
CENTELขายหุ้นกู้2,200ล้านบาท
เซ็นทรัลพัฒนารักษาเครดิตที่ AA- เตรียมขายหุ้นกู้ 2,200 ล้าน ไว้ลงทุน
เซ็นทรัลพัฒนารักษาเครดิตที่ AA- เตรียมขายหุ้นกู้ 2,200 ล้าน ไว้ลงทุน
บริษัท ทริสเรทติ้ง จัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิไม่มีหลักประกันในวงเงินไม่เกิน 2,200 ล้านบาท ของบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CENTEL) ที่ระดับ “AA-” ในขณะเดียวกันทริสเรทติ้งยังคงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดปัจจุบัน ที่ระดับ “AA-” เช่นกัน โดยแนวโน้มยังคง “คงที่” เพื่อนำเงินไปใช้สำหรับขยายการลงทุน
ทั้งนี้ อันดับเครดิตสะท้อนถึงสถานะความเป็นผู้นำในธุรกิจศูนย์การค้า ตลอดจนผลงานในการบริหารศูนย์การค้าที่มีคุณภาพสูง กระแสเงินสดที่สม่ำเสมอจากรายได้ค่าเช่าและค่าบริการ รวมถึงนโยบายทางการเงินที่มีความระมัดระวัง ทั้งนี้อันดับเครดิตยังคำนึงถึงความต้องการเงินลงทุนจำนวนมากเพื่อใช้รองรับแผนการขยายธุรกิจในช่วงปี 2558-2561 ด้วย
สำหรับแนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” สะท้อนถึงความคาดหวังว่าบริษัทจะยังคงรักษาผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของศูนย์การค้าเอาไว้ได้ แม้ว่าจะมีแผนการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง แต่ก็คาดว่าบริษัทจะรักษาวินัยทางการเงินในการดำรงอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อทุนให้อยู่ในระดับไม่เกิน 1 เท่าได้
บริษัทมีตระกูลจิราธิวัฒน์เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สัดส่วน 29% เป็นผู้พัฒนาและบริหารศูนย์การค้าจำนวน 28 แห่ง รวมพื้นที่ค้าปลีก 1.54 ล้านตารางเมตร (ตร.ม.) ในเดือน พ.ย. บริษัทเปิดเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ ซึ่งมีพื้นที่ค้าปลีก 34,500 ตร.ม. รวมแล้ว มีส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณ 20% ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม บริษัทมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง โดยมีอัตราการเช่าศูนย์การค้าโดยเฉลี่ยในระดับสูงกว่า 92% ตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา ศูนย์การค้าใหม่ ได้แก่ เซ็นทรัลพลาซาระยอง เซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต 1 และเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต มีอัตราการเช่าพื้นที่ ณ สิ้นเดือน ก.ย. เท่ากับ 90% 95% และ 89% ตามลำดับ รายได้ค่าเช่าและค่าบริการ เพิ่มขึ้นเป็น 20,375 ล้านบาท ในปี 2557 เติบโต 12% จากปีก่อน ในช่วง 9 เดือนของปี 2558 รายได้ค่าเช่าและค่าบริการเพิ่มขึ้น 7% เป็น 16,199 ล้านบาท จากการเปิดศูนย์การค้าใหม่หลายแห่งและรายได้ค่าเช่าของศูนย์การค้าเดิมที่เติบโต 2% ในช่วง 9 เดือน ส่วนในช่วง 3 ปีข้างหน้า รายได้ค่าเช่าและค่าบริการจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.8 หมื่นล้านบาท โดยจะมีจำนวนศูนย์การค้าทั้งหมด 35 แห่งภายในปี 2560
ด้านความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้น จากความสามารถในการปรับขึ้นค่าเช่า การควบคุมต้นทุนการดำเนินงาน และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ดีขึ้น อัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนเท่ากับ 45% ณ เดือน ก.ย. 2558 เพิ่มขึ้นจาก 41% สิ้นปี 2557 สภาพคล่องทางการเงินยังคงแข็งแกร่ง โดยอัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อเงินกู้รวมเท่ากับ 36% ในปี 2557 และ 31% ในช่วง 9 เดือนของปี 2558 สภาพคล่องทางการเงิน ได้รับแรงหนุนจากเงินสดในมือจำนวน 2,500 ล้านบาทและวงเงินกู้ยืมจากธนาคารที่ยังไม่ได้เบิกใช้อีก 8,600 ล้านบาท ณ สิ้นเดือน ก.ย. แม้ว่าบริษัทจะมีความต้องการใช้เงินลงทุนถึง 2.3 หมื่นล้านบาท ในปี 2558 และ 1.5 หมื่นล้านบาท/ปี ในช่วงปี 2559-2561 แต่ทริสเรทติ้งก็คาดว่าบริษัทจะสามารถรักษาอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนให้น้อยกว่า 55% ได้ในช่วง 3 ปีข้างหน้า โดยคาดว่าบริษัทจะมีกระแสเงินสดประมาณ 1 หมื่นล้านบาท/ปี







