
หุ้นน้ำมันกดดัชนี โบรกเกอร์ให้เป้า ปีหน้า 1,302 จุด
หุ้นน้ำมันกดดัชนีปีหน้า ดีบีเอส วิคเคอร์ส ให้เป้าหมายไว้แค่ 1,302 จุด
หุ้นน้ำมันกดดัชนีปีหน้า ดีบีเอส วิคเคอร์ส ให้เป้าหมายไว้แค่ 1,302 จุด
นางอาภาภรณ์ แสวงพรรค ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ปรับดัชนีเป้าหมายปี 2559 ไว้ที่ 1,302 จุด อิงสัดส่วนราคาต่อกำไรล่วงหน้า 16.5 เท่า โดยมีอัตราการเติบโตกำไรต่อหุ้นตลาด 17% จากที่หดตัวต่อเนื่องในปี 2557-2558 ผลขาดทุนจากสต๊อกของกลุ่มพลังงาน เนื่องจากราคาน้ำมันดิบลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2557 เป็นต้นมา และในไตรมาส 4 ปี 2558 ก็ยังอ่อนตัวลงต่ออีก 10% นอกจากนั้นยังรวมผลขาดทุนจากค่าเงิน ผลขาดทุนของบริษัท การบินไทย (THAI) บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี (SSI) เข้ามาด้วย จึงฉุดกำไรต่อหุ้นตลาดหุ้นไทยในปีนี้ให้ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ในตอนต้นปีอย่างมาก
หุ้นกลุ่มที่ให้น้ำหนักมากกว่าตลาดคือ ท่องเที่ยวและสนามบิน โดยหุ้นเด่นคือบริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซ่า (CENTEL) บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์หุ้นเด่นบริษัท เคซีอี อิเล็กทรอนิกส์ (KCE) บริษัท ฮานาไมโครอีเล็คโทรนิคส์ (HANA) และกลุ่มสื่อสารหุ้นเด่นบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH)
นอกจากนั้น ยังให้น้ำหนักปกติจนถึงน้อยกว่าตลาดเล็กน้อยในกลุ่มที่กังวลกับความไม่แน่นอน ซึ่งอาจมีโอกาสราคาลดลงคือ ธนาคารพาณิชย์จากการด้อยค่าของสินทรัพย์และการตั้งสำรองฯ สูง กลุ่มพลังงาน ผลขาดทุนจากสต๊อกเพราะราคาน้ำมันอ่อนตัวลงต่อ กลุ่มพาณิชย์จากกำลังซื้อในประเทศฟื้นตัวล่าช้ากว่าคาดและกลุ่มอาหารจากมาตรการกีดกันทางการค้าที่รุนแรงขึ้น
ดัชนีหุ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 11 ธ.ค. ปิดที่ระดับ 1,280.92 จุด ลดลง 3.95% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 2.71% จากสัปดาห์ก่อนมาที่ 39,773.71 ล้านบาท หุ้นไทยปรับร่วงลงทั้งสัปดาห์ โดยหุ้นขนาดใหญ่โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มพลังงานที่ปรับร่วงลงตามราคาน้ำมันในตลาดโลก ขณะที่แรงเทขายของนักลงทุนต่างชาติกดดันหุ้นขนาดใหญ่ให้ปรับลดลง ท่ามกลางความกังวลต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลาง (เฟด) รวมทั้งความผิดหวังจากการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่น้อยกว่าคาดของธนาคารกลางยุโรป นอกจากนี้การที่ตลาดหุ้นไทยปรับร่วงลงหลุดระดับ 1,300 จุด กระตุ้นให้เกิดการเทขายจากนักลงทุนอีกด้วย
ทั้งนี้ เมื่อวันศุกร์มีแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติถึง 1,626 ล้านบาท โดยนับตั้งแต่วันที่ 1-11 ธ.ค. นักลงทุนต่างชาติขายออกมาแล้วถึง 4,750 ล้านบาท และนับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-11 ม.ค. ต่างชาติขายออกมาถึง 126,567 ล้านบาท
นักวิเคราะห์ บล.ธนชาต มองว่า ดัชนีจะยังซึมลงต่อไป และยังไม่เห็นแรงซื้อเข้ามาจนกว่าจะมีความชัดเจนจากการประมูลคลื่น 900 MHz ในวันที่ 15 ธ.ค. และการประชุมเฟด วันที่ 16 ธ.ค.นี้ และกำไรบริษัทจดทะเบียนจะถูกปรับลดลงอีก โดยเฉพาะกลุ่มสื่อสารและพลังงาน อย่างไรก็ตาม ภาพกำไรโดยรวมในอดีตจะลดอีกไม่มาก ทำให้การเข้าซื้อควรทำแบบค่อยเป็นค่อยไป







