คิดเป็น 0.86% เป็นเงินทั้งหมด 17,229,266 บาท
ด้าน การซื้อขายหุ้นบริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) แม้นักลงทุนจะผิดหวังกับมติของคณะกรรมการตรวจสอบในการดูแลเรื่องการมีบรรษัทภิบาลของบริษัท แต่ราคาหุ้นกลับบวกได้ 1 บาท หรือ 2.48% ปิดที่ี่ 41.25 บาท







