
ชี้ครึ่งแรกปี'59คอนโดเปิดใหม่ชะลอ
คอลลิเออร์ส คาดครึ่งแรกปี 2559 ผู้ประกอบการอสังหาฯ ชะลอลงทุน หวังประเมินกำลังซื้อก่อนหมดมาตรการ
คอลลิเออร์ส คาดครึ่งแรกปี 2559 ผู้ประกอบการอสังหาฯ ชะลอลงทุน หวังประเมินกำลังซื้อก่อนหมดมาตรการ
นายสุรเชษฐ กองชีพ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในครึ่งปีแรกของปี 2559 คาดว่าผู้ประกอบการจะชะลอการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ เพื่อรอดูสถานการณ์กำลังซื้อก่อน ประกอบกับผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังต้องเร่งระบายสต๊อกสินค้าพร้อมอยู่ที่ยังเหลือขายให้หมดก่อนมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ในส่วนของการลดค่าธรรมเนียมการโอนและการจดจำนองเหลือ 0.01% จะสิ้นสุดลงในปลายเดือน เม.ย. 2559
ทั้งนี้ ปัจจัยดังกล่าวจึงประเมินว่าการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ในปี 2559 จะอยู่ที่ 4 หมื่นยูนิต ซึ่งใกล้เคียงกับจำนวนโครงการใหม่ในปี 2558 แต่อัตราการขายอาจจะดีขึ้นตามความเชื่อมั่นของคนในประเทศที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นมาตลอดช่วง 1-3 เดือนก่อนสิ้นปีและคาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องต่อไปในปี 2559
“ปัจจัยที่สำคัญที่อาจจะทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศรวมทั้งตลาดอสังหาริมทรัพย์ดีขึ้น คือ การลงทุนโครงการต่างๆ ของรัฐบาล ที่จะทำให้เงินลงทุนกระจายออกไปสู่ส่วนต่างๆ และสร้างรายได้ให้กับคนจำนวนมาก และจะกลับมาสู่ภาคธุรกิจต่างๆ โครงการภาครัฐจึงเป็นความหวังของเอกชนในการกระตุ้นเศรษฐกิจในปีหน้า” นายสุรเชษฐ กล่าว
สำหรับที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่คาดว่าจะมาแรงในปีหน้า จะเป็นทาวน์เฮาส์ สะท้อนได้จากการที่ผู้ประกอบการชะลอการพัฒนาคอนโดมิเนียมและหันมาทำตลาดบ้านแนวราบมากขึ้น ซึ่งทาวน์เฮาส์เปรียบเหมือนสินค้าเรือธงของผู้ประกอบการหลายรายทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
อย่างไรก็ตาม ตลาดที่อยู่อาศัยต่างจังหวัดยังคงต้องอาศัยกำลังซื้อของคนในพื้นที่เป็นหลัก เช่น ในจังหวัดใหญ่ หรือว่าหัวเมืองรองที่ตลาดบ้านจัดสรรมีแนวโน้มที่ดีกว่าคอนโดมิเนียมค่อนข้างมาก แต่อัตราการขายก็ขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจและราคาสินค้าเกษตร ด้านตลาดอสังหาริมทรัพย์เมืองท่องเที่ยวชายทะเลที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ยังขายได้ต่อเนื่อง แต่อัตราการขายอาจจะไม่สูงมากเหมือนเมื่อ 1-2 ปีก่อน
ขณะที่ภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมในปี 2558 มีโครงการเปิดขายใหม่ประมาณ 37,180 ยูนิตเท่านั้น น้อยกว่าปีที่ผ่านมาประมาณ 25% ที่มีคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ประมาณ 5 หมื่นยูนิต และอัตราการขายของโครงการเปิดขายใหม่เหล่านี้อยู่ที่ 60% ซึ่งถือว่าไม่ได้มาก แต่มีโครงการที่มีราคาขายมากกว่า 2 แสนบาท/ตารางเมตร (ตร.ม.) ขึ้นไปที่เปิดขายมากขึ้น โดยมีสัดส่วนมากกว่า 11% ของจำนวนยูนิตที่เปิดขายในปีนี้ และได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ซื้อทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ทำให้มียอดขายเฉลี่ยสูงถึง 74%







