
ใช้ 'คนจน' กระตุ้น ศก.
รัฐบาลกำลังทำงานหนักในด้าน “กระตุ้นเศรษฐกิจ” นโยบายหนึ่งคือการช่วยคนจนให้มีที่อยู่อาศัย หวังจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและยกระดับชีวิตของคนจนให้ดีขึ้น แต่เมื่อจะช่วยคนจนต้องรู้จักวิธีช่วยคนจนเสียก่อน
รัฐบาลกำลังทำงานหนักในด้าน “กระตุ้นเศรษฐกิจ” นโยบายหนึ่งคือการช่วยคนจนให้มีที่อยู่อาศัย หวังจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและยกระดับชีวิตของคนจนให้ดีขึ้น แต่เมื่อจะช่วยคนจนต้องรู้จักวิธีช่วยคนจนเสียก่อน
ประเทศไทยเริ่มมีคนชั้นกลางมากขึ้น คนจน และจนมากน้อยลงแต่ยังมีอยู่ “คนจนนั้นมีอยู่ 3 ประเภท” คือ “จนมาก-ทำเช้ากินค่ำ” “คนจนทั่วไป-หาเดือน กินเดือน” “คนจนน้อย-หาปีกินปี” เมื่อพอจะยกระดับได้จะเรียกว่า “ผู้มีรายได้น้อย” พอจะช่วยตัวเองได้บ้าง สวัสดิการครึ่งก็พอ แต่คนจนยิ่งจนมาก สวัสดิการต้องยิ่งมากตามไปด้วย
ทุกรัฐบาลในโลกต้องลงมาดูคนจนทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นสังคมนิยม เช่น จีน หรือเสรีทุนนิยม เช่น อเมริกา วิธีช่วยก็ต่างกัน ในอเมริกา “ใช้ระบบการเงิน” นำให้คนจนเข้าถึงเงินกู้ดอกเบี้ยถูกมาซื้อบ้าน ในยุโรปใช้เป็นสวัสดิการที่อยู่อาศัย โดยมุ่งที่ “หาบ้านให้อยู่มั่นคง” แทนที่จะให้ซื้อบ้านเป็นของตัวเอง นั่นคือ การเช่า
นั่นคือทฤษฎีบ้านคนจน คือให้คนจน “เช่าอยู่ให้ทั้งชีวิต” เรียกว่า “LEASEHOLD” ในยุโรปทำกันเป็นส่วนใหญ่ ส่วนการจะให้คนจนเป็นเจ้าของบ้านของตนเองเรียกว่า “FREEHOLD” เป็นวิธีแบบอเมริกา ซึ่งการเคหะแห่งชาติของเรารับแนวคิดที่จะให้เป็นเจ้าของบ้านมาใช้ โดยหวังจะให้เป็น “HOME OWERSHIP” ซึ่งคนจนจะต้องแบกค่าผ่อนส่งทุกเดือนเป็นระยะยาว และก็จะลดกำลังซื้อของคนที่จะเอาไปบริโภค ซึ่งการบริโภคก็คือเครื่องจักรตัวสำคัญของการยกระดับเศรษฐกิจ และยกระดับ GDP
นโยบายรัฐที่จะให้การเคหะฯ สร้างบ้านให้คนจนนั้นดี แต่ช่วยทบทวนด้วยว่าบ้านคนจนไม่ต้องเอาไปขาย เอาไปให้เช่าระยะยาว 60-90 ปี เหมือนเช่นบ้านการเคหะฯ รุ่นแรกๆ แต่ต่อมากลับมีนโยบายให้สร้างบ้านคนจนขายแข่งกับเอกชน ซึ่งนั่นคงต้องคิดกันใหม่อีกที
คนจนนั้นต้องการที่อยู่มั่นคงไม่ต้องเป็นเจ้าของก็ได้ ถ้าจะให้คนจนเป็นเจ้าของบ้านช่วยรอเวลาสักนิดให้เขายกระดับขึ้นมาเป็น “คนชั้นกลาง” ก็จะมีกำลังซื้อมากขึ้น ถ้าจะกลัวว่าคนจนเสียค่าเช่าเปล่าประโยชน์ รัฐก็สามารถจะอุดหนุนค่าเช่าให้ถูกลงไปอีกได้ รายได้คนจนก็จะมากระตุ้นการบริโภคได้อีกวิธีหนึ่ง
ก็ต้องขอขอบคุณรัฐบาลและท่านรองนายกฯ สมคิด ที่ลงมาดูปัจจัยสี่ของประชาชนผู้มีรายได้น้อย ซึ่งตอนนี้เรามี 2 องค์กรหลักดูแลอยู่ คือ การเคหะแห่งชาติ และธนาคารอาคารสงเคราะห์ แต่ยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร และกลับไปทำแข่งเอกชน ซึ่งเอกชนเขาทำบ้านคนจนถูกกว่าการเคหะฯ เสียอีก ทำเลที่ตั้งก็ดีกว่า
การเคหะฯ ซึ่งมีที่ดินอยู่มาก ลองคิดว่าจะมาร่วมมือกับเอกชนทำบ้านราคาถูกให้เช่า 60-90 ปี ได้อย่างไรบ้าง รับรองว่านโยบายบ้านคนจนจะยิงนกได้หลายตัวพร้อมกัน รัฐก็ไม่ต้องใช้เงินมาสร้างก็ถูกกว่า เร็วกว่า คนจนก็มีรายได้เหลือไปช่วยกระตุ้นการบริโภคด้านเศรษฐกิจด้วย
บ้านคนจนยังไม่จบครับ จะเป็นตอน 2 ต่อไป ฝากช่วยทบทวนนโยบายด้วยครับ







