
เปิดใจสมาชิกสภาปชช.4ภาค "รุกที่เพราะไร้ทางเลือก"
คนยากไร้หมดหนทางอยู่ที่นี่ไม่ได้ก็คงไม่มีที่อื่นให้อยู่ได้อีกแล้ว ดังนั้นถ้าหากให้เรื่องนี้จบลงรัฐบาลก็ควรที่จะเร่งแก้ไขปัญหาจัดสรรที่ดินให้ประชาชน
คนยากไร้หมดหนทางอยู่ที่นี่ไม่ได้ก็คงไม่มีที่อื่นให้อยู่ได้อีกแล้ว ดังนั้นถ้าหากให้เรื่องนี้จบลงรัฐบาลก็ควรที่จะเร่งแก้ไขปัญหาจัดสรรที่ดินให้ประชาชน
โดย ทีมข่าวภูมิภาค
บนเนื้อที่ดินกว่า 130 ไร่ ของบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย(บสท.) บ้านเสาเดียว ต.ท่าอ่าง อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดที่ถูกกลุ่มสมาชิกสภาประชาชน 4 ภาค เข้าขอใช้พื้นที่เพื่อทำประโยชน์ โดยอ้างว่าเพื่อใช้เป็นที่พักพิงชั่วคราวขณะรอความช่วยเหลือจากรัฐบาลที่รับปากว่าจะเร่งแก้ไขปัญหาประชาชนที่ประสบปัญหาไม่มีที่ดินทำกิน
โดยจะจัดสรรที่ดินภายใต้การดูแลของรัฐบาลให้ได้ใช้ประโยชน์ ซึ่งที่ดิน บสท.แห่งนี้เดิมทีเป็นเพียงป่ารกร้างไม่มีการใช้ประโยชน์มานานนับ 10 แต่วันนี้กำลังถูกกลุ่มประชาชน 4 ภาค ฟื้นทำประโยชน์ ปลูกสร้างเพิงพักอาศัยและผลิกผืนดินทำการเกษตร โดยจำนวนสมาชิกเริ่มต้นที่เข้ามาขอใช้พื้นที่ เมื่อวันที่ 4 ก.ค.2553 ที่ผ่านมา มีเพียงแค่ 20 ครอบครัว
แต่มาถึงวันนี้เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 50 ครอบครัวแล้ว ขณะที่ในพื้นที่อื่นๆของจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีกลุ่มสภาประชาชน 4 ภาค เข้าขอใช้ประโยชนในที่ดินของ บสท. ใน 3 อำเภอ คือ ปักธงชัย , ขามทะเลสอ และ โชคชัย ก็ยังถูกประชาชน 4 ภาค ขยายการควบคุมมากขึ้น
ล่าสุดในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา มีรายงานว่าถูกควบคุมไว้แล้วกว่า 1,500 ไร่ เป็นเวลากว่า 6 เดือนแล้วที่ นางอ้อ ประภาใส อายุ 50 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ต.สูงเนิน อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ตัดสินใจเข้าร่วมเป็นสมาชิก สภาประชาชน 4 ภาค เนื่องจากคิดว่าพอจะมองเห็นหนทางที่จะมีที่ดินทำกินเป็นของตัวเองไว้ประกอบอาชีพเกษตรให้พอมีรายได้เลี้ยงครอบครัว
หลังจากตลอดทั้งชีวิตที่ผ่านมา มีเพียงที่ดินซึ่งเป็นที่ปลูกบ้านไว้พักพิงเพียง 1 ไร่ และไม่เหลือไว้ให้ได้ทำการเกษตรพอได้ผลผลิต ประกอบกับสามีเหนื่อยหน่ายกับการดิ้นรนและค้นพบแสงสว่างแห่งธรรมมะตัดสินใจบวชเป็นพระหนีทางโลก จึงต้องรับจ้างรายวันต่อสู้หาเลี้ยงลูก 4 คน มาเพียงลำพัง มาเป็นเวลาเกือบ 10 ปีแล้ว
ในช่วง 5 ปีหลัง บุตรสาวคนโต เรียนจบประถมศึกษาปีที่ 6 จึงเข้ากรุงเทพฯ ช่วยทำงานหาเลี้ยงแม่และน้องๆให้พอได้เรียนหนังสือ แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ชีวิตครอบครัวนี้ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมามากนัก อีกทั้งยังต้องกู้หนี้ยืมสินจากนายทุนนอกระบบมาประทังชีวิตทุกคนในครอบครัวจนทำให้ทุกวันนี้มีหนี้สินท่วมตัวรวมแล้วกว่า 2 แสนบาท แต่เมื่อเดือนธ.ค. 2552 ที่ผ่านมา พอได้มองเห็นความหวังบ้าง
