posttoday
ADVANC ร่วงเป็นโอกาสซื้อ

ADVANC ร่วงเป็นโอกาสซื้อ

21 ธันวาคม 2558

ประเด็นร้อนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา การประมูลคลื่น 900 MHz ที่เริ่มมีการประมูลมาตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค. 2558 ประมูลกันแสนจะดุเดือดเลือดพล่าน เคาะกันข้ามวันข้ามคืนจนถึงขณะที่ผู้เขียนนั่งพิมพ์บทความก็ยังประมูลกันไม่เสร็จ (ถึงรอบที่ 180 ราคาใบอนุญาตที่ 1 พุ่ง 69,858 ล้านบาท ใบที่ 2 ราคาเพิ่มเป็น 72,112 ล้านบาท)

ประเด็นร้อนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา การประมูลคลื่น 900 MHz ที่เริ่มมีการประมูลมาตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค. 2558 ประมูลกันแสนจะดุเดือดเลือดพล่าน เคาะกันข้ามวันข้ามคืนจนถึงขณะที่ผู้เขียนนั่งพิมพ์บทความก็ยังประมูลกันไม่เสร็จ (ถึงรอบที่ 180 ราคาใบอนุญาตที่ 1 พุ่ง 69,858 ล้านบาท ใบที่ 2 ราคาเพิ่มเป็น 72,112 ล้านบาท)

สำหรับสาเหตุที่การประมูลคลื่น 900 MHz ยืดเยื้อยาวนานแบบนี้ ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. ได้ปรับเงื่อนไขการชำระเงินที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมประมูลมีกระแสเงินสดเพียงพอที่จะเสนอราคาแข่งขันต่อได้ โดยเงื่อนไขการชำระเงินค่าประมูลคลื่น 900 MHz นั้นคือ งวดแรก ชำระ 8,040 ล้านบาท หรือ 50% ของมูลค่าคลื่นความถี่ที่ 16,080 ล้านบาท ภายใน 90 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งเป็นผู้ชนะการประมูล งวดที่สองชำระ 4,020 ล้านบาท หรือ 25% ภายใน 15 วัน เมื่อครบกำหนด 2 ปี นับแต่วันได้รับใบอนุญาต งวดที่สามชำระ 4,020 ล้านบาท หรืออีก 25% ภายใน 15 วัน เมื่อครบปีที่ 3 และงวดที่สี่ ชำระเงินส่วนที่เหลือทั้งหมดภายใน 15 วัน เมื่อครบกำหนดปีที่ 4

ขณะที่เงื่อนไขการชำระเงินค่าประมูลคลื่น 1800 MHz กำหนดให้ชำระเงิน 50% ของราคาประมูลสูงสุด ภายใน 90 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งเป็นผู้ชนะการประมูล จากนั้นชำระ 25% ของราคาประมูลสูงสุด ภายใน 15 วัน เมื่อครบกำหนด 2 ปี นับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต และชำระอีก 25% ของมูลค่าประมูลสูงสุด ภายใน 15 วัน ในปีที่ 3 นับแต่วันที่ที่ได้รับใบอนุญาต

จากเงื่อนไขดังกล่าวจะเห็นได้ว่าผู้ที่ชนะการประมูลจะมีภาระที่ต้องชำระเงินสดน้อยมากในช่วง 3 ปีแรก ซึ่งในช่วงเวลา 3 ปีแรก ผู้ประกอบการสามารถที่จะนำคลื่น 900 MHz ที่ได้มาไปดำเนินการทางธุรกิจ ซึ่งสุดท้ายน่าจะสร้างรายได้และกระแสเงินสดอิสระที่มากเพียงพอที่จะนำไปชำระค่าใบอนุญาตในปีที่ 4 (ประมาณกระแสเงินสดอิสระสะสมของ ADVANC ในช่วง 4 ปี น่าจะอยู่ที่ประมาณ 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งสะท้อนว่า ADVANC สามารถจ่ายค่าใบอนุญาตในปีที่ 4 ได้สูงกว่า 1 แสนล้านบาทส่วน DTAC ประมาณการกระแสเงินสดสะสมในช่วง 4 ปี จะอยู่ที่ 5.6 หมื่นล้านบาท จะเห็นได้ว่า DTAC อาจมีปัญหาหากราคาประมูลเกินกว่า 4 หมื่นล้านบาท และหากคิดที่ราคาประมูล 7 หมื่นล้านบาท/ใบ DTAC จะมีกระแสเงินสดติดลบในปีที่ 4 หนักทันที) ด้วยกลไกนี้จึงอาจเป็นหนึ่งในเหตุผลให้ผู้ประกอบการสู้ไม่ถอยและไม่เกี่ยงราคา เพราะเชื่อมั่นในเรื่องของผลประโยชนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

นอกจากเงื่อนไขที่ผ่อนคลายแล้ว เชื่อว่าการสู้ไม่ถอยของผู้เข้าประมูลน่าจะมาจากความต้องการคลื่นเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับตัวเอง พร้อมๆ กับการลดทอนศักยภาพของคู่แข่ง เพราะหาก DTAC ไม่สามารถประมูลคลื่น 900 MHz ดังกล่าวได้ DTAC จะมีปัญหาทันทีเมื่อสัมปทานคลื่น 1800 และ 800 MHz ที่มีอยู่ในมือต้องหมดอายุลงในปี 2561 และจะเหลือเพียงคลื่น 2100 MHz ซึ่งแน่นอนว่าจะไม่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งที่มีคลื่นในมือมากกว่า ส่วนแบ่งการตลาดจะต้องลดลงจากจำนวนลูกค้าที่ทำการย้ายค่ายไปหาผู้ให้บริการที่ดีกว่า DTAC จะสูญเสียตำแหน่งทางธุรกิจ เพราะฉะนั้นเกมการประมูลนี้จึงเป็นอะไรที่ดุเดือดฮาร์ดคอร์นรกแตกอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

ฝ่ายวิจัยประเมินว่า สุดท้ายก็ต้องประมูลจบ และผู้ที่จะได้ประโยชน์สูงสุดจากประมูลครั้งนี้คือ ADVANC ด้วยเพราะมีฐานเงินทุนที่แข็งแกร่งที่สุด ส่วนผู้ประกอบการรายอื่น ไม่ว่าจะประมูลได้หรือไม่ได้ ล้วนได้รับผลกระทบกันหมด เพราะฉะนั้นในยามที่ราคา ADVANC อยู่ต่ำกว่า 200 บาท แบบนี้จึงเป็นโอกาสในการเก็บสะสมเพื่อลงทุนระยะยาว

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน