
ปีหน้าธุรกิจประกันระทึก สหรัฐสอบเกณฑ์ฟอกเงิน
เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2556 คณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงินเกี่ยวกับการฟอกเงิน
โดย...วารุณี อินวันนา
เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2556 คณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงินเกี่ยวกับการฟอกเงิน หรือ Financial Action Task Force (FATF) เฟตเอฟของสหรัฐ มีมติถอดชื่อประเทศไทยจากการเป็นแบล็กลิสต์ใน FATF Public Statement หลังจากที่ไทยมีความคืบหน้าในการปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ ด้านการปราบปรามการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่แผนการก่อการร้าย
อย่างไรก็ตาม ในระหว่างวันที่ 31 ต.ค.-11 พ.ย. 2559 เฟตเอฟจะเข้ามาประเมินการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลของสถาบันการเงินในประเทศไทยเป็นครั้งที่ 3 โดย โสมสิริ สียางนอก กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเอ็มแอล เอ็กซเปิร์ส ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย แสดงความเป็นห่วงมาตรฐานด้านการปราบปรามการฟอกเงินของธุรกิจประกันไทยมากที่สุด
โสมสิริ ระบุว่า การเข้ามาของเฟตเอฟในเดือน ต.ค. 2559 เป็นครั้งที่สำคัญมาก เพราะการประกาศรายชื่อประเทศที่มีความเสี่ยงสูงในปี 2560 จะทำโดยองค์การสหประชาชาติ หรือยูเอ็น ขณะที่ธุรกิจประกันภัยของไทยยังมีมาตรฐานการปฏิบัติต่ำกว่าธุรกิจหลักทรัพย์และธนาคารพาณิชย์ จึงควรจะทำการศึกษาและดำเนินการเตรียมความพร้อมอย่างจริงจัง
ขณะที่ ธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจหลักทรัพย์ เองก็ต้องเตรียมความพร้อมเรื่องนี้อย่างจริงจังด้วย ควรมีการเตรียมพร้อมผู้บริหาร คณะกรรมการบริษัท และกรรมการผู้จัดการ ในการศึกษาและตอบคำถามเรื่องดังกล่าว
โสมสิริ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเฟตเอฟได้เข้ามาประเมินการปฏิบัติตามมาตรฐานในการป้องกันการฟอกเงินแล้ว 2 ครั้ง โดยการประเมินครั้งที่ 2 เฟตเอฟได้ผ่อนคลายกฎเกณฑ์ที่มีทั้งหมด 49 ข้อ เหลือเพียง 16 ข้อ แต่ในการประเมินครั้งนี้จะมีรายละเอียดกว่าเดิม เพราะนอกจากจะต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์การป้องกันการฟอกเงินสากล การป้องกันการสนับสนุนการฟอกเงินการก่อการร้ายแล้ว ยังรวมถึงเรื่องการแพร่ขยายอาวุธสงครามเข้าไปด้วย จากเดิมที่ไทยถูกจัดเป็นประเทศไม่มีอาวุธสงครามที่มีอำนาจทำลายล้างสูง เนื่องจากเคยมีการตรวจสอบพบว่าเรือที่มีอำนาจทำลายล้างสูงที่ถูกจับได้ในประเทศปานามา มีเจ้าของเป็นบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในประเทศไทย ทำการค้าน้ำมันและอาวุธสงคราม
“พอเขาเจอกรณีนี้เข้า ประเทศไทยเดือดร้อนเลย สถาบันการเงินแห่งหนึ่งมีการเดินบัญชีให้นิติบุคคลรายดังกล่าวโดยไม่รู้ว่าอาชีพหลักเขาคืออะไร แต่พอทราบก็ทำการปิดบัญชีลูกค้ารายนี้ไปแล้ว แต่ที่น่าสงสัยคือแล้วนิติบุคคลรายนี้ไปเปิดบัญชีกับสถาบันการเงินใด เพราะธุรกิจต้องมีการทำธุรกรรมทางการเงิน” โสมสิริ กล่าว
นอกจากนี้ การเข้ามาประเมินของเฟตเอฟครั้งนี้ ผู้บริหารของกลุ่มความร่วมมือเพื่อต่อต้านการฟอกเงินเอเชีย-แปซิฟิก หรือเอพีจี ที่ไทยเป็นสมาชิกอยู่ ก็จะเข้ามาทำการประเมินด้วยและมีความเข้มงวดมากกว่าเดิม จากนั้นสมาชิกของเอพีจีจะลงความเห็นด้วยว่า ไทยควรจะผ่านหรือไม่
ด้าน อำนาจ วงศ์พินิจวโรดม ผู้ช่วยเลขาธิการสายพัฒนาและวิเคราะห์ระบบตรวจสอบ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวว่า คปภ.ได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติตามมาตรการด้านการป้องกันการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายมาได้ 2-3 ปีแล้ว มีการจัดอบรมความรู้มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมรับมือกับการเข้ารับการประเมินจากเฟตเอฟ
ที่ผ่านมาทางธุรกิจประกันภัยยังไม่เข้ารับการประเมินเพราะยังไม่พร้อม แต่ในปีหน้าต้องเข้าร่วมประเมิน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประเมินภายในและบริษัทประกันแต่ละแห่งก็มีหน่วยงานทำเรื่องนี้ และประเมินกันเป็นข้อๆ เพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์ของเฟตเอฟ โดยมั่นใจว่าจะสามารถผ่านการประเมินได้แน่นอน
อย่างไรก็ตาม บริษัทประกันภัยรายหนึ่ง กล่าวว่า ปัญหาหนึ่งที่กังวล คือ การตรวจสอบรายชื่อผู้ที่ถูกขึ้นบัญชีดำก่อนทำธุรกรรม จะต้องมีการซื้อข้อมูลจากหน่วยงานเฉพาะที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างแพงเฉลี่ยปีละ 1 ล้านบาท และไม่สามารถนำมาใช้ร่วมกันได้ เช่น บริษัทมีสถาบันการเงิน 3 แห่งในกลุ่มเดียวกัน หากบริษัท ก.เป็นผู้ซื้อ แต่บริษัท ข.และบริษัท ค.ไม่สามารถใช้ข้อมูลนี้ได้ ทำให้ต้นทุนในการดำเนินงานสูงและยังไม่มีหน่วยงานในไทยจัดทำข้อมูลดังกล่าว







