posttoday
โค้งสุดท้าย วางแผนภาษี(จบ)

โค้งสุดท้าย วางแผนภาษี(จบ)

21 ธันวาคม 2558

สัปดาห์ที่แล้วพูดถึงการจัดเก็บภาษีอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งในช่วงเศรษฐกิจไม่ดีรัฐบาลแต่ละประเทศมีหน้าที่ต้องหารายได้เพิ่มมาพัฒนาประเทศเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ได้ยกตัวอย่างเรื่องของการปรับอัตราภาษีของประเทศอังกฤษ ในกรุงลอนดอนคือเมืองที่อสังหาริมทรัพย์มีราคาสูงสุดในโลก โดยล่าสุดเมื่อต้นปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนกฎหมายใหม่ให้ชาวต่างชาติต้องเสียภาษีจากการขายอสังหาริมทรัพย์ (Capital Gains Tax) ด้วย ซึ่งอัตราที่จัดเก็บจะอยู่ระหว่างร้อยละ 18 ถึง 28 ตามฐานภาษีของแต่ละคน โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย. 2558

สัปดาห์ที่แล้วพูดถึงการจัดเก็บภาษีอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งในช่วงเศรษฐกิจไม่ดีรัฐบาลแต่ละประเทศมีหน้าที่ต้องหารายได้เพิ่มมาพัฒนาประเทศเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ได้ยกตัวอย่างเรื่องของการปรับอัตราภาษีของประเทศอังกฤษ ในกรุงลอนดอนคือเมืองที่อสังหาริมทรัพย์มีราคาสูงสุดในโลก โดยล่าสุดเมื่อต้นปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนกฎหมายใหม่ให้ชาวต่างชาติต้องเสียภาษีจากการขายอสังหาริมทรัพย์ (Capital Gains Tax) ด้วย ซึ่งอัตราที่จัดเก็บจะอยู่ระหว่างร้อยละ 18 ถึง 28 ตามฐานภาษีของแต่ละคน โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่
วันที่ 5 เม.ย. 2558

ก่อนหน้านี้รัฐบาลอังกฤษก็ได้มีการปรับเพิ่มค่าอากรในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ (Stamp Duty) ด้วยเช่นกัน โดยปรับจากเดิมที่จัดเก็บในอัตราร้อยละ 5 สำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่า 1.5 ล้านปอนด์ขึ้นไป เป็นร้อยละ 12 เรียกได้ว่าช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดีรัฐบาลอังกฤษมีการเรียกเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมต่างๆ เพิ่มขึ้นจากทั้งผู้ซื้อและผู้ขายเลยทีเดียว

สัปดาห์นี้กลับมาต่อกันที่บ้านเราภาษีที่เกิดจากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องเสียในจำนวนที่ไม่น้อย มีอยู่ 2 รายการด้วยกัน รายการแรกก็คือภาษีธุรกิจเฉพาะในอัตราร้อยละ 3.3 ซึ่งสามารถหลีกเลี่ยงได้โดยการมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านของอสังหาริมทรัพย์นั้นเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี หรือไม่ก็ถือครองให้ได้อย่างน้อย 5 ปี ก่อนที่จะขาย รายการที่ 2 ก็คือภาษีจากการขายอสังหาริมทรัพย์ (Capital Gains Tax) นั่นเอง สำหรับการคำนวณภาษีนี้ในเมืองไทยค่อนข้างซับซ้อน เพราะจะใช้จำนวนปีที่ถือครองมาเป็นปัจจัยหลักในการคำนวณด้วย สรุปคือถ้าจำนวนปีที่ถือครองน้อยก็จะต้องเสียภาษีสูงกว่าถ้าถือครองอสังหาริมทรัพย์นั้นไปนานๆ โดยเฉพาะที่เกิน 5 ปี

ผมเชื่อว่าหลักการต่างๆ ที่รัฐบาลยุคก่อนๆ ตั้งขึ้นมาก็เพื่อสกัดกั้นการเก็งกำไรจากอสังหาริมทรัพย์นั่นเอง เราคงต้องมาลุ้นกันต่อว่าต้นปีหน้าภาษีมรดกที่ประกาศบังคับใช้จะมีการจัดเก็บเป็นอย่างไร แต่ที่น่ายินดีอย่างหนึ่งก็คือภาษีที่คิดนั้นจะคิดเฉพาะมูลค่ามรดกที่เกิน 100 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งจะไม่กระทบกับชนชั้นกลาง สำหรับราคาที่ดินนั้นจะใช้ราคาประเมินใหม่ที่ประกาศล่าสุดจากกรมธนารักษ์ ซึ่งราคาที่ดินในกรุงเทพฯ ปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 15 โดยพื้นที่บริเวณสีลมมีราคาประเมินสูงสุดที่ตารางวาละ 1 ล้านบาท จึงเป็นเหตุผลให้ธุรกรรมการโอนอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาส 4 ปีนี้ค่อนข้างคึกคัก

ปีนี้คงต้องรอดูตัวเลขจากกรมที่ดินอีกทีว่าค่าธรรมเนียมต่างๆ จากการโอนนั้นเก็บได้เพิ่มเท่าไหร่ คาดว่าน่าจะได้เม็ดเงินมาช่วยพัฒนาประเทศพอสมควร สำหรับท่านใดที่ต้องการทำธุรกรรมต่างๆ ก็ขอให้รีบดำเนินการหรือตรวจสอบวันเวลาทำการของหน่วยงานราชการต่างๆ ไม่เช่นนั้นแผนการจ่ายภาษีอาจจะไม่เป็นไปดังที่ตั้งใจไว้ก็ได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท