
กรุงเทพประกัน คิดเบี้ยตามภาค ขึ้นลงอิงสินไหม
กรุงเทพประกันภัยแหวกแนวนำร่องคิดเบี้ยตามภาค ปรับเพิ่ม-ลด อ้างอิงต้นทุนเคลมสินไหม
กรุงเทพประกันภัยแหวกแนวนำร่องคิดเบี้ยตามภาค ปรับเพิ่ม-ลด อ้างอิงต้นทุนเคลมสินไหม
นายอภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย เปิดเผยว่า ในปีหน้าบริษัทจะเริ่มนำรูปแบบการคิดเบี้ยประกันภัยรถยนต์ตามภูมิภาคมาใช้ เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนและสภาพความเป็นจริงของแต่ละภูมิภาค เนื่องจากแต่ละท้องถิ่นแต่ละภาคต่างๆ มีความเสียหายสูง หรือต่ำต่ออุบัติเหตุไม่เท่ากันและมีค่าซ่อมรถต่างกัน เช่น พื้นที่พัทยา ชลบุรี พบว่าค่าซ่อมรถแพงมาก ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องมาจากการเก็บข้อมูลในช่วงหลายปีที่ผ่านมาและได้ทำการวิเคราะห์ออกมา ทำให้เห็นตัวเลขได้ว่า แต่ละจังหวัดมีอัตราความเสียหายต่อเบี้ยประกันภัยเป็นเท่าไหร่
“ถ้าเราเริ่มนำวิธีการคิดเบี้ยตามภาคมาใช้ ก็คงมีลูกค้าส่วนหนึ่งที่หนี้ไปอยู่กับคู่แข่ง หากเบี้ยเขาต้องถูกปรับสูงขึ้นซึ่งก็ไม่เป็นไร เพราะในส่วนนี้ถึงอย่างไรก็ไม่มีกำไรอยู่แล้ว แต่ถ้าลูกค้าอยู่ในภาคที่มีต้นทุนต่ำ ก็จะได้ส่วนลดเบี้ยเพิ่มเติมอีก 20-25% จากส่วนลดปกติของประวัติขับขี่ดีที่เคยได้รับอยู่แล้ว ซึ่งเชื่อว่าลูกค้ากลุ่มนี้จะยังอยู่กับเรา และขณะเดียวกันเราก็จะได้งานจากคู่แข่งเพิ่มขึ้น เพียงแต่เราจะต้องวางขบวนการบริหารจัดการให้ชัดเจน มีวิธีการคัดเลือกลูกค้าว่า ใช้งานส่วนใหญ่ในพื้นที่ตัวเองเป็นหลัก เช่น ร่วมมือกับบริษัทเช่าซื้อในแต่ละท้องถิ่น ซึ่งถ้าคุมได้ 70-80% ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าในปีหน้าตลาดประกันรถยนต์ยังคงแข่งขันรุนแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะประกันภัยชั้น 2+ และ 3+ เนื่องจากยอดขายรถใหม่ยังเติบโตไม่มากเมื่อเทียบกับตลาดรถเก่าที่มีอยู่ ขณะเดียวกันภาวะหนี้ครัวเรือนที่ยังสูงอยู่ ทำให้ประชาชนยังต้องใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง ค่าเบี้ยประกันภัยชั้น 1 กับชั้น 2+ และ 3+ ก็ต่างกันมาก เช่น ของบริษัทประกันชั้น 1 อยู่ที่ 1.7 หมื่นบาท ถ้าเป็นชั้น 2+ หรือ 3+ ค่าเบี้ยอยู่ประมาณ 7,500-8,000 บาท
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังจะขยายเบี้ยรถยนต์ประเภทราคาเดียว สำหรับกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ หรือเอสยูวีให้มีรุ่นและยี่ห้อรถมากขึ้น จากเดิมมี 10 ยี่ห้อ เพิ่มเป็น 13 ยี่ห้อ เนื่องจากมีผลประกอบการที่พอใช้ได้และได้ยังการตอบรับจากตลาด
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า บริษัทคงนโยบายไม่เล่นเรื่องราคาเป็นตัวนำตลาด เพราะแนวโน้มเบี้ยประกันภัยรถยนต์ในปี 2559 หากยังคงตัดราคากันอยู่เชื่อว่าคงเริ่มอยู่ไม่ได้ เนื่องจากค่าสินไหมยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เห็นได้จากค่าสินไหมรถยุโรปและญี่ปุ่นระดับบนเริ่มขยับขึ้นมาใกล้เคียงกับรถขนาดเล็กอยู่ที่ 60% แล้ว
ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าการเติบโตในปีหน้าไว้ที่ 7.4% หรือมีเบี้ยประกัน 1.8 หมื่นล้านบาท







