
ยานยนต์จัดทีมดึงนักลงทุน
คลัสเตอร์ยานยนต์เน้นเจาะ 10 กลุ่มย่อย ดึงต่างชาติตั้งฐานผลิตในไทย
คลัสเตอร์ยานยนต์เน้นเจาะ 10 กลุ่มย่อย ดึงต่างชาติตั้งฐานผลิตในไทย
นายสมชาย หาญหิรัญ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการคลัสเตอร์ยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติให้ภาคเอกชนระบุรายละเอียดยานยนต์กลุ่มเป้าหมาย เพื่อจัดทำรายชื่อชิ้นส่วนเป้าหมายในการออกไปดึงดูดการลงทุนให้เข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทย โดยจะเน้นในชิ้นส่วนยานยนต์จากสหรัฐและยุโรปที่ยังมีน้อยในไทยมีทั้งหมด 10 กลุ่ม
ทั้งนี้ ประกอบด้วย กิจการผลิตเครื่องยนต์สำหรับยานพาหนะที่มีการขึ้นรูปชิ้นส่วนไม่น้อยกว่า 4 ใน 5 ชิ้น, กิจการผลิตชิ้นส่วนยานพาหนะที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง, กิจกรรมผลิตชิ้นส่วนความปลอดภัยและประหยัดพลังงาน, กิจการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไฮบริด รถไฟฟ้า และรถยนต์ปลักอินไฮบริดไฟฟ้า, กิจการผลิตยางล้อยานพาหนะ, กิจการผลิตชิ้นส่วนระบบเชื้อเพลิง, การผลิตชิ้นส่วนระบบส่งกำลัง,การผลิตชิ้นส่วนระบบเครื่องยนต์, การผลิตชิ้นส่วนความปลอดภัย และกิจการผลิตรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่
นอกจากนี้ ภาคเอกชนยังต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนการผลิตรถบัสขนาดใหญ่ เพราะตลาดทั้งภายในประเทศและอาเซียนมีความต้องการสูง ประเทศเพื่อนบ้านมีเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว มีความต้องการรถบัสสูงขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งประเทศไทยก็มีฐานการต่อรถบัสในภาคตะวันตกมาอย่างยาวนาน ทำให้มีโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถบัสจำนวนมาก คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 50% ของชิ้นส่วนรถบัสทั้งคัน จึงมีศักยภาพเป็นฐานการผลิตรถบัสในภูมิภาคนี้
นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ปัจจุบันไทยมีผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันชิ้นส่วนอีกหลายประเภทที่ไทยไม่สามารถผลิตได้ และยังมีโอกาสในตลาดต่างประเทศ เช่น ยางรถยนต์ ที่มีอีกหลายบริษัทยังไม่ได้เข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทย ซึ่งควรจะส่งเสริมให้ไทยเป็นฐานการผลิตยางล้อ และควรเน้นในชิ้นส่วนที่มีความต้องการใช้ภายในประเทศก่อน จึงจะมีความคุ้มทุนในการเข้ามาตั้งโรงงานในไทย
น.ส.ดวงใจ อัศวจินตจิตร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ได้ร่วมมือกับหอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ (เจซีซี) และเจแปน ไฟแนนเชียล คอร์ปอเรชั่น (เจเอฟซี) จัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจในวันที่ 9 ธ.ค. 2558 เพื่อให้ผู้ประกอบการญี่ปุ่นมีโอกาสเจรจาหาลู่ทางและการเชื่อมโยงการผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมต่างๆ ร่วมกับผู้ประกอบการของไทย โดยมีบริษัททั้งของไทยและญี่ปุ่นแสดงความสนใจเข้าร่วมงานแล้ว 332 บริษัท อาทิ ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ชิ้นส่วนโลหะ เครื่องจักรกล เป็นต้น ซึ่งจะเป็นโอกาสในการเชื่อมโยงการค้าระหว่างกัน







