posttoday
หุ้นดี๊ด๊าจับตาเงินออก

หุ้นดี๊ด๊าจับตาเงินออก

18 ธันวาคม 2558

สหรัฐขึ้นดอกเบี้ยตามคาด 0.25% หุ้นทั่วโลกคึกคัก ต่างชาติทิ้งหุ้นไทย 3,000 ล้าน

สหรัฐขึ้นดอกเบี้ยตามคาด 0.25% หุ้นทั่วโลกคึกคัก ต่างชาติทิ้งหุ้นไทย 3,000 ล้าน

ค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้น รับข่าวธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% อย่างที่คาดการณ์ กดดันให้ค่าเงินสกุลสำคัญอ่อนตัวลง รวมถึงเงินบาทปิดที่ 36.06/10 บาท/เหรียญสหรัฐ ขณะที่ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นแรง นำโดยดัชนีดาวโจนส์ บวก 224.18 จุด หรือ +1.28%   ตลาดหุ้นเอเชียได้รับอานิสงส์ด้วย ส่วนตลาดหุ้นไทย เปิดตลาดไม่ดีนัก แต่สุดท้ายดีดขึ้น 11.22 จุด หรือ 0.86% ปิดที่ 1,310.34 จุด ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังขายออกมามากถึง 3,360 ล้านบาท ส่วนนักลงทุนประเทศทุกกลุ่มซื้อสุทธิ

ทั้งนี้ สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตลาดหุ้นโลกปรับตัวขึ้นเป็นส่วนใหญ่เพราะดัชนีอ่อนตัวล่วงหน้ารับข่าวการปรับขึ้นดอกเบี้ยมากเกินไป และเมื่อเฟดส่งสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ตลาดคลายกังวลลงได้ อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าที่รูดลงแรงจ่อ 35 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลอีกครั้ง เพราะความกังวลเรื่องสต๊อกน้ำมันดิบของสหรัฐพุ่งขึ้นเกินคาด 2.3 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์ที่แล้ว กดดันหุ้นพลังงาน

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีรธรรม ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นได้เพราะมองในระยะกลาง-ยาว ดอกเบี้ยสหรัฐที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนลง ส่งผลดีต่อการส่งออก และราคาน้ำมันที่ลดลงก็จะทำให้ต้นทุนของธุรกิจถูกลง จะส่งผลดีต่อภาคเศรษฐกิจที่แท้จริงได้

อย่างไรก็ตาม ตลาดเงินและตลาดทุนอาจทำให้สภาพคล่องหดตัวลง และทำให้เงินทุนต่างประเทศอาจไม่ไหลกลับเข้ามา แต่การขายออกคงมีไม่มากนัก หลังถูกขายมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือน พ.ค. 2556 จนถึงปัจจุบันต่างชาติขายสุทธิแล้ว 3.5 แสนล้านบาท และการปิดพอร์ตเมื่อเดือน พ.ย. จะเห็นว่ามีสัดส่วนถือสุทธิเพียง 25.15% ซึ่งถือว่าต่ำสุดในรอบ 10 ปี

ขณะที่แนวโน้มค่าเงินเอเชียและเงินบาทในระยะกลาง-ยาว เชื่อว่ยังคงอ่อนตัวลง ส่วนเศรษฐกิจเอเชียจะฟื้นตัวช้า ธนาคารกลางในภูมิภาคจึงจำเป็นต้องใช้มาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องในปี 2559 และพยุงค่าเงิน

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ประธานกรรมการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) กล่าวว่า ในปี 2559 นักลงทุนต่างชาติมีโอกาสที่จะขายตราสารหนี้ไทยต่อเนื่อง เพราะส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยไทยและสหรัฐที่เพิ่มขึ้น หลังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่าจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ทั้งนี้จากต้นปีถึงปัจจุบันมียอดขายสุทธิ ประมาณ 1.03 แสนล้านบาท ส่งผลให้ยอดถือครอง ณ วันที่ 14 ธ.ค. 2558 อยู่ที่ 5.79 แสนล้านบาท ลด จากสิ้นปีก่อนที่ 6.82 แสนล้านบาท

“เงินทุนต่างชาติมีโอกาสไหลออกต่อเนื่องหลังเฟดขยับดอกเบี้ยแต่คงไม่มาก เพราะออกไปมากแล้วรวมถึงขายคืนที่ครบอายุของพันธบัตร ธปท. แม้ขายหมดคงไม่กระทบฐานะประเทศ เพราะมีสัดส่วน 10% ของทุนสำรองที่แบงก์ชาติมี”

นายธาดา พฤฒิธาดา กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย กล่าวว่า กรณีร้ายแรงสุดมองว่าในปี 2559 เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 3 ครั้ง ครั้งละ 0.25% กดดันให้ต่างชาติขายตราสารหนี้ไทยอีก แต่คาดยากว่าจะมากกว่าหรือน้อยกว่าปี 2558 หากราคาตราสารลดลงไปถึงระดับที่น่าสนใจต่างชาติมาซื้อ

ขณะนี้ยังไม่มีการขยับขึ้นดอกเบี้ยของพันธบัตรรัฐบาล อายุ 10 ปี แต่ที่ร้ายสุดมีโอกาสที่ดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาล 10 ปี จะขึ้นไปอีก 0.50-0.75%

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท