
จีนเลิกนโยบายลูกคนเดียว ดันตลาดสินค้าเด็กออนไลน์บูม
หลังจากที่ทางการจีนประกาศยกเลิกนโยบายลูกคนเดียวเมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น
โดย...กัมปนาท คล้ายสุบรรณ
หลังจากที่ทางการจีนประกาศยกเลิกนโยบายลูกคนเดียวเมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น ก็มีโฆษณาปรากฏผ่านทางโซเชียลมีเดียของจีน สำหรับแอพพลิเคชั่นโทรศัพท์มือถือที่เชื่อมต่อโดยตรงระหว่างแพทย์กับสตรีมีครรภ์และคุณแม่มือใหม่
“เราอยู่นี่แล้ว เพื่อช่วยให้คุณพร้อมที่จะมีลูกได้อย่างวางใจ” คือภาพคุณหมอ 4 คนในชุดซูเปอร์ฮีโร่ที่กล่าวถึงบริการสำหรับคุณแม่และว่าที่คุณแม่มือใหม่ ในโฆษณาของแอพพลิเคชั่น “หม่ามี๊ จรือเต้า” (คุณแม่รู้) ซึ่งมาจากกลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัพในนครเสิ่นเจิ้น
เหลียงเหลี่ยง ผู้ก่อตั้งหม่ามี๊ จรือเต้า กล่าวกับวอลสตรีท เจอร์นัล ว่า ถึงแม้จะยังไม่แน่ใจว่าการเปลี่ยน แปลงนโยบายของทางการจีนจะสามารถกระตุ้นอัตราการเกิดภายในประเทศได้ แต่ทางบริษัทรวมถึง
ผู้ประกอบการรายอื่นๆ ต่างก็คาดหวังเป็นอย่างสูงในการทำธุรกิจที่ให้บริการแก่แม่และเด็กทารก
ในช่วงวันคนโสดที่ผ่านมาของจีน ซึ่งใกล้เคียงกับวันแบล็กฟรายเดย์ และไซเบอร์มันเดย์ในสหรัฐ สินค้าสำหรับเด็กเป็นหนึ่งในสินค้าที่ขายดีเป็นอันดับต้นๆ โดยเฉพาะในตลาดสินค้าออนไลน์ของอาลีบาบา
ทั้งนี้ บรรดานักลงทุนเวนเจอร์ แคปปิตอล กล่าวว่า ธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับสินค้าและบริการสำหรับเด็กนั้น มีศักยภาพมากพอที่จะเติบโตได้ถึงแม้เศรษฐกิจจีนในภาพรวมจะชะลอตัว เนื่องจากชาวจีนมีความต้องการสินค้าที่มีความปลอดภัยและคุณภาพสูงสำหรับเด็ก
แม้กลุ่มผู้ประกอบการบนอินเทอร์เน็ตจะพบว่าการเพิ่มทุนกำลังทำได้ยากขึ้น แต่ธุรกิจผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กกลับกำลังได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มนักลงทุนชั้นแนวหน้า เช่น เซควอญ่า แคปปิตอล ของจีน ขณะที่เว็บไซต์ซื้อสินค้าออนไลน์สำหรับเด็กอย่าง เป่ยเปย และมีอา ดอทคอม ก็สามารถเพิ่มทุนได้ถึง 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.5 หมื่นล้านบาท) ในการระดมทุนครั้งล่าสุด เช่นเดียวกับลามาบัง ซึ่งเป็นเครือข่ายสังคมสำหรับคุณแม่วัยรุ่น
“ตลาดกำลังเติบโต คนรุ่นใหม่ร่ำรวยขึ้นและพวกเขาต้องการการบริการที่ดีกว่า” เหลียง กล่าว ซึ่งนับแต่การก่อตั้งธุรกิจในปี 2014 หม่ามี๊จรือเต้า สามารถดึงดูดผู้ใช้กว่า 2 ล้านคน และได้รับการสนับสนุนจากบริษัทเวนเจอร์ แคปปิตอลรายหนึ่งในเครือของซอฟต์แบงก์กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่ในญี่ปุ่น
บริษัทวิจัย แอนาไลซิส ได้คาดการณ์ว่า ตลาดสำหรับธุรกิจที่ให้บริการแม่และเด็กของจีนทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ จะเพิ่มขึ้น 15% โดยมีมูลค่าถึง 2.44 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 8.54 ล้านล้านบาท) ในปีนี้ และอาจเพิ่มเป็นสองเท่าภายในปี 2020
ทั้งนี้ แม้ว่าการยกเลิกนโยบายลูกคนเดียวของทางการจีนอาจจะไม่ประสบความสำเร็จในการกระตุ้นประชากรใหม่ของจีนได้มากนัก แต่บรรดานักวิเคราะห์ต่างก็คาดการณ์ว่า ตลาดสินค้าเกี่ยวกับเด็กจะเติบโตขึ้นอย่างแน่นอน โดยเป็นผลมาจากครอบครัวชนชั้นกลางที่ปรารถนาจะซื้อหาสินค้าและบริการที่ดีกว่า โดยเฉพาะผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งเข้าถึงได้ง่ายกว่าการซื้อสินค้าและบริการสำหรับเด็กตามร้านค้าทั่วไป
เอวา นา รองประธาน นีลเซ่น บริษัทวิจัยด้านการตลาด ประจำประเทศจีน กล่าวว่า มองเห็นโอกาสทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะสินค้าสำหรับเด็ก เนื่องจากตลาดคุณแม่วัยทำงานในจีนที่มีขนาดใหญ่ โดยเอวา นา คาดการณ์ว่า ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการศึกษา ผลิตภัณฑ์นมผงสำหรับเด็ก ผ้าอ้อม เสื้อผ้าและของเล่นสำหรับเด็กจะได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็ว
ในช่วงที่ผ่านมา บริษัทอี-คอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ในจีนโดยเฉพาะอาลีบาบา และเจดี ดอทคอม ต่างก็ให้ความสนใจในตลาดสินค้าและผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก โดยได้จำหน่ายสินค้านำเข้าเกี่ยวกับเด็กมากขึ้น เพื่อตอบรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นหลังจากมีกรณีการปลอมแปลงนมผงสำหรับทารกเมื่อปี 2008 ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกไปทั่วประเทศมาแล้ว
ทั้งนี้ นมผงสำหรับเด็กทารกและอาหารสำหรับเด็กเป็นหนึ่งในสินค้ายอดนิยมจากต่างประเทศ จากการเปิดเผยของไอรีเสิร์ช พบว่า 75% ของผู้ซื้อสินค้าออนไลน์จะซื้อนมผงสำหรับเด็กอย่างน้อย 1 ครั้ง
อย่างไรก็ตาม อาลีบาบาและเจดีเองต่างก็ต้องเผชิญการแข่งขันจากกลุ่มสตาร์ทอัพหน้าใหม่ ที่มีเว็บไซต์เพื่อให้บริการแก่ครอบครัวชาวจีนมือใหม่ที่แสวงหาทั้งสินค้าสำหรับเด็กที่มีคุณภาพสูงและคำแนะนำสำหรับครอบครัว โดย จื่อเวิ่นเฉียน อดีตพนักงานธนาคารวัย 25 ปี ในเมืองหวู่ซี ซึ่งตั้งครรภ์มาได้ 6 เดือนแล้ว ได้ใช้เว็บไซต์เบบี้ทรีเพื่อรวบรวมข้อมูลที่จำเป็น อย่างเช่น อาหารและเครื่องดื่มที่ควรหลีกเลี่ยง
นอกจากนี้ ยังมีเว็บไซต์ซื้อสินค้าออนไลน์ ในชื่อ หม่าม๊า เลียนเหมิง (พันธมิตรคุณแม่) ซึ่งคุณแม่มือใหม่สามารถตั้งกลุ่มและเปรียบเทียบราคาเพื่อหาสินค้าที่ราคาถูกแต่ปลอดภัยสำหรับเด็ก ซึ่งมีกลุ่มคุณแม่ทั่วประเทศจีนแล้วถึงกว่า 2,000 กลุ่ม และสมาชิกผู้ใช้งานถึง 3 แสนคน
“ตอนนี้ตลาดยังมีพื้นที่ให้เจาะเข้าไปได้อีกมาก และยังมีคุณแม่อีกเยอะมากที่ยังไม่ได้รับบริการพวกนี้” กงฉิง ผู้ร่วมก่อตั้งหม่าม๊า เลียนเหมิง กล่าว







