posttoday
ชิ้นส่วนรถหนีเสี่ยงไปอุตฯอื่น

ชิ้นส่วนรถหนีเสี่ยงไปอุตฯอื่น

10 ธันวาคม 2558

SAT ผลิตเครื่องจักรเกษตรเพิ่ม TKT ขยายชิ้นส่วนไปยังอุตฯอื่น

SAT ผลิตเครื่องจักรเกษตรเพิ่ม TKT ขยายชิ้นส่วนไปยังอุตฯอื่น

“SAT-TKT” ลุยเพิ่มผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอื่น หลังยานยนต์เท่าเดิม คู่แข่งเพิ่ม

นายยงเกียรติ์ กิตะพาณิชย์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี (SAT) เปิดเผยว่า บริษัทวางเป้าหมายว่าภายใน 3-5 ปีข้างหน้า บริษัทน่าจะมีสัดส่วนรายได้จากการผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักรกลการเกษตรเป็น 30% จากปัจจุบันอยู่ที่ 20% และชิ้นส่วนรถยนต์ที่ 80% เพราะต้องการบริหารความเสี่ยงจากธุรกิจยานยนต์ ซึ่ง SAT เริ่มผลิตชิ้นส่วนนี้มาถึง 6 ปีแล้ว และมองว่าอนาคตมีการผลิตมากขึ้นตามความต้องการตลาดที่ต้องการเครื่องจักรมาช่วยในการทำการเกษตรกรรมมากขึ้น

“พยายามหาผลิตภัณฑ์ใหม่เข้ามาเพิ่มในไลน์การผลิตมากขึ้นทั้งในส่วนของชิ้นส่วนรถยนต์และเครื่องจักรกลการเกษตรและอุปกรณ์ต่อพ่วง ล่าสุดได้ผลิตเครื่องปลูกมันที่จะมาทดแทนแรงงานคน ซึ่งจะเริ่มออกขายได้ต้นปีหน้า ขณะที่เครื่องจักรรถคูโบต้าปีหน้าจะมีการผลิตเพิ่มเป็น 7 หมื่นคัน จากปีนี้ผลิตได้ 6 หมื่นคัน” นายยงเกียรติ์ กล่าว

สำหรับเป้าหมายปี 2559 ตั้งเป้ารายได้เติบโต 5-10% จากคำสั่งผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ตามยอดการผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์ปีหน้าที่คาดว่าจะผลิตได้ 2 ล้านคัน จากปีนี้ 1.9 ล้านคัน รวมถึงบริษัทจะเริ่มรับรู้รายได้คำสั่งผลิตชิ้นส่วนรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่จะรับรู้รายได้ในปีหน้า 200-300 ล้านบาท และมองว่าอัตรากำไรสุทธิปีหน้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 8-9% จาก 9 เดือนปีนี้อยู่ที่ 6.6% ได้ เพราะบริษัทเน้นผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ที่ให้อัตรากำไรที่ดี และบริษัทยังมีนโยบายที่เน้นการควบคุมต้นทุนการผลิตให้มีประสิทธิภาพเพื่อรักษาการทำกำไร

ขณะที่แผนการขยายโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนยังไม่มีความชัดเจนการลงทุนจากเดิมคาดว่าจะได้ข้อสรุปปีนี้ เนื่องจากลูกค้าของบริษัทที่ผลิตรถยนต์ให้กับบริษัทญี่ปุ่นชะลอการตัดสินใจเลือกผู้ที่จะเข้าไปก่อตั้งโรงงานเพื่อผลิตชิ้นส่วนรถยนต์

นายยงเกียรติ์ กล่าวว่า ปีนี้กำไรสุทธิและรายได้จะต่ำกว่าปีก่อนที่ทำได้ 649 ล้านบาท และ 8,230 ล้านบาท ตามลำดับ หลังจากภาวะอุตสาหกรรมรถยนต์ชะลอตัวต่อเนื่อง และได้รับผลกระทบจากลูกค้ารายหนึ่งที่เปลี่ยนโมเดลรถปิกอัพทำการผลิตขาดช่วงไป

