posttoday
"SCBS" ชี้เป้า1,800

"SCBS" ชี้เป้า1,800

22 ธันวาคม 2558

บล.ไทยพาณิชย์ มองหุ้นปี 2559 ผันผวน ครึ่งปีแรก 1,600 ปลายปี 1,800 จุด ชูกลุ่มได้ประโยชน์หลังเปิดเออีซี

บล.ไทยพาณิชย์ มองหุ้นปี 2559 ผันผวน ครึ่งปีแรก 1,600 ปลายปี 1,800 จุด ชูกลุ่มได้ประโยชน์หลังเปิดเออีซี

นายอิสระ อรดีดลเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า มองดัชนีหุ้นไทยปี 2559 เคลื่อนไหวผันผวนสูงต่อเนื่อง ครึ่งปีแรกมีโอกาสจะเห็นหุ้นขึ้นไปถึง 1,600 จุด แต่ต้องใช้เวลาสักพัก เพราะเป็นช่วงที่รอหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องคลี่คลาย ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมันดิบที่ปริมาณอุปสงค์และอุปทานน่าจะเริ่มปรับสมดุล เพราะเศรษฐกิจโลกกำลังจะฟื้นตัวจนทำให้ความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น ขณะที่ปริมาณการผลิตโรงกลั่นก็ลดลง โดยที่ผ่านมาได้ปิดไปหลายแห่ง รวมถึงยังต้องรอดูเศรษฐกิจภายในประเทศจากการลงทุนของภาครัฐและเอกชน อีกทั้งยังได้ปัจจัยจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามาเพิ่มขึ้นทำลายสถิติทุกปี

อย่างไรก็ดี มองว่า ช่วงปลายปีมีโอกาสที่ดัชนีจะปรับขึ้นไปถึง 1,800 จุดได้ โดยมองแนวรับสำคัญ อยู่ที่ 1,200 จุด อัตราการเติบโตกำไรต่อหุ้นของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) อยู่ที่ 12% หรือกำไรสุทธิต่อหุ้นที่ 107 บาท เทียบกับราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น อยู่ที่ 15 เท่า จากปีนี้กำไรสุทธิต่อหุ้น อยู่ที่ 74 บาท 

"ปีหน้าจะโฟกัสเรื่องปัจจัยภายในประเทศเป็นหลัก ส่วนปัจจัยต่างประเทศให้น้ำหนักเรื่องประเทศที่มีรายได้จากการเป็นผู้ส่งออกราคาน้ำมันที่จะทำให้ราคาน้ำมันมีความผันผวนได้ แต่ก็เชื่อว่าราคาน้ำม้นจะปรับสมดุลได้ในช่วงครึ่งปีหลังที่ราคาเฉลี่ย อยู่ที่ 57-58 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล หรือขึ้นมา 10% จากราคาเฉลี่ยปีนี้ อยู่ที่ 51 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ถึงตอนนั้นหุ้นกลุ่มพลังงานจะกลับมาน่าสนใจ เพราะจะเริ่มมีกำไรจากสต๊อกน้ำมัน จากปีนี้น่าจะขาดทุนกว่า 6 หมื่นล้านบาท" นายอิสระ กล่าว 

สำหรับกรณีของการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หมดข้อสงสัยไปแล้ว คาดว่าเฟดจะใช้นโยบายการขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่มองว่ายุโรปกับญี่ปุ่นจะมีการอัดฉีดมาตรการเชิงคุณภาพ (คิวอี) ซึ่งทุกครั้งที่ใส่คิวอีจะส่งผลดีต่อหุ้น ส่วนเศรษฐกิจจีนก็ต้องมีมาตรการทำให้ตัวเองแข็งแกร่งเพื่อพิสูจน์ให้ได้ว่าเงินหยวนสามารถอยู่ในตะกร้าเงินของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ซึ่งแนวโน้มที่หยวนจะอ่อนค่ามีมากและก็จะส่งผลให้ค่าเงินของกลุ่มประเทศเกิดใหม่อ่อนค่าตามด้วย โดยมองว่าครึ่งปีแรกค่าเงินบาทไทยจะอ่อนตัวลงอยู่ที่ระดับ 37 บาท/เหรียญสหรัฐ หลังจากนั้นจะเริ่มแข็งค่ามากขึ้นในครึ่งปีหลัง

สำหรับหุ้นที่แนะนำให้ลงทุน อิงให้อยู่ในกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ตั้งแต่ปลายปีนี้ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศลำน้ำโขง (ซีแอลเอ็มวี) แนะนำให้ลงทุนในระยะยาวขึ้นไป คือ มากกว่า 6 เดือนขึ้นไป เพราะกลุ่มประเทศนี้เริ่มมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจ สังคมเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมเมืองมากขึ้น อายุเฉลี่ยกลุ่มแรงงานก็มีอายุน้อยกว่าเมืองไทย และมี บจ.ไทยที่เข้าไปลงทุนในซีแอลเอ็มวีเป็นจำนวนไม่น้อย ยกหุ้นน่าสนใจ 5 แห่ง คือ

บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) ซึ่งสายการบินต้นทุนต่ำจะมีการแข่งขันสูงที่ได้เปรียบเพราะการแข่งขันโลว์คอร์สในประเทศรุนแรงมาก ขณะที่มีเส้นทางบินในกลุ่มอาเซียนระหว่างกันมาก บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) หรือ AEONTS จากกำไรมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการขยายสินเชื่อได้มากขึ้น การตั้งสำรองลดลง และค่าใช้จ่ายตั้งสำรองที่ชะลอตัวลง และบริษัทตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากตลาดซีแอลเอ็มวีจาก 1% ในปัจจุบัน สู่ 10% ภายในปี 2563 หรือเติบโตเฉลี่ย 43% ต่อปี บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป (ERW) ซึ่งได้ประโยชน์จากการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ โดยมีโรงแรมหลากหลายกลุ่มที่กระจายตามหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัดไม่ใช่มีแต่โรงแรมห้าดาว ที่สำคัญคือราคายังปรับขึ้นน้อยกว่าราคาหุ้นกลุ่มโรงแรมอื่น

รวมถึง บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR) เป็นหุ้นที่น่าซื้อลงทุนในระยะยาว เพราะแนวโน้มกำไรแข็งแกร่ง โดยมีการวางแผนขยายโรงภาพยนตร์เท่าตัวจาก 517 โรงในปัจจุบัน สู่ 1,000 โรงในปี 2563 และมองว่าสัดส่วนรายได้จากตลาดซีแอลเอ็มวีจะเพิ่มขึ้นเป็น 20% ในปี 2563 จากปัจจุบันอยู่ที่ 3% และบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ที่ได้จากความต้องการใช้ปูนภายในประเทศที่จะมีความต้องการมากขึ้น จากการที่ภาครัฐจะเริ่มลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และ SCC ก็เป็นบริษัทแรกที่เข้าไปลงทุนกลุ่มลำน้ำโขง โดยตอนนี้สัดส่วนรายได้จากตลาดอาเซียนได้เพิ่มขึ้นเป็น 22% ในครึ่งปีแรกของปีนี้ เทียบจากปี 2549 อยู่ที่ 12% ขณะที่กำลังการผลิตใหม่ส่วนใหญ่ก็อยู่ในอาเซียนและเริ่มเดินเครื่องผลิตปี 2558-2560

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล