
"สกินแคร์" คึกโตยาว5ปี
ทูเดอะนายน์ ชี้ตลาดเครื่องสำอาง-สกินแคร์ เติบโตต่อเนื่องยาว 5 ปี จับตาเซ็กเมนต์ออร์แกนิกมาแรง
ทูเดอะนายน์ ชี้ตลาดเครื่องสำอาง-สกินแคร์ เติบโตต่อเนื่องยาว 5 ปี จับตาเซ็กเมนต์ออร์แกนิกมาแรง
น.ส.จิลมิกา เฉลิมสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทูเดอะนายน์ และบริษัท ฟราโครา ผู้นำเข้าเครื่องสำอางและสกินแคร์จากญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจสกินแคร์และเครื่องสำอางมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท ในอีก 5 ปี หรือระหว่างปี 2559-2563 ยังคงมีอัตราเติบโต 15-17% แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ แต่ตลาดสกินแคร์และเครื่องสำอางจะไม่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะเซ็กเมนต์ออร์แกนิกจะเป็นตลาดที่มาแรงทั่วโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน
ทั้งนี้ สินค้าออร์แกนิกในไทยในปี 2563 จะเพิ่มสัดส่วนจาก 25% เป็น 29.3% เนื่องจากผู้บริโภคต้องการสินค้าที่ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติและไร้สารเจือปน ขณะที่ในอินโดนีเซียสินค้าออร์แกนิกเริ่มเติบโตในทิศทางเดียวกับไทย นอกจากนี้ตลาดสกินแคร์สำหรับผู้ชายในเอเชียที่มีมูลค่ากว่า 7.5 หมื่นล้านบาท จะเติบโตสูงมาก โดยในไทยคาดว่า 3 ปีข้างหน้า ตลาดจะมีอัตราเติบโต 100% จากปีนี้เติบโตเพียง 7-8% โดยสินค้าที่มีศักยภาพในการเติบโต คือ กลุ่มผลิตภัณฑ์เซรั่มสำหรับผิวหน้าและกลุ่มเส้นผม
ขณะที่แผนธุรกิจปีหน้าบริษัทจะนำเข้าสินค้าอีก 10 รายการ จากปัจจุบันมีแบรนด์นำเข้าเกือบ 10 แบรนด์ โดยในกลุ่มผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกจากญี่ปุ่นจะเข้ามาทำตลาดในไทยเพิ่มสัดส่วนเป็น 10-15% จากปัจจุบันมีสินค้าแบรนด์ ไวท์ อิชิโกะ สกินแคร์ ทำตลาดออร์แกนิกในไทยด้วยกัน 5 รายการ มีสัดส่วน 5% ส่วนสินค้าสำหรับผู้ชายบริษัทจะนำเข้าเซรั่มแบรนด์ ฟราโครา พร้อมกับวางแผนส่งออกสินค้าไปจำหน่ายที่สิงคโปร์ โดยตั้งสำนักงานและทำตลาดในฮ่องกงผ่านการแต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย
“ตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ชายในจีนและฮ่องกง มีมูลค่ารวมกันถึงกว่า 4 หมื่นล้านบาทแล้ว ถือว่าเป็นตลาดที่ใหญ่มาก และเป้าหมายในอีก 2 ปีข้างหน้า บริษัทจะส่งออกผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเครื่องสำอางไปขยายตลาดที่อเมริกา จากการได้รับสิทธิให้เป็นตัวแทนจัดจำหน่ายสินค้าในอาเซียนและอเมริกา โดยกลยุทธ์สำคัญเน้นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมขั้นสูง อาทิ กลุ่มผลิตภัณฑ์ชะลอริ้วรอย” น.ส.จิลมิกา กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าผ่านทางออนไลน์ โดยได้พัฒนาเว็บไซต์ขึ้นมาเอง วางเป้าหมาย 5 ปี จะเป็นช่องทางสร้างรายได้หลักในสัดส่วน 50% และผ่านทางช่องทางร้านค้าปลีกเพื่อความงาม 50% จากปัจจุบันยอดขายผ่านทางออนไลน์มีเพียง 5% เท่านั้น สำหรับรายได้จนถึงสิ้นปีจะมีรายได้รวม 90 ล้านบาท หรือเติบโต 20% แต่ยังต่ำกว่าเป้าหมายที่คาดว่าจะสร้างรายได้แตะ 100 ล้านบาท ส่วนปีหน้าตั้งเป้ารายได้เติบโต 25% หรือมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท







