
อีซีเอฟแตกไลน์ ผุดร้าน100เยน
อีซีเอฟกระจายเสี่ยง ซื้อแฟรนไชส์ร้าน 100 เยน แบรนด์แคนดู จากญี่ปุ่น 5 ปี ผุด 100 แห่ง
อีซีเอฟกระจายเสี่ยง ซื้อแฟรนไชส์ร้าน 100 เยน แบรนด์แคนดู จากญี่ปุ่น 5 ปี ผุด 100 แห่ง
นายอารักษ์ สุขสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีสต์โคสท์เฟอร์นิเทค หรือ อีซีเอฟ ผู้ผลิตและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ไม้ปาร์ติเกิลบอร์ด ไม้ยางพารา เปิดเผยว่า บริษัทได้กระจายความเสี่ยงด้านการลงทุนด้วยการขยายธุรกิจอื่นๆ ผ่านบริษัท อีซีเอฟ โฮลดิ้งส์ หรือ อีซีเอฟเอช ซึ่งเป็นบริษัทลูก
ทั้งนี้ ล่าสุดได้ซื้อแฟรนไชส์ร้านค้าปลีก 100 เยน จากญี่ปุ่น ภายใต้แบรนด์ แคนดู (Can Do) ระยะสัญญา 5 ปี เพื่อขยายสาขาในประเทศไทย โดยจะเน้นเปิดสาขาในโมเดิร์นเทรดเป็นหลัก ทั้งในรูปแบบการลงทุนเอง และขายแฟรนไชส์ให้ผู้สนใจ ซึ่งสินค้าในร้านแคนดูจะจำหน่ายราคาเดียว 60 บาท/ชิ้น อาทิ ของใช้ภายในบ้าน สินค้าความงาม เครื่องเขียน เป็นต้น รวมกว่า 1 หมื่นรายการ
สำหรับแผนการขยายร้านแคนดูตั้งเป้า 5 ปีจากนี้จะขยายสาขาได้ 100 สาขา แบ่งเป็นสาขาของบริษัท 60 สาขา และแฟรนไชส์ 40 สาขา ใช้งบลงทุนสาขาละ 7-8 ล้านบาท ขนาดพื้นที่ 130-250 ตารางเมตร โดยปลายปี 2558 นี้จะเปิด 3 สาขา ได้แก่ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ และเดอะ พาซิโอ พาร์ค กาญจนาภิเษก ส่วนในปีหน้าวางแผนเปิดเพิ่มอีก 10 สาขา และปี 2559 จะเน้นขยายในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ชลบุรี ศรีราชา และพัทยา เป็นต้น รวมทั้งขยายคลังสินค้าและโลจิสติกส์รองรับ คาดงบลงทุนเบื้องต้น 150 ล้านบาท
“ธุรกิจร้านค้าปลีกสินค้า 60 บาท ยังมีแนวโน้มขยายตัวได้อีกมาก เห็นได้จากชาวต่างชาติที่เดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นในปี 2557 ถึง 20 ล้านคน ซึ่ง 7% เป็นคนไทยที่เดินทางไปเที่ยวและชอบไปช็อปปิ้งในร้านสินค้าราคาเดียว โดยปัจจุบันในไทยมีร้านรูปแบบดังกล่าว 3 แบรนด์ รวม 109 สาขา คาดว่าตลาดไทยจะสามารถขยายได้ถึง 1,000 สาขา เพราะในญี่ปุ่นมีร้านค้าลักษณะนี้กว่า 2,500 สาขา” นายอารักษ์ กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทยังได้ลงทุนโรงไฟฟ้าในญี่ปุ่น ซึ่งจะเริ่มจ่ายไฟฟ้าได้ในปี 2559 และจะประมูลโรงไฟฟ้าชีวมวลในปีหน้า รวมทั้งมีแผนจะดำเนินธุรกิจโซลาร์รูฟด้วย ขณะที่ผลการดำเนินงานปี 2558 คาดว่าจะมีรายได้รวม 1,300 ล้านบาทเติบโต 10-12% จากปีก่อน และตั้งเป้าหมายรายได้ปี 2559 เติบโต 10-12% โดยสัดส่วนรายได้จะมาจากเฟอร์นิเจอร์ 90% และธุรกิจอื่น 10%







