
คัมแบ็ก
ใกล้ปีใหม่เข้ามาแล้ว แต่บรรยากาศเตรียมฉลองปีใหม่และคริสต์มาสในหลายประเทศยังไม่ค่อยคึกคักกันนัก ส่วนใหญ่ยังเป็นเพราะปัจจัยกดดันเรื่องเงินๆ ทองๆ ที่ค่อนข้างฝืดเคืองในปีนี้
ใกล้ปีใหม่เข้ามาแล้ว แต่บรรยากาศเตรียมฉลองปีใหม่และคริสต์มาสในหลายประเทศยังไม่ค่อยคึกคักกันนัก ส่วนใหญ่ยังเป็นเพราะปัจจัยกดดันเรื่องเงินๆ ทองๆ ที่ค่อนข้างฝืดเคืองในปีนี้
แต่ที่เพื่อนบ้านอินโดนีเซียยิ่งหนักกว่า เพราะกำลังมีข่าวตกเป็นเป้าก่อการร้ายในช่วงสิ้นปีนี้ จนทางการต้องระดมกำลังทหารตำรวจถึง 1.5 แสนนาย ตรึงกำลังรักษาความปลอดภัยทั่วประเทศอย่างเข้มงวด
ใช้กำลังคนขนาดนี้ย่อมไม่ได้มาเล่นๆ แม้จะเพื่อย้ำความมั่นใจให้คนในประเทศ แต่ก็สะท้อนด้วยว่าการรุกคืบของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) ในอินโดนีเซียและภูมิภาคอาเซียนเป็นเรื่องที่น่ากังวลจริงๆ
อินโดนีเซียดูจะกังวลเรื่องนี้มากกว่าใครเพื่อน มากกว่าฟิลิปปินส์ที่มีทั้งไอเอส ทั้งกลุ่มอาบูซัยยาฟ มากกว่ามาเลเซียที่เป็นพื้นที่สำคัญของกลุ่มก่อการร้ายเหมือนกัน และมากกว่าไทยที่เจอคำเตือนเรื่องไอเอสจากรัสเซียเหมือนกัน และยังไม่สามารถคลี่คลายปมเหตุระเบิดแยกราชประสงค์ให้กระจ่างได้
เพราะอินโดนีเซียเจอเหตุก่อการร้ายที่หนักหนาสาหัสมาก่อน จากยุคของกลุ่มเจมาห์ อิสลามิยาห์ (เจไอ) กับเหตุระเบิดบาหลีปี 2003 ที่มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 200 คน ทำเอาการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจซึมไปพักใหญ่
หลังจากที่ปราบเจไอได้แทบจะราบคาบ เพราะทั้งจับเป็นและจับตายแกนนำสำคัญๆ จนสงบมาได้นับสิบปี ก็ต้องมาเจอเหล้าเก่าในขวดใหม่กับไอเอสที่ทางการออสเตรเลียเตือนมาว่า ไอเอส มีเป้าหมายสถาปนาอินโดนีเซียให้เป็นรัฐคอลิฟะห์ที่ปกครองด้วยกฎหมายชารีอะห์อย่างเข้มงวด
ถึงคนอินโดนีเซียสมัยใหม่จำนวนมากจะมีแนวคิดสายกลาง ไม่ใช่พวกสุดโต่ง และเปิดรับวัฒนธรรมใหม่ๆ ซึ่งคนอินโดนีเซียที่รู้จักหลายคนก็เป็นมุสลิมที่น่ารักและสนุกสนานเฮฮา แต่ความที่มีประชากรจำนวนมาก 250 ล้านคน และเป็นประเทศหมู่เกาะก็ทำให้ยากที่จะควบคุมได้ในทางปฏิบัติจริง
ทางการอินโดนีเซียเคยยอมรับก่อนหน้านี้ว่า เป็นกังวลกับภัยก่อการร้ายยุคใหม่ โดยเฉพาะพวกไอเอสที่ผ่านการฝึกจริงในตะวันออกกลาง และกลับมาปฏิบัติการในพื้นที่แถบอาเซียน พวกนี้มีจำนวนประมาณ 600-800 คน และเจ้าหน้าที่เชื่อว่า มีคนอินโดนีเซียที่ให้การสนับสนุนคนพวกนี้ถึงราว 1,000 คน ทำให้ต้องตื่นตัวรับมือกับปัญหานี้จริงๆ โดยเฉพาะในยุคที่อินโดนีเซียจำเป็นต้องเปิดรับการเข้ามาของทุนต่างชาติในยุคเปิดเสรีเออีซี
ที่น่ากังวลก็คือ ปัญหานี้ไม่ได้กระจุกตัวที่ใดที่หนึ่ง แต่กระจายตัวทั่วถึงกันในยุคเออีซีไร้พรมแดนด้วยเหมือนกันค่ะ