ด้าน นายจุมพล เตชะไกรศรี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ที.กรุงไทยอุตสาหกรรม (TKT) กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทกำลังอยู่ในขั้นตอนเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยกระบวนการผลิตเพื่อให้การฉีดพลาสติกสามารถขยายการผลิตไปยังอุตสาหกรรมอื่นเพิ่มเติม จากปัจจุบันเป็นชิ้นส่วนรถยนต์ 80% ที่เหลือเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าและแม่พิมพ์

“2-3 ปีแรกบริษัทยังคงยึดในชิ้นส่วนยานยนต์เป็นหลักไปก่อน ส่วนการขยายไปยังอุตสาหกรรมอื่นคาดว่าต้นปีหน้าจะสามารถบอกความคืบหน้าได้ชัดเจนมากขึ้น เพราะเป็นสิ่งที่บริษัทใช้กระบวนการในการพัฒนามาตลอดในระยะเวลา 1-2 ปีที่ผ่านมานี้ เนื่องจากเราเห็นแล้วว่าอนาคตปี 2559 จะเป็นอย่างไรจากที่คำสั่งซื้อจากโตโยต้าจะหายไปครึ่งหนึ่ง จึงได้ศึกษา พัฒนาและวิจัยการฉีดพลาสติกแบบอื่นมากขึ้น โดยคาดว่าจะส่งผลต่อรายได้และผลประกอบการของบริษัทได้ชัดเจนในปี 2560 โดยมองว่าจะทำให้สินค้ามีมูลค่าเพิ่มและมีอัตรากำไรที่ดีขึ้นในอนาคต” นายจุมพล กล่าว

นายจุมพล กล่าวอีกว่า บริษัทพยายามเพิ่มกระบวนการผลิตในชิ้นส่วนอุตสาหกรรมอื่นเพราะต้องการบริหารความเสี่ยงจากอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ปัจจุบันถือว่าเค้กก้อนนี้มีการเติบโตที่เท่าเดิมหรือเติบโตได้เล็กน้อยเท่านั้น หากถ้าไม่มีนโยบายพิเศษเพิ่มเข้ามาอย่างตอนนโยบายรถยนต์คันแรก ยอดการผลิตรถยนต์คงไม่มีการเติบโตถึง 2.4 ล้านคัน เหมือน 2-3 ปีที่ผ่านมา อีกทั้งปัจจุบันมีคู่แข่งจากต่างประเทศได้เข้ามาชิงเค้กก้อนนี้มากขึ้น

ทั้งนี้ ปีหน้ายอมรับว่ารายได้บริษัทจะอยู่ที่ 1,200 ล้านบาท หรือลดลง 10% จากปีนี้ทำได้ 1,300-1,400 ล้านบาท จากอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ชะลอตัวในปีนี้ และจากคำสั่งซื้อจากยอดการผลิตโตโยต้าที่หายไป แต่ก็ได้รับการผลิตของฟอร์ดเข้ามาชดเชย ส่วนแนวโน้มไตรมาส 4 จะต่ำกว่าไตรมาส 3 ทั้งรายได้และกำไรสุทธิ เนื่องจากเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของธุรกิจ รวมทั้งไม่มีกำไรพิเศษจากแม่พิมพ์เข้ามาเหมือนไตรมาส 3

ปัจจุบันมีงานในมือรอส่งมอบมูลค่า 1,000 ล้านบาท จะทยอยรับรู้ปีหน้า และยังอยู่ระหว่างเจรจารับงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์และผลิตแม่พิมพ์ให้อีซูซุจะสรุปปีหน้าเช่นกัน อีกทั้งยังพิจารณาร่วมทุนหรือซื้อกิจการในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจเดิม หากจำเป็นต้องใช้เงินจะกู้จากธนาคารเพราะปัจจุบันมีอัตราหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) ที่ 1.5 เท่า

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี