posttoday
ถกปล่อยสินเชื่อ แอฟริกาซื้อข้าวไทย

ถกปล่อยสินเชื่อ แอฟริกาซื้อข้าวไทย

15 ธันวาคม 2558

ท่ามกลางสถานการณ์ที่กำลังซื้อในตลาดโลกที่จะยังไม่ดีขึ้นในเร็วๆ นี้ โดยเฉพาะในตลาดแอฟริกาซึ่งรายได้และกำลังซื้อลดลงมาก หลังราคาสินค้าโภคภัณฑ์ตกต่ำลงต่อเนื่อง

ท่ามกลางสถานการณ์ที่กำลังซื้อในตลาดโลกที่จะยังไม่ดีขึ้นในเร็วๆ นี้ โดยเฉพาะในตลาดแอฟริกาซึ่งรายได้และกำลังซื้อลดลงมาก หลังราคาสินค้าโภคภัณฑ์ตกต่ำลงต่อเนื่อง

ล่าสุด นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมจะหารือกับกระทรวงการคลังว่า ไทยสามารถให้สินเชื่อกับประเทศผู้ซื้อข้าวจากประเทศในแถบแอฟริกา ซึ่งส่วนใหญ่มีกำลังซื้อลดลงเนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลงได้หรือไม่ โดยก่อนหน้านี้ประเทศเซเนกัล ได้เสนอกับไทยว่าจะขอซื้อข้าวเป็นสินเชื่อจะได้หรือไม่

“เราอาจจะนำวิธีการให้สินเชื่อมาใช้เจรจาขายข้าวให้กับผู้ซื้อบางประเทศที่ประสบปัญหากำลังซื้อลดลง เพราะก่อนหน้านี้ผู้ซื้อในกลุ่มแอฟริกา เช่น เซเนกัล เสนอขอซื้อข้าวเป็นสินเชื่อได้หรือไม่ ซึ่งกรมก็ต้องไปหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาว่ามีระเบียบให้ทำได้หรือไม่ และหากไทยอยากเปิดตลาดข้าวเพิ่มเติมก็อาจต้องลองเสี่ยง” นางดวงพร กล่าว

นางดวงพร ระบุว่า ในปี 2559 กรมตั้งเป้าส่งออกข้าวที่ระดับ 9 ล้านตัน ต่ำกว่าปี 2558 ที่คาดว่าจะส่งออกได้ 10 ล้านตัน จากปัจจุบันที่ส่งออกได้แล้ว 9.2 ล้านตัน เนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้งทำให้ผลผลิตข้าวในประเทศเสียหาย ที่สำคัญภาวะเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะขยายตัวในระดับต่ำ และราคาน้ำมันดิบตลาดโลกที่มีแนวโน้มลดลงส่งผลให้กำลังซื้อทั่วโลกลดต่ำลง โดยเฉพาะกลุ่มประเทศแอฟริกาและตะวันออกกลางที่มีรายได้จากการส่งออกน้ำมัน

“สถานการณ์การส่งออกข้าวในปีนี้หน้ายังคงคาดการณ์ได้ยาก ทั้งในแง่ปริมาณและราคา เนื่องจากกำลังซื้อทั่วโลกชะลอตัวลง ขณะที่ราคาสินค้าเกษตรทั่วโลกก็ลดลงตามราคาน้ำมันที่ลดลง ซึ่งในการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) กรมจะเสนอแผนระบายข้าวพร้อมเป้าหมายการส่งออกที่ 9 ล้านตัน” นางดวงพร กล่าว

นางดวงพร กล่าวว่า ตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 จนถึงปัจจุบัน ไทยขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ได้สูงถึง 3.4 ล้านตัน มูลค่า 5 หมื่นล้านบาท และเป็นปริมาณการขายข้าวจีทูจีที่สูงที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ และปี 2559 คาดว่าไทยจะขายข้าวแบบจีทูจีได้มากกว่า 2 ล้านตัน ซึ่งเป็นการขายข้าวให้จีน 1 ล้านตัน อินโดนีเซีย 5 แสนตัน และฟิลิปปินส์อีก 5 แสนตัน ส่วนที่เหลือเป็นการขายข้าวให้กับอิรักและอิหร่าน

ด้าน นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ ยืนยันว่า ขณะนี้ราคาข้าวเปลือกหอมมะลิในตลาดไม่ได้ปรับตัวลดต่ำกว่าตันละ 1 หมื่นบาท โดยเฉลี่ยข้าวเปลือกหอมมะลิ (ความชื้น 15%) มีราคาตั้งแต่ตันละ 1.06-1.3 หมื่นบาท ซึ่งยอมรับว่าราคาข้าวเปลือกปีนี้อาจจะต่ำกว่าปีที่แล้ว แต่ต่ำกว่าเล็กน้อยเท่านั้น

“คงไม่ต้องมีมาตรการอะไรเข้ามาเสริม เพราะผลผลิตทยอยออกมาเกือบหมดแล้วในปีนี้ ส่วนที่ชาวนาเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกหอมมะลิยุ้งฉางเพียง 5,000 ตัน ต่ำกว่าเป้าหมาย 2 ล้านตัน เพราะรัฐบาลมีมาตรการอื่นๆ ด้วย เช่น ให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำกับโรงสีเก็บข้าว 2-6 เดือน และขอความร่วมมือให้ผู้ส่งออกซื้อข้าวสารหอมมะลิกับโรงสี” นางอภิรดี กล่าว

นางอภิรดี ย้ำว่า มาตรการช่วยเหลือชาวนาของรัฐบาลเน้นการสร้างความเข้มแข็ง ไม่บิดเบือนราคา และทำให้ไทยแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดในบางประเทศกลับคืนมาได้

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน