posttoday
จับตาแบงก์ชาติ ใช้บาทอ่อนหนุนส่งออก

จับตาแบงก์ชาติ ใช้บาทอ่อนหนุนส่งออก

23 ธันวาคม 2558

ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2559 มีโอกาสติดลบต่อเนื่องจากปีนี้ ทำให้ต้องจับตาการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่อาจจะใช้นโยบายการผ่อนคลายเงินทุนเคลื่อนย้าย แทนการใช้นโยบายการเงินหรือการลดดอกเบี้ย

ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2559 มีโอกาสติดลบต่อเนื่องจากปีนี้ ทำให้ต้องจับตาการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่อาจจะใช้นโยบายการผ่อนคลายเงินทุนเคลื่อนย้าย แทนการใช้นโยบายการเงินหรือการลดดอกเบี้ย

อมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ปีหน้าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังมีโอกาสจะติดลบต่ำกว่ากรอบล่างที่ 1% ของกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อที่ ธปท.กำหนดที่ 2.5% เนื่องจากปีหน้าราคาน้ำมันจะเฉลี่ยอยู่ที่ 45 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล

การที่เงินเฟ้ออาจจะติดลบจะมีผลกระทบต่อการบริโภคในประเทศในปีหน้าด้วย ทำให้ต้องจับตาการดำเนินนโยบายการเงินของ ธปท. ที่อาจจะเห็นการผ่อนคลายเงินทุนเคลื่อนย้ายไปต่างประเทศเพิ่มเติมจากปัจจุบัน เพื่อสนับสนุนให้อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ในทิศทางอ่อนค่าลงช่วยภาคการส่งออก

“แม้ว่าสหรัฐจะขึ้นดอกเบี้ยก็ตาม แต่หลายประเทศพบปัญหาความสามารถในการส่งออกลดลง จึงอาจจะต้องลดค่าเงินเพื่อสนับสนุนความสามารถในการแข่งขัน ฉะนั้น เงินบาทก็มีโอกาสอ่อนค่าลงได้เช่นกัน ต้องจับตาการทำนโยบายของ ธปท.ให้ดี ว่าอาจจะไม่ลดดอกเบี้ย แต่อาจจะใช้มาตรการผ่อนคลายเงินทุนเคลื่อนย้ายเพื่อสนับสนุนให้เงินบาทอ่อนค่าไปตามภูมิภาคหนุนการส่งออก” อมรเทพ ระบุ

ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ยังคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีหน้าขยายตัว 3.3% ดีกว่าปีนี้ที่ 2.7% โดยปัจจัยสนับสนุน คือ การเร่งขึ้นของการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ที่ออกมาในช่วงปลายปีนี้และต่อเนื่องถึงปีหน้า ขณะที่ราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มต่ำ คาดว่าจะเฉลี่ยอยู่ที่ 45 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ช่วยกำลังซื้อของประชาชนและภาคการท่องเที่ยวให้ขยายตัวต่อเนื่อง ส่วนการส่งออกปีหน้าคาดว่าจะโต 0% จากปีนี้ที่ติดลบต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจปีหน้าแม้จะดี แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงใน 5 ด้าน คือ 1.เศรษฐกิจจีนที่กำลังปรับโครงสร้างภายในที่อาจกระทบต่อการส่งออกไทยได้ 2.สินค้าโภคภัณฑ์และระดับราคาน้ำมันที่ต่ำกระทบต่อการส่งออกภาคการเกษตร และทำให้ราคาลดต่ำลง 3.อาจเกิดสงครามค่าเงิน เพราะแม้เศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัว แต่หลายประเทศยังไม่สามารถส่งออกได้ ทำให้จำเป็นต้องผ่อนคลายมาตรการเพิ่มเติมเพื่อให้แข่งขันชิงส่วนแบ่งการตลาดในโลกให้ได้ จึงอาจจะเห็นการลดค่าเงิน 4.ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคธุรกิจจะกลับมาได้หรือไม่ และ 5.การแก้รัฐธรรมนูญจะสร้างความปรองดองให้กับประเทศได้จริงหรือไม่

หากภาวะเศรษฐกิจไม่เป็นอย่างที่คาดน่าจะมีอยู่ 3 ทาง หรือ 3 ยืม คือ 1.ยืมเพื่อนบ้านด้วยการดูแลค่าเงินให้อ่อน เหมือนยืมความมั่งคั่งของเพื่อนบ้านมาช่วยการส่งออก

2.ยืมกระเป๋าเงินเด็ก คือ การก่อหนี้ภาครัฐมากระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะเป็นภาระของเด็กๆ ลูกหลานในอนาคตเหมือนยืมเงินเด็กมาใช้ก่อน

และ 3.ยืมเงินตัวเอง คือเอาเงินในอนาคตมาใช้ จากการเร่งรัดการลงทุนของบีโอไอ จะทำให้เอกชนเตรียมนำเงินลงทุนในอนาคตมาลงทุนในวันนี้ได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท