
‘ชูออฟเพรย์’ รองเท้าออนดีมานด์ จับพลังซื้อคนรุ่นใหม่
คนรุ่นใหม่โดยเฉพาะคนยุค 2000 มีลักษณะพิเศษร่วมเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งคือ ต้องการอะไรที่สามารถ “ดีไซน์ได้ตามใจฉัน” และนั่นเองที่ทำให้ “ชูออฟเพรย์” รับตัดรองเท้าตามสั่ง จนประสบความสำเร็จสามารถเพิ่มทุนได้ถึง 15.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.5 แสนล้านบาท) จากบลูสกายเวนเจอร์แคปปิตอล บริษัทร่วมทุน เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา
คนรุ่นใหม่โดยเฉพาะคนยุค 2000 มีลักษณะพิเศษร่วมเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งคือ ต้องการอะไรที่สามารถ “ดีไซน์ได้ตามใจฉัน” และนั่นเองที่ทำให้ “ชูออฟเพรย์” รับตัดรองเท้าตามสั่ง จนประสบความสำเร็จสามารถเพิ่มทุนได้ถึง 15.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.5 แสนล้านบาท) จากบลูสกายเวนเจอร์แคปปิตอล บริษัทร่วมทุน เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา
จูดี้ ฟ็อกซ์ ชาวออสเตรเลีย ร่วมกับไมเคิล ฟ็อกซ์ อดีตลูกจ้างกูเกิล และไมค์ แนปป์ ก่อตั้ง “ชูออฟเพรย์” ขึ้นในปี 2009 โดยตั้งใจกำหนดรูปแบบให้ลูกค้าสั่งตัดรองเท้าได้ตามสไตล์จากวัสดุ สี สไตล์ และไซส์ ซึ่งสามารถออกแบบได้มากกว่า 3 แสนล้านล้านแบบ ในขณะที่ให้สัญญาว่าจะถึงมือลูกค้าภายใน 4 สัปดาห์
แต่ชูออฟเพรย์มักใช้เวลาแค่ 2 สัปดาห์เท่านั้น เนื่องจากเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์ 3 มิติพัฒนาขึ้นอย่างมาก ทำให้การผลิตไม่ได้จำกัดอยู่ที่โรงงานการผลิตเท่านั้น แต่ยังกระจายไปแต่ละบุคคลให้กลาย
เป็นโรงงานการผลิตขนาดใหญ่ด้วยตัวเอง
นอกจากนี้ ฟ็อกซ์วางแผนที่จะขยายสินค้าไปยังกระเป๋าถือและเสื้อผ้า รวมถึงผลิตภัณฑ์ของใช้ในบ้านอื่นๆ โดยการใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติมีศักยภาพมากพอในการผลิตสินค้าต่างๆ
จูดี้ ฟ็อกซ์ ได้แรงบันดาลใจ “การสร้างรองเท้าของตัวเอง” มาจากการที่ไม่สามารถหารองเท้าที่ถูกใจได้เลย จนกระทั่งขอให้เพื่อน ซึ่งเป็นดีไซเนอร์ออกแบบรองเท้าให้
“ตอนนั้นเองฉันพบกับเพื่อนของฉันที่สามารถออกแบบรองเท้าได้ และฉันก็เริ่มใช้บริการเพื่อนฉันเหมือนกัน ดังนั้นฉันจึงเกิดไอเดีย ‘ทำรองเท้าด้วยตัวเองออนไลน์’” ฟ็อกซ์ กล่าว
หลังจากเปิดกิจการได้เพียง 2 เดือน ชูออฟเพรย์ก็สามารถถอนทุนคืนได้ทั้งหมด และเริ่มมีกำลังภายในช่วงเวลาน้อยกว่า 2 ปี โดยยอดขายของชูออฟเพรย์พุ่งขึ้นถึง 120% เมื่อปี 2014 ที่ผ่านมา
ฟ็อกซ์ ระบุว่า 75% ของลูกค้าทั้งหมดเกิดจากการบอกเล่าแบบปากต่อปาก ในขณะที่ช่วงแรกนั้น ชูออฟเพรย์ใช้โซเชียลมีเดียอย่างนักรีวิวตามยูทูบในการสร้างความสนใจให้แก่คนทั่วไป
ชูออฟเพรย์เลือกนักรีวิวรายหนึ่งที่มีผู้ติดตามราว 5 แสนคนบนยูทูบ โดยนักรีวิวคนดังกล่าวโพสต์วิดีโอบอกเล่าประสบการณ์การใช้บริการชูออฟเพรย์ จนมีผู้เข้าชมเว็บไซต์ชูออฟเพรย์เกือบครึ่งล้านคนภายในเวลาเพียง 1 วัน หลังวิดีโอดังกล่าวถูกอัพโหลดขึ้นยูทูบ
ขณะเดียวกัน ชูออฟเพรย์ประสบความสำเร็จมาได้นั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการอะไรที่สามารถดีไซน์ได้เอง โดยจากผลสำรวจของ ดีลอทท์ บริษัทที่ปรึกษาธุรกิจในสหรัฐ เปิดเผยผลสำรวจคนรุ่นใหม่อายุระหว่าง 24-26 ปี พบว่ามีความต้องการรองเท้าที่ออกแบบด้วยตัวเองเพิ่มขึ้นเป็น 48% มากกว่าจำนวนลูกค้าทั้งหมดที่ต้องการรองเท้าที่ออกแบบด้วยตัวเองที่ 37%
นอกจากนี้ แม้แต่บริษัทรองเท้ากีฬารายใหญ่อย่างไนกี้และอาดิดาส ยังมีบริการให้ลูกค้าสามารถออกแบบได้ด้วยตัวเอง แสดงให้เห็นถึงพลังของลูกค้ากลุ่มดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ชูออฟเพรย์มีรูปแบบการขายทางอินเทอร์เน็ตมากกว่า แม้การค้าออนไลน์หรืออี-คอมเมิร์ซกำลังรุ่งเรืองในปัจจุบัน โดยแม้แต่ตัวฟ็อกซ์เองยังชอบที่จะจับต้องสินค้าและพิจารณาสินค้าจริงตามร้านค้าก่อนการซื้ออยู่ดี
ดังนั้น จึงได้เปิดหน้าร้านขึ้นในสหรัฐ 6 แห่ง ในออสเตรเลีย 1 แห่ง และในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นอีก 2 แห่ง
“จริงๆแล้ว ชูออฟเพรย์ไม่ได้เกี่ยวกับรองเท้าไปซะทั้งหมด แต่เกี่ยวกับไอเดียที่ว่าคุณอยากได้อะไร เมื่อไรที่คุณอยากได้ และไอเดียนั่นเองจะกลายเป็นผลิตภัณฑ์มากมาย” ฟ็อกซ์ กล่าว







