
สิงห์บุกอาหารเครื่องดื่ม 5ปีติดท็อปไฟว์อาเซียน
จากนโยบายของสิงห์ กรุ๊ป ที่ต้องการสร้างอาณาจักรเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ให้สร้างรายได้ในสัดส่วน 50% และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 50% ทำให้ สิงห์ คอร์เปอเรชั่น เดินหน้าแตกธุรกิจใหม่ๆ ต่อเนื่อง โดยกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มจะเป็นจิ๊กซอว์ตัวหนึ่งที่ผลักดันให้พอร์ตโฟลิโอของบริษัทมีสินค้าครอบคลุมยิ่งขึ้น ทั้งเบียร์ อาหาร และเครื่องดื่ม
จากนโยบายของสิงห์ กรุ๊ป ที่ต้องการสร้างอาณาจักรเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ให้สร้างรายได้ในสัดส่วน 50% และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 50% ทำให้ สิงห์ คอร์เปอเรชั่น เดินหน้าแตกธุรกิจใหม่ๆ ต่อเนื่อง โดยกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มจะเป็นจิ๊กซอว์ตัวหนึ่งที่ผลักดันให้พอร์ตโฟลิโอของบริษัทมีสินค้าครอบคลุมยิ่งขึ้น ทั้งเบียร์ อาหาร และเครื่องดื่ม
ฐิติพร ธรรมาภิมุขกุล ผู้อำนวยการกลุ่มการตลาด ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ผู้จัดจำหน่ายขนมขบเคี้ยวยูกิ เปิดเผยว่า นโยบายของบริษัทได้วางเป้าหมายการทำการธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มติดอันดับท็อปไฟว์ หรือ 1 ใน 5 ของตลาดอาเซียนในปี 2563 จากปัจจุบันบริษัท เอฟแอนด์เอ็น (เฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ ลิมิเต็ด ของ “เจริญ สิริวัฒนภักดี”) ติดอันดับท็อปไฟว์ ขณะที่ธุรกิจของบริษัทยังไม่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของตลาดดังกล่าว
สำหรับกลยุทธ์ที่จะผลักดันให้บริษัทเติบโตได้อย่างรวดเร็ว คือการร่วมทุนกับบริษัทที่มีเทคโนโลยี หรือโนว์ฮาว เพื่อพัฒนาสินค้าและทำตลาดทั้งในไทยและอาเซียน โดยล่าสุด สิงห์ กรุ๊ป ซึ่งประกอบด้วย บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น และบริษัท เฮสโก ฟู้ด อินดัสทรี่ ซึ่งเป็นบริษัทลูก ได้เข้าร่วมทุนสัดส่วน 50% กับบริษัท ซังโกะ เซกะ จากประเทศญี่ปุ่นสัดส่วน 50% จัดตั้งบริษัท สิงห์-ซังโกะ ทุนจดทะเบียน 250 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจขนมขบเคี้ยว ประเดิมจากการเปิดตัวข้าวอบกรอบแบรนด์ยูกิ ชิงตลาดมูลค่า 1,000 ล้านบาท โดยมีบริษัท เฮสโก ฟู้ด อินดัสทรี่ เป็นผู้ผลิต ตั้งเป้ามีกำลังผลิตคิดเป็นมูลค่า 2,000 ล้านบาท
ขณะที่จากนี้ไปในแต่ละปี บริษัทจะเปิดตัวสินค้ากลุ่มขนมขบเคี้ยวใหม่ 2-3 รายการ จากปัจจุบันบริษัท ซังโกะฯ มีขนมขบเคี้ยวราว 90-100 รายการ โดยสินค้าในพอร์ตโฟลิโอธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มของบริษัท ในตลาดขนมขบเคี้ยวมีด้วยกัน 3 แบรนด์ ได้แก่ สาหร่ายมาชิตะ ข้าวทอดกรอบแม็ก สแน็กซ์ และล่าสุดข้าวอบกรอบยูกิ ส่วนกลุ่มเครื่องดื่ม ได้แก่ น้ำดื่ม โซดา ตราสิงห์ น้ำแร่เพอร์ร่า และเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริงก์บีอิ้ง