หลังจากที่สภาประชาชน 4 ภาค ซึ่งเป็นศูนย์รวมของประชาชนที่ประสบปัญหาไม่มีที่ดินทำกิน รวมตัวกันออกมาเรียกร้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล โดยการขับเคลื่อนด้วยมวลชน จึงตัดสินใจเข้าร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิก ด้วยความหวังสูงสุดที่ว่าจะมีที่ดินเป็นของตัวเองให้ได้ทำมาหากินเลี้ยงครอบครัวให้พอมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และปลดหนี้สินให้ตัวเองได้เป็นไทย
นางอ้อ เล่าว่า เริ่มต้นระเหเร่ร่อนเป็นเดินหน้าเรียกร้องต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งที่ดินทำกินร่วมกับสมาชิกสภาประชาชน 4 ภาค คนอื่นๆ โดยเริ่มจากการขอใช้พื้นที่ป่าเสื่อมโทรมภายในเขตป่าสงวนภายในบ้านโอทะรัน ต.จรัส อ.บัวเชษฐ์ จ.สุรินทร์ สร้างหมู่บ้านชั่วคราว ใช้พื้นที่ทำประโยชน์ปลูกพืชการเกษตรพอให้ได้ประทังชีวิตไปวันๆ ขณะรอให้หน่วยงานของรัฐบาลช่วยเหลือจัดสรรที่ดินทำกินให้ แต่ก็ถูกต่อต้านอย่างหนักจากหน่วยงานราชการ และนายทุนในพื้นที่ กดดันจนถึงขั้นแจ้งความดำเนินคดีกับสมาชิกกลุ่มในข้อหาบุกรุกป่าสงวนถึง 18 ราย ก่อนที่จะได้รับการโอนอ่อนปล่อยตัวหลังจากที่ออกมาต่อสู่เคลื่อนไหวกดดันและมีการเผยแพร่ทางสาธารณชน
"เมื่อเห็นว่าที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินป่าสงวน ทางแกนนำจึงได้พาสมาชิกจำนวนหนึ่ง รวมทั้งตนเอง ออกจากพื้นที่บ้านโอทะรัน เพื่อหาที่ดินทำกินที่ให้พออยู่อาศัยได้โดยไม่ต้องถูกขับไล่อีก จนมาถึงพื้นที่เขาตำแย ต.บ่อปลาทอง อ.ปักธงชัย ในเดือนมิ.ย. 2553 ที่ผ่านมา แต่ก็ถูกต่อต้านและกดดันจากผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าของที่ รวมถึงคนในพื้นที่อย่างหนัก ก่อนที่แกนนำสภาประชาชน 4 ภาค จะรู้ถึงข้อมูลว่ายังมีที่ดินของ ( บสท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาล ถูกปล่อยรกร้างไม่เกิดประโยชน์มานานนับ 10 ปี จึงได้กระจายตัวกันเข้าขอใช้ประโยชน์จากพื้นที่ แต่ก็ถูกทาง บสท.เจ้าของที่กดดันและขู่ฟ้องร้องดำเนินคดีดังกล่าว"นางอ้อ กล่าวด้วยหัวใจหดหู่
สมาชิกสภาประชาชน เล่าต่อว่า ทั้งชีวิตต้องเหนื่อยมามากพอแล้วกับการดิ้นรนหาเลี้ยงชีวิตตัวเองและครอบครัว โดยไร้ที่ดินทำกิน และการที่ต้องเร่ร่อนเพียงเพื่อหาที่พักพิงทำกินเพื่อรอคำตอบการให้ความช่วยเหลือจากรัฐบาล อีกทั้งที่ดินที่เข้ามาขอใช้ประโยชน์ส่วนนี้ ก็เป็นที่ดินในความรับผิดชอบของรัฐบาลที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ แต่กลับต้องถูกขับไล่ทั้งที่รัฐบาลรับปากว่าจะช่วยเหลือ เป็นอะไรที่ขัดแย้งกันอย่างมาก วันนี้เพื่อนสมาชิก ยืนยันว่า จะไม่ยอมย้ายไปที่ไหนอีกแล้ว
คนยากไร้หมดหนทางอยู่ที่นี่ไม่ได้ก็คงไม่มีที่อื่นให้อยู่ได้อีกแล้ว ดังนั้นถ้าหากให้เรื่องนี้จบลงรัฐบาลก็ควรที่จะเร่งแก้ไขปัญหาจัดสรรที่ดินให้ประชาชนตามที่รับปากไว้โดยเร็ว







