"Local Alike" ชวนเที่ยวไทยแบบยั่งยืน
ผู้ประกอบการไทยรุ่นใหม่ที่ต้องการสร้างธุรกิจการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนและทำให้ชุมชนได้รับผลประโยชน์มากที่สุด
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
การท่องเที่ยวที่ทำรายได้ให้แก่ประเทศในจำนวนสูงมากในแต่ละปี แต่เมื่อวัดผลไปถึงระดับชุมชนกลับได้ผลจากรายได้ท่องเที่ยวในระดับน้อย จึงเป็นแนว คิดของผู้ประกอบการไทยรุ่นใหม่ที่ต้องการสร้างธุรกิจการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนและทำให้ชุมชนได้รับผลประโยชน์มากที่สุดกับ “โลคอล อไลค์” ที่เมื่อเดินทางเพียง 1 วัน จะเปลี่ยนมุมมองการท่องเที่ยวแบบใหม่ให้นักท่องเที่ยวไทยได้ทั้งชีวิต
"สมศักดิ์ บุญคำ" ผู้ก่อตั้งและกรรมการบริหาร บริษัท โลคอล อไลค์ เปิดเผยว่า การเริ่มต้นทำธุรกิจในครั้งนี้ใช้งบลงทุนประมาณ 2 ล้านบาท และตนเองก็ร่วมก่อตั้งกับ “สุรัชนา ภควลีธร” ที่อยากสร้างการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนเพื่อชุมชน ด้วยการเข้าไปทำกิจกรรมกับชุมชนต่างๆ อีกทั้งต้องทำให้ชุมชนเข้าใจและนักท่องเที่ยวก็เข้าใจในวิถีชีวิตของคนไทย พร้อมกับใช้ www.localalike.com ทำตลาดสู่ลูกค้าทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ
“การเลือกเว็บไซต์และเฟซบุ๊ก มาทำตลาดเพื่อทำให้ลูกค้าเข้าถึงง่าย บริษัทต้องดึงผู้เชี่ยวชาญมาร่วมพัฒนาและออกแบบเว็บไซต์ รวมทั้งสามารถพัฒนาเว็บไซต์การท่องเที่ยวแบบชุมชนที่ยั่งยืนตามแบบที่บริษัทต้องการ ส่วนการท่องเที่ยวที่ดึงเสน่ห์ของแต่ละพื้นที่มานำเสนอ เพราะความไม่สมบูรณ์คือเสน่ห์ของประเทศไทย รวมถึงวิถีชีวิตของประเทศไทยที่มีเอกลักษณ์”สมศักดิ์ กล่าว
การเลือกพื้นที่มาทำเป็นโปรแกรมท่องเที่ยวนั้น ทีมงานของบริษัทจะเข้าไปลงพื้นที่เพื่อทำงานร่วมกับชุมชน ทำให้ทราบและรู้ถึงความต้องการของแต่ละชุมชน โดยแต่ละชุมชมเข้าไปทำงานร่วมกันประมาณ 6 เดือน และจะเลือกใช้ไกด์ที่เป็นคนในท้องถิ่น รวมทั้งนักท่องเที่ยวก็ต้องไปอยู่กับชุมชนและทำกิจกรรมร่วมกัน ผลที่ได้ทำให้ชุมชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง โดยในปัจจุบันมีชุมชนที่ร่วมโครงการแล้ว 18 แห่ง และเดือน ต.ค. 2558 จะเพิ่มเป็น 30 แห่งทั่วประเทศ
โปรแกรมการท่องเที่ยวมีหลากหลายรูปแบบมากตั้งแต่ 1-2 ชั่วโมงไปจนถึง 1-3 วัน หรือยาวนานกว่านั้นขึ้นอยู่กับชุมชม อีกทั้งกำลังร่วมพัฒนาให้ชุมชนสามารถมีผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นเพื่อนำเสนอแก่นักท่องเที่ยว ผลการทำตลาดในช่วงที่ผ่านมามีลูกค้าคนไทยรู้จักเพิ่มมากขึ้นจากการบอกปากต่อปากและลูกค้าต่างชาติที่รู้จักผ่านเว็บไซต์
“สมศักดิ์” กล่าวว่า รายได้ของบริษัทจะมาจากการที่ลูกค้าจองโปรแกรมดังกล่าว และต้องเสียค่าใช้จ่าย Management Free 15% ให้แก่บริษัท ส่วนรายได้โปรแกรมทัวร์ก็ไปสู่ชุมชนทั้งหมด แต่บริษัทเน้นบริหารธุรกิจเพื่อให้องค์กรสามารถเติบโตได้ต่อไป
“งบลงทุนในช่วงแรกมาจากการที่ตนเองเข้าไปประกวดแผนธุรกิจหลายโครงการ และได้รับรางวัลทำให้มีเงินทุนมาลงทุนและทำกิจกรรมได้ อีกทั้งมีช่วงบัญชีติดลบก็ต้องสู้และอยู่รอดให้ได้ และมาจากความต้องการอันแรงกล้าที่จะทำสิ่งนี้ให้สำเร็จ อยากสร้างสิ่งที่มีประโยชน์และเกิดคุณค่าแก่สังคม อีกทั้งได้เข้าร่วมโครงการของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. ทำให้ได้รับเงินทุนเข้ามาบริหารบริษัท”สมศักดิ์ กล่าว
นอกจากจะมีลูกค้าเป็นนักท่องเที่ยวแล้วยังมีลูกค้าองค์กรที่ต้องการเข้าไปร่วมทำกิจกรรมและท่องเที่ยวในชุมชน ซึ่งมีลูกค้าหลักเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) มีบริษัทสนใจเข้ามาร่วมท่องเที่ยวในชุมชนเพิ่มขึ้น ถือว่าขณะนี้ลูกค้าองค์กรกลายเป็นลูกค้าที่สร้างรายได้หลักไปแล้ว และลูกค้าคนไทยรวมถึงต่างชาติก็มีเข้ามาท่องเที่ยวซ้ำด้วย
ในปัจจุบันลูกค้าเป็นคนไทย 80% และต่างชาติ 20% ซึ่งต่อไปจะขยายชุมชนให้มากขึ้น แต่ทุกอย่างต้องใช้เวลา เพราะบริษัทต้องเข้าไปร่วมพัฒนาชุมชมก่อนที่จะเลือกมาเป็นโปรแกรมท่องเที่ยว โดยปีนี้คาดว่าจะสร้างรายได้จากธุรกิจกว่า 10 ล้านบาท และเติบโตมากขึ้นในปีต่อไป
“โลคอล อไลค์ ถือเป็นเว็บไซต์ทางการรายแรกในประเทศที่ทำท่องเที่ยวแบบยั่งยืนและเพื่อชุมชน เชื่อมั่นว่าจะช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจชุมชนเติบโตมากขึ้น โดยคาดว่าการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนจะได้รับความนิยมในประเทศไทยมากขึ้นในระยะต่อไป”สมศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย


