ไฟแนนเชียลไดเจสต์
SPRC ลุยไฟ 18 ธ.ค.
SPRC ลุยไฟ 18 ธ.ค.
บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง (SPRC) หนึ่งในโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมชั้นนำของประเทศไทย พร้อมจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในวันที่ 8 ธ.ค.นี้ ด้วยหลักเกณฑ์มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) เสนอขายหุ้นให้ประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) ที่หุ้นละ 9 บาท โดยมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคาไอพีโอที่ 39,023.12 ล้านบาท
บริษัทรายงานผลการดำเนินงานเฉพาะกิจการ งวดไตรมาส 3 สิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. 2558 ว่าขาดทุนสุทธิ 609 ล้านบาท แย่ลงเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิเพียง 213 ล้านบาท ขณะที่รวม 9 เดือนปีนี้ กำไรสุทธิ 6,381 ล้านบาท พลิกจากที่มีขาดทุนสุทธิ 267 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันปีก่อน สำหรับปี 2557 ที่ผ่านมา บริษัทมียอดขาดทุนสุทธิ 6,367 ล้านบาท เทียบกับที่มีกำไรสุทธิ 3,977 ล้านบาทในปี 2556
นายสันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง (SPRC) จะเข้าจดทะเบียนในกลุ่มอุตสาหกรรมทรัพยากร หมวดธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค มีกำลังการกลั่นน้ำมันดิบ 165,000 บาร์เรล/วัน คิดเป็น 13.2% ของกำลังการกลั่นน้ำมันดิบทั้งหมดของประเทศไทย โดยผลิตภัณฑ์ของบริษัท ได้แก่ ก๊าซปิโตรเลียมเหลว น้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วเกรดธรรมดาและเกรดพรีเมียม น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน และน้ำมันเตา รวมทั้งผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีซึ่งใช้เป็นผลิตภัณฑ์ตั้งต้นในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี จำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ
SPRC มีทุนชำระแล้ว 30,004.44 ล้านบาท มีมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 6.92 บาท เสนอขายไอพีโอด้วยหุ้นเดิม 4,102.95 ล้านหุ้น และหุ้นเพิ่มทุน 232.95 ล้านหุ้น ทั้งเป็นหุ้นของบริษัท ปตท. จำนวน 1,475.45 ล้านหุ้น เสนอไอพีโอจำนวน 1,439.72 ล้านหุ้น และต่อผู้บริหารและพนักงาน (อีสป) จำนวน 35.73 ล้านหุ้น
นายวิลเลียม ลูอีส สโตน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SPRC กล่าวว่า บริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ชาวไทยได้ร่วมเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทปิโตรเลียมชั้นนำแห่งหนึ่งของไทย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาธุรกิจของบริษัทให้เติบโตต่อเนื่อง และเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางด้านเงินทุน โดยบริษัทจะนำเงินไปชำระคืนภาระหนี้ที่เกี่ยวกับการปรับโครงสร้างทุน และเป็นเงินทุนหมุนเวียนของกิจการต่อไป
SPRC มีผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 ลำดับแรกหลังไอพีโอ ได้แก่ บริษัท เชฟรอน เซาท์ โฮลดิ้งส์ 60.56% บริษัท เมอร์ริลลินช์อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นผู้ซื้อหุ้นเบื้องต้น 10.17% และ ปตท. 5.41% บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิ
JWD-SANKO ติดแคชถึง 25 ธ.ค.
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ขยายเวลาดำเนินการหุ้นที่นักลงทุนต้องวางเงินสดทั้ง 100% ก่อนสั่งซื้อหุ้น (แคชบาลานซ์) มีผลตั้งแต่วันที่ 8-25 ธ.ค. 2558 สำหรับหุ้นของบริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ (JWD) และบริษัท ซังโกะ ไดคาซติ้ง (ประเทศไทย) หรือ SANKO
PTTGC ซื้อหุ้นคืน 23 ล้านบาท
บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) ซื้อหุ้นคืนจากตลาดหลักทรัพย์อย่างต่อเนื่อง โดยวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซื้อเพิ่ม 4.5 แสนหุ้น ราคาหุ้นละ 51.75-52 บาท เป็นเงิน 23.33 ล้านบาท รวมการซื้อหุ้นคืนจนถึงปัจจุบัน 8,566,100 หุ้น หรือสัดส่วน 0.19% มูลค่ารวมที่ซื้อคืน 462,552,875 บาท ทั้งนี้ราคาหุ้นวันที่ 4 ธ.ค. ปิดที่ 51 บาท ลดลงจากวันก่อน 1.25 บาทหรือ 2.39%
กลต.รื้อกฎแบบงบการเงินผู้ค้าอนุพันธ์
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ เปิดรับฟังความคิดเห็นปรับปรุงเกณฑ์เกี่ยวกับแบบงบการเงินที่บริษัทหลักทรัพย์ และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าต้องจัดทำ เพื่อรองรับการกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจสินค้าเกษตรล่วงหน้า และให้สอดคล้องกับมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งข้อกำหนดในการจัดทำงบการเงินสำหรับบริษัทหลักทรัพย์บางประเภทที่เข้าข่ายเป็นกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ เพื่อลดภาระและต้นทุนในการจัดทำรายงานทางการเงิน
นอกจากนี้ ยังปรับปรุงเพื่อรองรับการจัดส่งงบการเงินตามโครงการนำส่งงบการเงินผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ (E-filing) ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ด้วย ทั้งนี้จะเปิดรับความคิดเห็นจนถึงวันที่ 26 ม.ค. 2559
TT&T เลื่อนประชุมเจ้าหนี้
บริษัท พีซีแอล แพลนเนอร์ ในฐานะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการบริษัท ทีทีแอนด์ที ยื่นคำร้องขอแก้ไขแผนฟื้นฟูรวม 3 ฉบับ โดยเจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์กำหนดนัดประชุมเจ้าหนี้ เพื่อพิจารณาข้อเสนอขอแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการในวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์แจ้งในที่ประชุมว่าเจ้าหนี้ 4 ราย รวมยอดหนี้ 78.81% ได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนการประชุมเจ้าหนี้ จึงอนุญาตขอเลื่อนวันประชุมเจ้าหนี้ ครั้งต่อไปวันที่ 23 ธ.ค. เวลา 13.30 น.


