
‘INMILK’ ปฏิวัตินมไทย
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
จุดเริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ เมื่อ 10 ปีก่อนของ ปฏิวัติ อินทร์แปลง ด้วยการเลี้ยงแม่วัวนมพันธุ์โฮลสไตน์ ฟรีเชียน หรือขาวดำ เพื่อสร้างรายได้จากการรีดน้ำนมดิบส่งให้กับสหกรณ์จังหวัดชุมพร ที่ยังแตกต่างไปจากเกษตรกรครอบครัวอื่นที่เลี้ยงแม่วัวพันธุ์เนื้อทำตลาดในช่วงนั้น
ปัจจุบัน ปฏิวัติเป็นคาวบอยและเจ้าของฟาร์มโคนมอินทร์แปลงอย่างเต็มตัวด้วยอายุเพียง 24 ปี พร้อมแม่วัวนมร่วม 33 ตัว ที่สามารถรีดน้ำนมวัวเพื่อนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์นม (แดรี่โปรดักส์) ต่างๆ ภายใต้แบรนด์อินมิลค์ (INMILK) เพื่อทำตลาดในจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียง
“เริ่มสร้างแบรนด์อินมิลค์ตั้งแต่ 2 ปีก่อน เพราะต้องการขยายธุรกิจที่มาจากการแปรรูปน้ำนมวัวดิบ ไปสู่ผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากนั้นไม่นานผลิตภัณฑ์ต่างๆ ภายในฟาร์มก็ได้ขึ้นไปเป็นผลิตภัณฑ์โอท็อปประจำ จ.ชุมพร ด้วย” ปฏิวัติ เสริมที่มาแบรนด์สินค้า
ขณะที่ปัจจุบันผลิตภัณฑ์นมแปรรูปภายใต้แบรนด์ INMILK มีสินค้าหลักที่วางจำหน่าย 3 กลุ่มหลัก คือ นมพาสเจอไรซ์ อินมิลค์ มินิ (INMILK Mini) จับกลุ่มเป้าหมายตลาดทั่วไป ซึ่งจะมีพ่อค้า แม่ค้ารายย่อย หรือผู้สนใจทั่วไปมารับซื้อผลิตภัณฑ์เพื่อนำไปจำหน่ายต่ออีกทอดหนึ่ง ราคาอยู่ที่ 15 บาท ปริมาณบรรจุ 220 มล.
ส่วนกลุ่มที่ 2 คือ อินมิลค์ พรีเมียม (INMILK Premium) บรรจุขวดแก้ว ขนาดบรรจุ 250 มล. ที่จะแตกต่างจากสินค้ากลุ่มแรกด้านองค์ประกอบน้ำนม ที่มีคุณภาพ ความหอม และรสชาติเข้มข้นกว่า ราคา 45 บาท และสุดท้าย3.อินมิลค์ จัมโบ้ (INMILK Jumbo) ขนาดบรรจุ 1 ลิตร ราคา 55 บาท
ขณะที่ปัจจุบัน อินมิลค์มีผลิตภัณฑ์นมรสชาติต่างๆ คือ รสจืด ชาเขียว ช็อกโกแลต สตรอเบอร์รี่ และกาแฟ ซึ่งรสชาติอย่างหลัง ทางฟาร์มยังได้ใช้วัตถุดิบเมล็ดกาแฟโรบัสตา ที่มีแหล่งปลูกที่ดีที่สุดของ จ.ชุมพร ด้วย นอกเหนือจากการใช้วัตถุดิบน้ำนมคุณภาพสูงที่มาจากแม่วัวของฟาร์มอินทร์แปลง ที่ได้รับการดูแลและควบคุมคุณภาพการผลิตเป็นอย่างดี
พร้อมกันนี้ ปฏิวัติยังได้คิดค้นและพัฒนาสินค้าใหม่ๆ เพื่อทำตลาดที่อิงกับกระแสการบริโภคในปัจจุบัน คือ อินมิลค์ เฮิร์บ (INMILK Herb) นมพาสเจอไรซ์สมุนไพรจากตะไคร้ และใบเตยหอม ที่ให้สรรพคุณบำรุงร่างกาย และความผ่อนคลาย เพื่อให้ผู้บริโภคหลับสบายขึ้น โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยังได้รับรางวัลชนะเลิศ โครงการประกวด ออมสิน สุดยอดแนวคิดธุรกิจวิถีไทยด้วย จากกระบวนการผลิตสินค้าในฟาร์ม ที่ส่วนหนึ่งมีการทำงานร่วมกับครัวเรือนเกษตรกรชุมชนใกล้เคียงที่จัดส่งหญ้าเพื่อป้อนเป็นอาหารให้กับแม่วัวของฟาร์ม
รวมไปถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ภายใต้แบรนด์อินมิลค์อย่างต่อเนื่อง คือ ชีสสมุนไพร (เฮิร์บ ชีส) อาทิ ชีสรสชาติต้มยำไทย จากแนวคิดผลิตภัณฑ์เพื่อขยายกลุ่มผู้บริโภคคนไทยและต่างชาติให้สามารถรับประทานชีสได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในมื้อเช้าเช่นเดียวกับวัฒนธรรมอาหารตะวันตก
จากเดิมฟาร์มผลิตสินค้าเฟตาชีส (Feta cheese) ชีสรสเค็มระดับพรีเมียม และผลิตตามคำสั่งซื้อ (เมด ทู ออร์เดอร์) เท่านั้น ด้วยสินค้าชีสดังกล่าวจะใช้น้ำนมวัวดิบคุณภาพเข้มข้นราว 10 กก. โดยผลิตชีสได้ 1 กก.เท่านั้น วางราคาอยู่ที่ 650 บาท เบื้องต้นจัดส่งสินค้าให้กับตลาดฟู้ดเซอร์วิส งานครัวในโรงแรมต่างๆ บนเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี รวมถึงส่งตรงถึงมือลูกค้าต่างชาติ ที่ชื่นชอบชีสรสชาติต้มยำไทย ซึ่งเป็นเมนูอาหารระดับโลกด้วย และยังมีแผนทำชีสพริกไทยดำในอนาคต โดยการทำตลาดสินค้าดังกล่าว ฟาร์มยังได้ใช้ที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาสินค้าก่อนวางตลาดด้วย
ปฏิวัติเสริมถึงปีหน้าวางแผนลงทุนใหม่ไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท เพื่อขยายกำลังการผลิตน้ำนมดิบ ทั้งแม่วัวที่จะต้องเพิ่มขึ้นเท่าตัว และขนาดพื้นที่ฟาร์มที่จะขยายเพิ่มเป็น 8 ไร่ จากเดิมปัจจุบันขนาด 5 ไร่ เพื่อให้มีน้ำนมดิบคุณภาพสูงจำนวนมากขึ้นเป็นเท่าตัว เพื่อแปรรูปเป็นสินค้านมรายการใหม่ๆ สู่ตลาด และวางเป้าหมายมีสินค้าแบรนด์อินมิลค์ครอบคลุม 14 จังหวัดในภาคใต้ภายใน 2 ปี
ในปีนี้ อินทร์แปลงฟาร์มคาดจะมียอดขายที่ยังไม่หักค่าใช้จ่ายราว 3 ล้านบาท และจะเพิ่มขึ้นเป็น 5 ล้านบาท ในปีหน้า พร้อมเป้าหมายภายใน 3 ปี จะก้าวไปสู่การเป็นผลิตภัณฑ์นมแปรรูปออร์แกนิกภายใต้แบรนด์อินมิลค์อีกด้วย พร้อมมองหาโอกาสขยายการทำตลาดใหม่ๆ ในอนาคต
ธุรกิจคนรุ่นใหม่ที่มุ่งคิดค้นนวัตกรรมเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ใหม่จากวัตถุดิบท้องถิ่นที่มีอยู่รอบตัว และยังสามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ได้







