
ออมผ่านบัตรเครดิต
เมื่อเร็วๆ นี้ ได้รับโทรศัพท์เชิญชวนเข้าโครงการพิเศษสำหรับลูกค้าชั้นดีของบัตรเครดิต... โดยได้รับการคัดเลือกเฉพาะ 1,000 ท่านแรก มอบของขวัญพิเศษช่วงปีใหม่ ให้รับผลตอบแทนสูงสุด 10% ต่อปี สูงกว่าฝากเงินกับธนาคารพาณิชย์
เมื่อเร็วๆ นี้ ได้รับโทรศัพท์เชิญชวนเข้าโครงการพิเศษสำหรับลูกค้าชั้นดีของบัตรเครดิต... โดยได้รับการคัดเลือกเฉพาะ 1,000 ท่านแรก มอบของขวัญพิเศษช่วงปีใหม่ ให้รับผลตอบแทนสูงสุด 10% ต่อปี สูงกว่าฝากเงินกับธนาคารพาณิชย์
พนักงานพูดแนะนำ โครงการนี้ไม่ต้องฝากเงิน ขอแค่มีบัตรเครดิต… ถือเป็นการออมเงินผ่านบัตรเครดิต โดยออมขั้นต่ำผ่านบัตรเพียงเดือนละ 2,400 บาท โดยไม่ต้องจ่ายเงิน
พอสิ้นปีที่ 2 จะได้รับผลตอบแทน 2,400 บาท คิดเป็นผลตอบแทน 10% แบบนี้ไปตลอดเรื่อยๆ โดยจะต้องออมเป็นเวลา 7 ปี สุดท้ายแล้วได้ผลตอบแทนรวมประมาณ 265% และผลตอบแทนไม่เสียภาษี
ฟังคร่าวๆ ก็เหมือนว่าผลตอบแทนดีมากๆ น่าสนใจ แต่สิ่งที่พนักงานพูดไม่หมดว่านั่น คือ “การซื้อประกัน แบบออมทรัพย์” โดยให้หักเงินผ่านบัตรเครดิตนั่นเอง
ไล่ซักถามไปมาก็ได้คำตอบว่า บริษัทประกันร่วมมือกับบัตรเครดิตให้ข้อมูลลูกค้ามา เพื่อโทรมาขายประกัน
จริงๆ “โครงการออมพิเศษ” นั้น เป็นการซื้อประกันผ่านบัตรเครดิตนั่นล่ะ แต่เปลี่ยนคำพูดใหม่เป็น “การออมเงินผ่านบัตรเครดิต” ให้ดูดีกว่าบอกว่าซื้อประกัน
ซึ่งถ้าเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย การซื้อประกันชีวิตด้วยการหักบัตรเครดิต
สำหรับคนที่ตั้งใจจะออมเงินด้วยการซื้อประกันก็ไม่ผิดหรือเสียหายอะไร แต่เราควรจะต้องศึกษาข้อมูลที่แท้จริง การจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตนั้น จะทำให้มีระยะเวลาในการชำระค่าเบี้ยประกัน ซึ่งหากรักษาวินัยทางการเงินได้ การออมเงินผ่านบัตรเครดิต หรือตั้งใจออมเงินจริงๆ ก็ดีทั้งนั้น
ข้อเสียก็มี เพราะถ้าเราไม่สามารถชำระเงินค่าบัตรเครดิตตรงตามระยะเวลาที่กำหนด ก็จะถูกคิดดอกเบี้ยปรับ 20-28% ซึ่งคงไม่คุ้มกับผลตอบแทนที่ได้
และหากยกเลิกไม่ส่งเงินต่อ หรือไม่ฝากต่อ ก็จะไม่ได้เงินคืนทั้งหมด มีการเวนคืนกรมธรรม์ ซึ่งไม่คุ้มแน่ๆ และที่บอกว่าฝาก 7 ปีไม่ต้องส่งแล้ว แต่กว่าจะได้เงินคืนทั้งหมด ต้องรอให้สัญญาครบกำหนด 15 ปีก่อน ซึ่งเมื่อรวมผลตอบแทนที่แท้จริงแล้วน่าจะได้ผลตอบแทนประมาณ 4%
ดังนั้น ก่อนตัดสินใจจะลงทุนอะไร ศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ อย่าหลงกับคำว่าผลตอบแทนสูง เพราะผลตอบแทนสูง ก็ย่อมมีความเสี่ยงสูงเช่นกัน







