
โค้งสุดท้ายพีพีวี3รุ่นฮอต งัดไม้เด็ดก่อนปรับภาษี
นาทีนี้ไฟฟอลโลว์คงต้องจับจ้องไปที่เวทีการแข่งขันสุดท้ายของปีอย่างงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 32 (มอเตอร์เอ็กซ์โป)
โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์
นาทีนี้ไฟฟอลโลว์คงต้องจับจ้องไปที่เวทีการแข่งขันสุดท้ายของปีอย่างงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 32 (มอเตอร์เอ็กซ์โป) ซึ่งค่ายรถยนต์ต่างต้องงัดไม้เด็ดหรือกลยุทธ์เฉียบ ออกมาเทจนหมดหน้าตัก เพื่อกวาดยอดจองในโค้งสุดท้ายเดือน ธ.ค.นี้ ไปให้ได้มากที่สุด ซึ่งอาศัยจังหวะก่อนการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ที่จะมีผลบังคับใช้ในต้นปี 2559 ที่คิดคำนวณตามการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Co2) แทนการคิดคำนวณตามขนาดความจุกระบอกสูบ (ซีซี) ส่งผลให้ราคารถยนต์ต้องมีการปรับขึ้นในระดับ 5-10% จากปัจจัยดังกล่าว
แน่นอนว่าตลาดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบในการปรับขึ้นมากที่สุด จะอยู่ที่ตลาดรถกระบะดัดแปลง (พีพีวี) ซึ่งในโอกาสนี้จึงได้หยิบยก 3 รุ่น ที่ได้เปิดตัวไปเมื่อไม่นานมานี้ ได้แก่ มิตซูบิชิ ปาเจโรสปอร์ต โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ซึ่งล่าสุดได้มีการนำเข้ามาให้ผู้บริโภคได้จับจองภายในงาน ด้วยข้อเสนอพิเศษแต่ละค่ายที่ขนทัพจัดเต็มมาหวังเก็บยอดจองไป
มิตซูฯ จองวันนี้รับราคาเดิม
บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) ได้ประกาศการยืนยันราคาก่อนการปรับขึ้นภาษีหากลูกค้าตัดสินใจจองรถรุ่นดังกล่าวภายในปีนี้ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคที่อยู่ระหว่างการตัดสินใจและมีความพร้อมว่าจะได้รับราคาเดิม แม้ว่าจะออกรถในปีหน้า ซึ่งมิตซูบิชิ ปาเจโรสปอร์ต ได้ผ่านเกณฑ์การปล่อยค่า Co2 ที่อัตราไม่เกิน 200 กรัม/กม. รวมถึงยังมีมาตรฐานความปลอดภัยประเภทระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันก่อนเกิดเหตุ (Active Safety)
ทั้งนี้ ยังได้มีการจัดโปรโมชั่น รับฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง หรือเพิ่มเป็น 3 ปี และชุดอุปกรณ์ตกแต่งแท้จากมิตซูบิชิจำนวน 3 รายการ (ชุดตกแต่งใต้กันชนหน้า ชุดตกแต่งใต้กันชนหลังและสปอยเลอร์หลัง) มูลค่า 1.4 หมื่นบาท ตามเงื่อนไขของบริษัท
ฟอร์ดราคาใหม่ใส่ออปชั่น
ฟอร์ด ประเทศไทย ได้มีการเปิดตัว ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่นใหม่ปี 2016 ภายในงานดังกล่าว พร้อมการประกาศปรับขึ้นราคาขึ้นเฉลี่ย 10% จากเดิมเริ่มต้นที่ 1.299-1.599 ล้านบาท เป็นเริ่มต้นที่ 1.389-1.749 ล้านบาท ซึ่งได้มีการเพิ่มระบบความปลอดภัยต่างๆ อาทิ ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning System) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System) ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ (Auto High Beam Control) และระบบแจ้งเตือนการขับขี่ (Driver Alert System)
นอกจากนี้ ยังได้จัดโปรโมชั่น พิเศษภายใต้แคมเปญ “Year-End-Sales” หรือ “YES Campaign” ด้วยการมอบส่วนลดสูงสุด 1.6 แสนบาท หรือรับฟรีประกันภัยชั้น 1 สำหรับผู้ที่จองภายในสิ้นปีนี้เท่านั้น
โตโยต้าอัดโปรเพียบ
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ถึงแม้จะไม่มีการประกาศความเคลื่อนไหวใดๆ ถึงประเด็นการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ ทั้งในเรื่องผลิตภัณฑ์หรือการปรับราคา แต่ถ้าหากได้เดินเฉียดเข้าไปในบูธและได้พบข้อเสนอจากพนักงานขายโดยตรง จะพบถึงความเร้าใจในส่วนลดและข้อเสนอที่มอบให้อย่างยากที่จะปฏิเสธ เป็นต้นว่าส่วนลดเงินสดสูงสุดราว 8 หมื่นบาท พร้อมรับฟรีประกันภัยชั้น 1 ซึ่งถ้าหากอยากได้ของแถมอะไรเพิ่มเติมก็สามารถบอกความต้องการไป จะได้รับการตอบรับตามประสงค์ไม่มากก็น้อย
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวจากผู้แทนจำหน่ายรายหนึ่งของโตโยต้า ระบุว่า ระดับราคาที่จะต้องปรับขึ้นตามโครงสร้างภาษีใหม่ของรถยนต์รุ่นดังกล่าวอยู่ในระดับราว 1 แสนบาท แต่เนื่องจากสต๊อกสินค้าที่ได้มีการผลิตไว้รับกับสถานการณ์ดังกล่าว จึงได้สามารถเสนอข้อพิเศษได้ตามความต้องการ
พบกับข้อเสนอที่เร้าใจของแต่ละบริษัทกันเพื่อช่วงชิงยอดจองไปให้ได้มากที่สุดภายในปีนี้กันไปแล้ว ซึ่งเชื่อว่าในปีหน้าบริษัทผู้ผลิตต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบเหล่านี้จะต้องมีการปรับโฉมผลิตภัณฑ์ใหม่ตามรอบเพื่อให้เข้าข่ายกับอัตราภาษีใหม่ ในขณะที่รุ่นที่ยังไม่ถึงเวลาการปรับโฉมและไม่สามารถทำค่า Co2 ให้ต่ำลงได้ ก็เชื่อว่าจะมีการใช้
โปรโมชั่นในการจูงใจผู้บริโภคต่อไป
มาถึงการที่ “โพสต์ทูเดย์” ได้ลองสัมผัสรถพีพีวีทั้ง 3 รุ่นดังกล่าว ภายใต้เงื่อนไขการลองขับบนพื้นฐานที่ทุกรุ่นเป็นรุ่นสูงสุด (ท็อป) ของทุกบริษัท เพื่อให้เห็นถึงสิ่งที่ทุกบริษัทจัดเต็มใส่มาให้แบบเทียบกับปอนด์ต่อปอนด์ โดยมุ่งเน้นไป 3 เรื่องหลักได้แก่ 1.สมรรถนะ 2.เทคโนโลยี และ 3.ความคุ้มค่า ส่วนเรื่องของดีไซน์การออกแบบนั้นอาจเป็นเรื่องความชอบเฉพาะส่วนบุคคลจึงขอเว้นไว้แล้วกัน
ยกแรกขอเปิดประเด็นกันที่ สมรรถนะ ก่อนเลยแล้วกันกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ที่ถ้าเมื่อเทียบจากตาราง
