
'ตราด'ขยายด่านหาดเล็ก รับเปิดเออีซี
โดย...จักรกฤชณ์ แววคล้ายหงษ์
โดย...จักรกฤชณ์ แววคล้ายหงษ์
แม้จะได้รับงบประมาณจากรัฐบาลมากว่า 50 ล้านบาท แต่ด้วยปัญหาการปักปันเขตแดนไทย-กัมพูชา ที่ยังไม่มีความชัดเจน ทำให้โครงการปรับปรุงด่านพรมแดนบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ตรงข้ามจังหวัดเกาะกงของกัมพูชาต้องล่าช้ามาเป็นเวลานาน เนื่องจากสภาความมั่นคงแห่งชาติได้มีมติให้ชะลอการก่อสร้างออกไปก่อนเนื่องจากเกรงจะเกิดปัญหาขึ้นระหว่างประเทศเนื่องจากเขตแดนไม่ชัดเจน
แต่กำหนดการเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในอีกไม่กี่วันนับจากนี้ ประกอบกับการพัฒนาทั้งฝั่งไทยและกัมพูชาขยายตัวอย่างรวดเร็ว จนเส้นทางคมนาคม และที่ทำการเดิมของด่านบ้านหาดเล็กไม่สะดวกต่อการเดินทางติดต่อของทั้งสองประเทศ ที่ประชุม จ.ตราด จึงมีมติให้ขยายถนน พร้อมทั้งสร้างที่ทำการใหม่ แต่เป็นแบบชั่วคราวไปก่อน
ชาญนะ เอี่ยมแสง ผวจ.ตราด กล่าวหลังจากประชุมร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ศุลกากร ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง นาวิกโยธิน แขวงทางหลวงตราด และสำนักงานโยธาธิการและผังเมือง เพื่อปรับปรุงด่านพรมแดนบ้านหาดเล็ก ว่า จากการที่อดีต ผวจ.ตราด ได้หารือกับจังหวัดเกาะกง และที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีกัมพูชา เห็นตรงกันที่จะขยายถนนจาก 2 เลน เป็น 4 เลน และสร้างอาคารชั้นเดียวแบบที่ไม่มีอาคารถาวร
“อาคารที่จะสร้างใหม่สำหรับด่านศุลกากรและตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งทางจังหวัดเกาะกงเห็นด้วย และขอให้นำแบบแปลนที่ทำเสร็จแล้วเพื่อไปพิจารณา หากไม่มีปัญหาก็จะดำเนินการของบจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง”
ผวจ.ตราด กล่าวว่า มอบหมายให้สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดตราด ออกแบบโครงสร้างของอาคารเพื่อของบประมาณจากกรมศุลกากรหรือกลุ่มจังหวัดในภาคตะวันออกมาก่อสร้าง ซึ่งใช้งบประมาณ 6 ล้านกว่าบาทเท่านั้น เพื่อให้ส่วนราชการชายแดน ทั้งตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรให้บริการประชาชนได้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งป้อมของทหารจะดำเนินการออกแบบให้สอดคล้องกันด้วย หากสามารถได้งบประมาณในปี 2559 จะเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าไม่ได้ก็จะใช้งบประมาณของทางจังหวัดเองที่อาจจะต้องเลยไปในปี 2560”
ด้าน วีระศักดิ์ ฤทธิเดช โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดตราด กล่าวว่า ผังที่ได้ออกแบบไว้แต่ละด้านนั้นถนนจะมีความกว้าง 12 เมตร และเป็น 4 เลน รถยนต์ขนาดใหญ่สามารถสวนทางกันได้ ขณะที่ประชาชนที่เดินทางเข้าออกจะมีช่องทางแยกออกมาไม่ปะปนกัน มีถนนคอนกรีตยาว 60 เมตร พร้อมท่อระบายน้ำ ทางเดินเท้า ไฟฟ้าส่องสว่าง และอาคาร 2 อาคาร รวมมูลค่า 6.406 ล้านบาท ซึ่งที่ทำการของทั้งศุลกากรและตรวจคนเข้าเมืองจะมีพื้นที่ใช้สอยที่มากกว่าเดิม







