posttoday
ผ่าศักยภาพเวียดนาม ผนึกไทยยกกำลังสอง

ผ่าศักยภาพเวียดนาม ผนึกไทยยกกำลังสอง

21 ธันวาคม 2558

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

“10 ปีที่แล้ว จีดีพีเวียดนามเคยมีสัดส่วนเพียง 1 ใน 3 ของไทย ตอนนี้กลายเป็นแค่ครึ่งหนึ่งไปแล้ว”

นี่คือศักยภาพของเวียดนามที่ วิกรม กรมดิษฐ์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น พยายามชี้ให้ทุกคนในงานสัมมนา “กรุงเทพฯ-โฮจิมินห์ สะพานเศรษฐกิจแห่งอนาคต” ณ โฮจิมินห์ซิตี้ จัดโดย บริษัท โพสต์ พับลิชชิง บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ (เอพีเอ็ม) และบริษัท อมตะ วีเอ็น ได้เห็น

วิกรม ขยายความว่า 20 ปีที่ผ่านมา เวียดนามเดินหน้าประเทศอย่างมีศักยภาพและเสถียรภาพ ขณะที่ไทยเองในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา วนเวียนอยู่ภายใต้ความขัดแย้ง เชื่อว่าจีดีพีราวครึ่งหนึ่งน่าจะถูกใช้ไปเพื่อเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการโต้เถียงกัน

เวียดนามยังมีข้อดีอีกหลายอย่างที่ต่างจากมายาคติของคนไทย เช่น คนไทยอาจคิดว่าเวียดนามไม่ปลอดภัย แต่ความเป็นจริงเวียดนามปลอดภัยมาก จากการจัดคาราวานของบริษัท อมตะ คอร์ ปอเรชั่น ไปยังพื้นที่ต่างๆ ของเวียดนามเมื่อปี 2554 พบว่า เวียดนามมีกฎระเบียบและกฎหมายที่เข้มแข็ง ทำให้รู้สึกปลอดภัยกว่าไทยด้วยซ้ำ ทำให้เสถียรภาพและความปลอดภัยกลายเป็น “จุดขาย” สำคัญของเวียดนาม

เขาย้ำว่า ไม่ใช่เพียงเขาคนเดียวที่เห็นว่าเวียดนามมีศักยภาพ ก่อนหน้านี้ บิล เกตส์ ผู้ก่อตั้งบริษัท ไมโครซอฟท์ ของสหรัฐอเมริกา เคยเข้ามาบรรยายให้แก่นักศึกษาที่มหาวิทยาลัยฮานอย แล้วก็ประทับใจในศักยภาพ ความกระตือรือร้นของนักศึกษาเวียดนาม ทำให้ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟท์กลับมาแจกทุนการศึกษาให้แก่นักศึกษาเวียดนามตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ภาพรวมของทั้งสหรัฐก็เช่นเดียวกัน หลังจากวิกรมไม่ได้ไปสหรัฐมาร่วม 20 ปี แต่การไปครั้งล่าสุดเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ทำให้เขาพบว่า สินค้าในสหรัฐไม่ว่าจะเสื้อผ้าหรือสินค้าใดๆ ล้วนมีหลายแบรนด์ที่ “Made in Vietnam”

วิกรม มั่นใจว่า อีกไม่กี่ปีข้างหน้า มูลค่าการส่งออกของเวียดนามจะเติบโตปีละมากกว่า 10% เพราะโครงการความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการ (โอดีเอ) จากญี่ปุ่น เข้าสู่เวียดนามอย่างมหาศาลแล้วในปัจจุบัน

“ถ้ารัฐบาลญี่ปุ่นออกนโยบายแบบไหน ภาคธุรกิจของเขาก็จะพร้อมใจกันทำตาม นั่นทำให้นักธุรกิจญี่ปุ่นสนใจลงทุนในเวียดนามและกลายเป็นกลุ่มการลงทุนที่มีพลังสำคัญ อนาคตญี่ปุ่นจะเป็นกุญแจสำคัญในการเติบโตและการพัฒนาของเวียดนาม”

