
รู้ทันภัยคุกคามปี'59
โดย...ปากกาด้ามเดียว
โดย...ปากกาด้ามเดียว
ภัยคุกคามไซเบอร์ขยับเข้ามาใกล้ตัวเรามากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยจำนวนมัลแวร์ที่เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วและทวีความรุนแรง โดยเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้วมีไวรัสเกิดขึ้นเพียง 1 ตัว/ชั่วโมง ในปี 2537 เพิ่มขึ้นเป็นนาทีละ 1 ตัว ในปี 2554 เพิ่มขึ้นเป็นวินาทีละ 1 ตัว และในปี 2557 ที่ผ่านมา ไวรัสได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็น 3.25 แสนตัว/วัน
เดนิส เลเกโซ นักวิจัยด้านความปลอดภัย ทีมวิเคราะห์และวิจัยระดับโลก แคสเปอร์สกี้ แล็บ เผยว่า ทิศทางการจู่โจมการก่อการร้ายของเหล่านักจารกรรมในปี 2559 จะไม่ใช่แค่การสร้างมัลแวร์เพื่อให้แพร่กระจายจากไฟล์เพียงอย่างเดียว แต่อาจจะเปลี่ยนรูปแบบเป็นหน่วยความจำหรือเมโมรีแทน เพราะเมโมรีเป็นส่วนที่ตรวจสอบยาก
ในขณะเดียวกัน แรนซัมแวร์ (Ransomware) เป็นมัลแวร์ที่จู่โจมเราโดยวิธีการเรียกค่าไถ่ก็มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานเช่นกัน โดยสามารถเจาะข้อมูลเข้าไปในชีวิตประจำวันได้ผ่านทางระบบปฏิบัติการมือถือ การใช้ธนาคารออนไลน์ผ่านทางสมาร์ทโฟนหรือพีซี ในการชำระค่าบริการหรือทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ และมีแนวโน้มว่าจะจู่โจมระบบรถยนต์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างอื่นที่เชื่อมต่อแบบไร้สาย เช่น ตู้เย็น ทีวี เป็นต้น โดยในประเทศไทยพบแรนซัมแวร์ 28% ซึ่งถือว่ายังน้อยกว่าประเทศอื่นๆ
ทั้งนี้ โดยทั่วไปมัลแวร์จะสามารถเข้าถึงผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตและองค์กรได้ 4 ช่องทางด้วยกัน คือ จากการรับส่งอีเมลในชีวิตประจำวัน-การทำงาน จากเว็บไซต์หลอกที่สร้างลิงก์ปลอมล่อลวงไปยังหน้าเว็บที่สร้างทิ้งไว้ เพื่อหลอกลวงเงิน จากการใช้เครือข่ายสังคมทางออนไลน์ และจากการใช้ยูเอสบีที่มีความเสี่ยงมาเชื่อมต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
กลุ่มเป้าหมายที่แคสเปอร์สกี้ แล็บ พบเป็นจำนวนมากจะเป็นกลุ่มผู้ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์บนสมาร์ทโฟน เนื่องจากเป็นระบบปฏิบัติการที่มีคนใช้เป็นจำนวนมากกว่าระบบไอโอเอส จึงเป็นกลุ่มเสี่ยงในการโดนโจมตีมากกว่า โดยในประเทศไทยพบว่ามีความเสี่ยงสูงมากถึง 30-40% เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 ถึง 2.2% และไตรมาส 3 ปีนี้ ยังพบกลุ่มเสี่ยงที่มีแนวโน้มที่จะถูกจู่โจมจากเหล่ามัลแวร์เพิ่มมากขึ้น โดยพบ
แบงก์กิ้งโทรจันที่มีทิศทางเติบโตขึ้นอีกมาก เพราะมีการทำธุรกรรมทางออนไลน์มากขึ้น
มัลแวร์ตัวต่อมาที่มีระดับความน่ากลัวสูง คือ “เทอร์ล่า” (Turla) ที่เป็นการจารกรรมข้อมูลในระดับประเทศ เน้นเจาะกลุ่มความมั่นคงทางรัฐบาลเป็นหลัก เจาะจงกระทรวงกลาโหม องค์กรระหว่างประเทศที่มีขนาดใหญ่ โดยมีวิธีการทำงานจะบุกตรงไปที่เฟิร์มแวร์เพื่อทำการเจาะข้อมูลไปที่แม่ข่าย จากนั้นจะเข้าไปซ่อนตัวในระบบและคอยดึงข้อมูลทีละนิดๆ จนสามารถขโมยข้อมูลสำคัญๆ ได้ทั้งหมด
การเติบโตของเหล่ามัลแวร์ที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ และยังได้พัฒนาตัวเองให้มีหน้าตาคล้ายกับรูปแบบงานที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ทำให้ยากต่อการตรวจจับและค้นหา ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงควรศึกษาความรู้อยู่สม่ำเสมอ เพื่ออัพเดทวิธีการโจมตีและวิธีการป้องกันให้สามารถจัดการไวรัสเหล่านี้ได้ องค์กรต่างๆ ควรให้ความรู้ความเข้าใจแก่พนักงานอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งงดใช้ไว-ไฟสาธารณะ หรือวิธีที่ง่ายๆ คือการอัพเดทโปรแกรมสแกนไวรัสให้ทันสมัยอยู่เสมอ