นอกจากนี้ จะเริ่มทำตลาดขนมขบเคี้ยวในประเทศกลุ่มซีแอลเอ็มวี ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม ในปลายปี 2559 ขณะที่ในไทยใช้งบตลาด 50 ล้านบาท เน้นเจาะกลุ่มเป้าหมาย 15-25 ปี
ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้บริษัทเข้าไปรุกตลาดข้าวอบกรอบ เป็นไปตามวิสัยทัศน์ของ สันติ ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ ที่ต้องการให้บริษัททำธุรกิจโดยใช้วัตถุดิบจากข้าว เพราะไทยเป็นผู้ผลิตข้าวและส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลก อีกทั้งข้าวอบกรอบยังสอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคไทยที่เร่งรีบและใส่ใจสุขภาพมากขึ้น
ฐิติพร กล่าวว่า การทำตลาดขนมขบเคี้ยวจะเป็นจิ๊กซอว์อีกหนึ่งตัวที่ผลักดันให้สิงห์ กรุ๊ป ติดอันดับท็อปไฟว์ เพราะตลาดขนมขบเคี้ยวเป็นตลาดใหญ่ เฉพาะในไทยมีมูลค่าถึง 2.9 หมื่นล้านบาท สำหรับเป้าหมายรายได้ยูกิปีแรกตั้งไว้ 300 ล้านบาท หรือมีส่วนแบ่ง 30% ของตลาด 1,000 ล้านบาท และ 5 ปีตั้งเป้ามีรายได้ 1,000 ล้านบาท จากปัจจุบันโดโซะ มีส่วนแบ่ง 80% ชินมัย 8% และอื่นๆ 12%
ในส่วนของรายได้ของกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มสิ้นปีนี้ตั้งเป้าเติบโต 10% หรือคิดเป็นยอดขายกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท จากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 1.3 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น กลุ่มขนมขบเคี้ยว 20% และเครื่องดื่ม 80%
ด้าน ฮิโรโนริ ซาโตะ ประธานกรรมการ บริษัท ซังโกะ เซกะ กล่าวว่า บริษัทได้ตัดสินใจร่วมทุนกับสิงห์ กรุ๊ป เพื่อดำเนินธุรกิจขนมขบเคี้ยวในตลาดอาเซียน โดยใช้ไทยเป็นฐานการผลิตและทำตลาดในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะสร้างโรงงานผลิตในอาเซียนในอนาคต ปัจจุบันบริษัทมีรายได้รวมปีละ 1.4 หมื่นล้านบาท
ด้านกลุ่มไทยเบฟเวอเรจ ซึ่งเป็นคู่แข่งทำตลาดทั้งในไทยและอาเซียน ไพศาล อ่าวสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจอาหาร บริษัท โออิชิ กรุ๊ป กล่าวว่า ก่อนหน้านี้บริษัทวางแผนรุกขยายพอร์ตโฟลิโอกลุ่มขนมขบเคี้ยว โดยทดลองทำตลาดสาหร่ายทอดกรอบโอโนริเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา แต่ไม่ประสบความสำเร็จจึงนำออกจากตลาด และขณะนี้ยังไม่มีแผนจะทำตลาดขนมขบเคี้ยว เพราะภาพรวมตลาดขนมขบเคี้ยวปีนี้ซบเซาอย่างหนัก เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
จะเห็นได้ว่าในอีก 5 ปีจากนี้ กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มจะเป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์สำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจของสิงห์ กรุ๊ป เมื่อรวมกับธุรกิจเบียร์ที่ต้องการก้าวสู่เบอร์ 3 ในเอเชีย จะผลักดันให้ตระกูล “ภิรมย์ภักดี” สร้างอาณาจักรของธุรกิจติดอันดับต้นๆ ในเอเชีย หรือเทียบชั้นกับไทยเบฟ ได้ไม่มากก็น้อย