ด้าน สนั่น อังอุบลกุล ประธานสภาธุรกิจไทย-เวียดนาม วิเคราะห์ว่า 83.6% ของจีดีพีเวียดนามมาจากการส่งออก คล้ายโครงสร้างของประเทศไทย แต่ในปี 2558 นี้ เศรษฐกิจโลกมีปัญหา การส่งออกของไทยมีอัตราเติบโตลบ 5% ในทางตรงกันข้าม การส่งออกของเวียดนามยังเติบโตได้ 6.28% และปี 2559 ก็น่าจะยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ หากไทยและเวียดนามร่วมมือกัน สามารถก่อกำเนิดพลังแบบ “ยกกำลังสอง” ได้ เนื่องจากค่าแรงของเวียดนามคิดเป็นสัดส่วนเพียง 60% ของค่าแรงขั้นต่ำไทย เทคโนโลยีเวียดนามยังไม่ซับซ้อนมาก ไทยเองจึงสามารถเข้ามาเป็นพันธมิตรเพื่อช่วยเหลือเวียดนามด้านต่างๆ ได้

เบื้องต้นมีเหตุผลหลัก 4 ข้อที่ไทยสามารถผนึกกำลังกับเวียดนามได้ ได้แก่ 1.ไทยมีประสบการณ์ร่วมกับต่างชาติในหลากหลายด้าน 2.ไทยกำลังส่งเสริมการลงทุนไปต่างประเทศ ไม่ใช่แค่ในประเทศ เนื่องจากหลายปัจจัยทำให้ไทยเติบโตอย่างมีข้อจำกัด 3.ไทยมีผู้บริหารระดับสูงที่มีศักยภาพโดดเด่นจำนวนมาก มีเทคโนโลยีหลากหลาย แม้จะมีข้อมูลบอกว่าการวิจัยและการพัฒนา (อาร์แอนด์ดี) ของไทยยังไม่เข้มแข็งก็ตาม และ 4.คนไทยไม่เอาเปรียบคนอื่น ทำให้สามารถร่วมมือเป็นพันธมิตรกับเวียดนามได้ระยะยาว

อย่างไรก็ดี การลงทุนระหว่างไทยและเวียดนามจะเกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพได้ ต้องดำเนินการ 3 เรื่อง 1.สร้างบรรยากาศทางนโยบายที่ดีระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง ภาครัฐต้องเข้ามาเป็นผู้อำนวยความสะดวก ไม่ใช่ผู้ควบคุม เพื่อทำให้ธุรกิจคล่องตัว เช่น การอำนวยความสะดวกเรื่องภาษีซ้อน

2.เพิ่มศักยภาพระเบียงเศรษฐกิจ ต้นทุนโลจิสติกส์ระหว่างไทย-เวียดนามเป็นสิ่งสำคัญมาก หากกำลังการผลิตในประเทศหนึ่งไม่พอ ก็สามารถพึ่งพากำลังการผลิตในอีกประเทศหนึ่งแล้วเร่งขนส่งสินค้าระหว่างกันได้ 3.ส่งเสริมความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างประเทศ ภาครัฐและเอกชนต้องช่วยให้เกิดการจับคู่ธุรกิจอย่างจริงจัง

“ภาครัฐและสถาบันการเงินเล่าให้ฟังว่า แต่ละปีมีคณะจากไทยมาเยือนเวียดนามปีละนับพันคณะ แต่มาลงทุนจริงไม่ถึง 1% ต้องส่งเสริมให้จับคู่กัน ผนึกกำลังกันได้มากขึ้น”

เหงียนถั่นบิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลธุรกิจ หอการค้าและอุตสาหกรรมเวียดนาม (วีซีซีไอ) ประจำโฮจิมินห์ซิตี้ เล่าว่า ข้อมูลการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) สะสมเข้าสู่เวียดนามจนถึงเดือน ก.ย. 2558 พบว่า ไทยเข้ามาลงทุน 403 โครงการ รวมมูลค่า 6,988.87 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเป็นอันดับ 10 ในบรรดาเอฟดีไอจากชาติต่างๆ สู่เวียดนาม

ทั้งนี้ เวียดนามยินดีต้อนรับการลงทุนจากไทย และเชื่อว่าการลงทุนจากไทยเข้าสู่เวียดนามยังมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง โดยนักลงทุนไทยสามารถเข้ามารับโอกาสจากข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ต่างๆ ที่เวียดนามลงนามไว้ เช่น ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี)

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี