posttoday
3บจ.รับมือเปิดเออีซี

3บจ.รับมือเปิดเออีซี

08 ธันวาคม 2558

“นามยง” ลุยเปิดท่าเรือเมียนมา MC บุกครบทุกประเทศ ส่วน TTCL มุ่งสร้างรายได้ ตปท. 35%

“นามยง” ลุยเปิดท่าเรือเมียนมา MC บุกครบทุกประเทศ ส่วน TTCL มุ่งสร้างรายได้ ตปท. 35%

นายเทพรักษ์ เหลืองสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นามยง เทอร์มินัล (NYT) เปิดเผยว่า ผลจากการที่ทางกลุ่ม เอ็น.วาย.เค. (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นบริษัทเครือ NYK ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นเข้ามาซื้อหุ้นจากกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม คือ โนรี สุขสวัสดิ์ จำนวน 18.43% ยิ่งจะสนับสนุนการทำธุรกิจของนามยง และทำให้บริษัทมีความพร้อมอย่างมากในการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเชียน (เออีซี) เพราะมีความเป็นไปได้สูงมากที่บริษัทจะออกไปร่วมกับทางกลุ่ม NYK ในการทำท่าเรือที่เมียนมา เพราะเชื่อว่าหลังจากนี้การทำท่าเรือที่เมียนมาจะมีความสำคัญมาก

ก่อนหน้า NYK เป็นผู้นำเข้ารถไปขายในเมียนมา แต่เป็นรถมือสองจึงยังไม่จำเป็นต้องมีท่าเรือ แต่เมื่อเศรษฐกิจเมียนมาเติบโตขึ้น การนำเข้ารถยนต์มือหนึ่งไปขายในเมียนมาจำต้องมีท่าเรือ ดังนั้นการที่บริษัทเป็นผู้นำและเป็นที่รู้จักจากคู่ค้าทั่วโลก โอกาสจึงมีมากที่จะขยายธุรกิจท่าเรือไปยังเมียนมา

“การที่มี NYK เข้ามาถือหุ้น ยิ่งทำให้เรามีความแข็งแกร่งในการทำธุรกิจร่วมกันและมีโอกาสมากที่จะขยายธุรกิจออกไปเมียนมา เพื่อรองรับการเติบโต ซึ่งรายละเอียดและรูปแบบนั้นอยู่ระหว่างการศึกษาและ AEC ก็เป็นโอกาสในการทำธุรกิจ” นายเทพรักษ์ กล่าว

นายกอบชัย ธนสุกาญจน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการเงินและบัญชี บริษัท ทีทีซีแอล (TTCL) กล่าวว่า บริษัทมีความพร้อม เมื่อมีการเปิดเออีซี เพราะทุกวันนี้ได้ออกไปรับงานในต่างประเทศอยู่แล้ว เช่น เวียดนาม เมียนมา จึงน่าจะทำให้มีโอกาสมากขึ้น

ปัจจุบันงานของบริษัทส่วนใหญ่อยู่ในต่างประเทศ และอนาคตในอีก 1-2 ปีข้างหน้ารายได้จากต่างประเทศน่าจะขยับขึ้นมาเป็นประมาณ 35% จากปัจจุบันที่ยังมีไม่มากนัก โดยเฉพาะงานโรงไฟฟ้าถ่านหินที่เมียนมาขนาด 1,200 เมกะวัตต์ จะเป็นโครงการที่สำคัญในอนาคต

นายกอบชัย กล่าวอีกว่า บริษัทอยู่ระหว่างการประมูลงานก่อสร้างประมาณ 7 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นโครงการในต่างประเทศ คาดหวังว่าจะได้รับงาน 3.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมีงานในมืออยู่ที่ 3.4 หมื่นล้านบาท โดยจะรับรู้รายได้ในไตรมาส 4 ประมาณ 5,000 ล้านบาท ที่เหลือรับรู้ในปีหน้า ดังนั้น บริษัทคาดว่ารายได้ในปีหน้าจะอยู่ที่ 2.2-2.3 หมื่นล้านบาท เติบโตประมาณ 15% จากปีนี้ที่คาดว่าอยู่ที่ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท และคาดว่าอัตรากำไรสุทธิจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 3% จาก 9 เดือนแรกปีนี้อยู่ที่ 1.89% เนื่องจากปีหน้าบริษัทจะมีการรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมกังหันก๊าซที่เมียนมาขนาด 120 เมกะวัตต์เต็มปี หรือคิดเป็นรายได้ประมาณ 1,000 ล้านบาท จากปีนี้ที่มีการขายไฟฟ้า 6-7 เดือน ซึ่งธุรกิจไฟฟ้ามีอัตรากำไรระดับสูง ประกอบกับงานก่อสร้างที่บริษัทรับมาใหม่มีมาร์จิ้น ที่ดีขึ้น

“งานก่อสร้างที่อยู่ระหว่างการประมูลจะเป็นงานแถวประเทศเพื่อนบ้าน 75% ที่เหลือเป็นงานในประเทศ ทำให้รายได้หลักจะมาจากต่างประเทศ ดังนั้น กรณีเงินบาทอ่อนค่าถือเป็นผลดีต่อบริษัท เพราะเมื่อแปลงมาเป็นเงินบาทจะได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน สำหรับในอนาคตหลังจากโรงไฟฟ้าถ่านหินที่เมียนมาเสร็จ รายได้จากธุรกิจก่อสร้างจะอยู่ที่ 50% และรายได้จากการบริหารโรงไฟฟ้าจะอยู่ที่ 50% จากปัจจุบันที่ส่วนใหญ่เป็นรายได้จากการก่อสร้าง” นายกอบชัย กล่าว

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนจะไปลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ญี่ปุ่นขนาด 30-45 เมกะวัตต์ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจาทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้า คาดว่าจะเสร็จกลางปีหน้า และก่อสร้างได้ครึ่งหลังปี 2559 โดยจะใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 1 ปี เม็ดเงินลงทุนจะอยู่ 2.5 ล้านเหรียญ/เมกะวัตต์ โดยการลงทุนจะเป็นของ TTCL พาวเวอร์

น.ส.สุณี เสรีภาณุ ประธานกรรมการ บริษัท แม็คกรุ๊ป (MC) กล่าวว่า ทางกลุ่มมีความพร้อมรับกับการเปิดเออีซี ทุกวันนี้ได้ขยายธุรกิจออกไปในกลุ่มประเทศเออีซีเกือบทั้งหมดแล้ว และคาดหวังว่าใน 2-3 ปีข้างหน้า รายได้จากต่างประเทศจะอยู่ที่ 2% ของยอดขายรวม ส่วนปีหน้ารายได้จะโตจากปีนี้ประมาณ 15%

สำหรับอัตรากำไรขั้นต้นน่าจะขยับขึ้นมาสู่เลข 2 หลัก หลังจากใช้ช่องทางขายผ่านออนไลน์มากขึ้น หากได้รับการตอบรับที่ดีก็จะชะลอการขยายสาขา ทำให้ค่าใช้จ่ายลดลง แต่ขณะนี้บริษัทยังคงเดินหน้าเปิดสาขาตามแผนที่วางไว้ 700 สาขา ไม่นับรวมกับไทม์เดคคอร์

“ยอมรับว่าปี 2558 เป็นปีที่เหนื่อยมาก ต้องใช้แคมเปญทางการตลาดมากในการกระตุ้นยอดขาย และคาดหวังว่ากำลังซื้อน่าจะกลับมาดีขึ้น หลังรัฐกระตุ้นเศรษฐกิจ” น.ส.สุณี กล่าว

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน