
คิดไร้กรอบ
ในสัปดาห์นี้จะมีการแถลงผลงานของรัฐบาลว่าที่ผ่านมาได้ดำเนินการแก้ปัญหาและเดินหน้าปฏิรูปประเทศไปแล้วอย่างไรบ้าง ซึ่งดิฉันคาดว่า สิ่งที่จะต้องถูกหยิบยกมาโชว์เป็นงานเด่นจะต้องมีเรื่องการลงทุนรวมอยู่ด้วย โดยเฉพาะสารพัดเมกะโปรเจกต์ เขตเศรษฐกิจพิเศษ โครงสร้างด้านคมนาคมขนส่งต่างๆ
ในสัปดาห์นี้จะมีการแถลงผลงานของรัฐบาลว่าที่ผ่านมาได้ดำเนินการแก้ปัญหาและเดินหน้าปฏิรูปประเทศไปแล้วอย่างไรบ้าง ซึ่งดิฉันคาดว่า สิ่งที่จะต้องถูกหยิบยกมาโชว์เป็นงานเด่นจะต้องมีเรื่องการลงทุนรวมอยู่ด้วย โดยเฉพาะสารพัดเมกะโปรเจกต์ เขตเศรษฐกิจพิเศษ โครงสร้างด้านคมนาคมขนส่งต่างๆ
แต่สิ่งที่ดิฉันอยากจะได้ยินได้ฟัง และคิดว่ามีความสำคัญต่อประเทศเราไม่แพ้โครงการลงทุนเหล่านี้ก็คือ “ความคืบหน้าการปฏิรูปการศึกษา” เพราะไม่มั่นใจว่า มาถึงตอนนี้ รัฐบาลชุดนี้ได้ดำเนินการอะไรไปแล้วบ้าง ที่จะสร้างความมั่นใจได้ว่า ไทยจะมีบุคลากรที่พร้อมจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาด้านต่างๆ ที่รัฐบาลวาดแผนไว้อย่างสวยหรู
เมื่อคิดถึงความพร้อมเรื่อง “คน” ทำให้นึกถึงความเห็นของผู้บริหารค่ายรถยนต์ทาทา กรุ๊ป สัญชาติอินเดีย ในประเทศไทยค่ะ
ผู้บริหารท่านนี้ชี้ว่า “ต้นทุน” จะเป็นความท้าทายสำคัญของประเทศไทยในอนาคต โดยเฉพาะหลังจากเปิดเสรีอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ต้นทุนการผลิตสินค้าในเมืองไทยเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่วนหนึ่งเกิดจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นอัตราเดียวกันหมดทั่วประเทศ
ผู้บริหารท่านนี้แนะนำว่า เมื่อลดค่าแรงไม่ได้แล้ว ก็จะต้องเพิ่มผลิตภาพของแรงงานแทน ต้องสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการผลิตในเมืองไทย ซึ่งก็คงเหมือนๆ กับที่หลายคนเคยแนะแนวทางไว้นะคะ
ซึ่งหนึ่งในกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ภาคธุรกิจเพิ่มมูลค่าสินค้าได้ก็คือ “นวัตกรรม” และเจ้านวัตกรรมจะมาจากไหนคะ ถ้าไม่ได้มาจาก “พลังความคิดและจินตนาการของคน”
การสร้างสรรค์นวัตกรรมคงเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าคนเราไม่ “คิดนอกกรอบ” คิดอะไรๆ ให้ต่างจากที่เคยทำกันมาตั้งแต่อดีต
เรื่องแบบนี้อาจสอนกันไม่ได้ แต่ “กระตุ้น” และสร้าง “บรรยากาศ” ที่เอื้อต่อการคิดนอกกรอบได้ค่ะ
โดยเฉพาะในแวดวงการศึกษา ที่จะต้องสร้างบรรยากาศการคิดนอกกรอบให้มากขึ้นกว่าเดิม กระตุ้นให้ผู้เรียนคิดแบบวิเคราะห์ กล้าคิดคำตอบที่แตกต่าง แต่ก็ต้องมีเหตุผลรองรับ ต้องกระตุ้นให้ผู้เรียนนำความรู้จากห้องเรียนมาเชื่อมโยงกับชีวิตนอกห้องเรียนได้
การกระตุ้นความคิดเชิงวิเคราะห์แบบนี้ นอกจากจะช่วยให้ประเทศของเรามีการคิดค้น “นวัตกรรม” มากขึ้นแล้วเจ้าความคิดที่หลุดจากกรอบเดิมๆ นี่แหละค่ะ จะเป็นอีกหนึ่งพลังที่จะสร้าง “ผู้ประกอบการ” รุ่นใหม่ให้กับประเทศ เพราะส่วนใหญ่เมื่อคิดอะไรใหม่ๆ ได้ และมีแววจะพัฒนาเป็นรูปธรรมเป็นธุรกิจได้จริง ก็แทบไม่อยากจะเป็น “ลูกจ้าง” ใครแล้วล่ะค่ะ