มิตซูบิชิดูเหมือนว่าจะเสียเปรียบมากที่สุด ด้วยความที่มีเครื่องยนต์ขนาดเล็กที่สุด แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะหากมองลึกลงไปในรายละเอียด ที่พละกำลังแรงม้าและแรงบิดไม่ได้ด้อยกว่าชาวบ้านเขาเลย และการใช้งานจริงก็สามารถตอบสนองได้อย่างสนุกและช่วงล่างเน้นไปที่ความนุ่ม
เป็นหลัก
ส่วนทาง โตโยต้า เองที่แม้จะนำเครื่องยนต์บล็อกใหม่มาลงไว้และลดขนาดแต่คงประสิทธิภาพการขับขี่ ซึ่งก็ทำได้แบบกลางๆ ทั้งช่วงล่างและเครื่องยนต์ ถามว่าด้อยกว่าคนอื่นเขาไหม ก็ไม่ได้ด้อยกว่าอะไร แต่ถ้าถามว่าแล้วดีกว่าคนอื่นเขาไหม ก็คงต้องตอบแบบเดียวกัน
ด้าน ฟอร์ด เอง ที่ขนาดเครื่องใหญ่ที่สุดแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าแรงแล้วจะดี แต่ความโดดเด่นของพละกำลังที่สอดประสานกับช่วงล่าง ทำให้สมรรถนะโดยรวมบ่งบอกถึงความมั่นอกมั่นใจ นาทีนี้คงต้องยกให้ฟอร์ดเด่นกว่าในยกนี้ไป
ถัดมายกที่สองกันที่ เทคโนโลยี ที่แต่ละค่ายก็ต่างจัดเต็มมาไม่ให้น้อยหน้ากัน ทั้งในเรื่องความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวก
โตโยต้าถึงแม้ว่าจะพยายามพัฒนาจาก 5 เกียร์เป็น 6 เกียร์ เทคโนโลยีใหม่แล้วก็ตาม แต่ทางด้านอื่นคงต้องยอมรับว่าสู้ไม่ได้เมื่อเทียบกับคู่แข่งในนาทีนี้เลย
ขณะที่ ฟอร์ด ที่ต้องบอกว่าสูสีในการแข่งขันมาก ที่โดดเด่นคือโหมดการขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ และเทคโนโลยีถอยจอดอัตโนมัติ ที่ก็มีมากระดับหนึ่งเลยทีเดียว
แต่ที่เห็นจะเด่นชัดที่สุด คือ มิตซูบิชิ ที่ล้ำหน้าไปอีกขั้นด้วยระบบเกียร์ 8 สปีด และเทคโนโลยีการป้องกันการระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะ เมื่อเหยียบคันเร่งรุนแรงและรวดเร็ว ซึ่งเป็นครั้งแรกในรถระดับนี้เลยก็ว่าได้ จึงต้องยกให้มิตซูบิชิเด่นกว่าในยกนี้ไป
มาถึงยกสุดท้ายกันที่ ความคุ้มค่า ซึ่งในจุดนี้กล่าวถึงภาพรวมทั้งหมดที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ
ฟอร์ดยังไงแล้วก็ยังคงขึ้นชื่อเรื่องศูนย์บริการหลังการขายที่อาจจะต้องใช้ระยะเวลาทำความเข้าใจกับผู้แทนจำหน่ายในการบริการอยู่บ้าง รวมถึงอะไหล่ที่มีราคาสูงอยู่
สำหรับมิตซูบิชิที่ยังเป็นจุดอ่อนในด้านบริการหลังการขายเช่นกัน ก็ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญถึงแม้ว่าจะนำเอาเรื่องการรับประกันที่เพิ่มเติมเข้ามาให้เป็นสิ่งจูงใจ แต่ก็ยังคงเป็นประเด็นที่หลายคนมองอยู่
โตโยต้าเองดูเหมือนจะได้เปรียบเรื่องเหล่านี้มากที่สุด ด้วยศูนย์บริการที่ครอบคลุมและราคาอะไหล่ถูก ซึ่งทำให้หลายคนตัดสินใจเลือกด้วยเหตุผลเหล่านี้
ทั้งหมดนี้เชื่อว่าอาจช่วยประกอบการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น หากใครที่กำลังมองหารถพีพีวี สักคันเป็นของขวัญส่งท้ายปีก่อนการปรับขึ้นภาษีใหม่ที่จะมาถึงในไม่ช้านี้







