posttoday
ผลิตไฟฟ้ารุกเอเชียแปซิฟิก

ผลิตไฟฟ้ารุกเอเชียแปซิฟิก

07 ธันวาคม 2558

ชนินทร์ เชาวน์นิรัติศัย กรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า (EGCO) ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 ต.ค. แทน สหัส ประทักษ์นุกูล ที่หมดอายุสัญญาจ้างเมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา แถลงเปิดตัวเป็นครั้งแรกว่ายังให้ความสำคัญกับการขยายการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้า ที่มีความเชี่ยวชาญ โดยตั้งเป้าหมายที่จะเป็นบริษัทพลังงานในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พร้อมรักษาอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (อาร์โออี) อย่างน้อย 10% ขณะที่คาดว่าภายในปี 2560 บริษัทจะสามารถทำกำไรได้ในระดับ 1 หมื่นล้านบาท ไม่นับรวมรายการพิเศษ และคาดว่ากำไรของบริษัทจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 6%

ชนินทร์ เชาวน์นิรัติศัย กรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า (EGCO) ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 ต.ค. แทน สหัส ประทักษ์นุกูล ที่หมดอายุสัญญาจ้างเมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา แถลงเปิดตัวเป็นครั้งแรกว่ายังให้ความสำคัญกับการขยายการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้า ที่มีความเชี่ยวชาญ โดยตั้งเป้าหมายที่จะเป็นบริษัทพลังงานในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พร้อมรักษาอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (อาร์โออี) อย่างน้อย 10% ขณะที่คาดว่าภายในปี 2560 บริษัทจะสามารถทำกำไรได้ในระดับ 1 หมื่นล้านบาท ไม่นับรวมรายการพิเศษ และคาดว่ากำไรของบริษัทจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 6%

“ขณะนี้มีโครงการอยู่ในมือที่จะทำให้ในปี 2560 จะมีกำลังการผลิตเพิ่มเป็น 5,515 เมกะวัตต์ จากปัจจุบัน 3,795 เมกะวัตต์ และยังมีโครงการที่มีแนวโน้มจะเข้ามาอีก” ชนินทร์ กล่าว

สำหรับปีนี้ถ้าไม่นับรวมรายการพิเศษกำไรจะใกล้เคียงปีก่อนที่ทำได้ 7,523 ล้านบาท โดย 9 เดือนแรกปีนี้บริษัทมีกำไรดังกล่าวแล้ว 6,561 ล้านบาท เทียบ 9 เดือนแรกของปี 2557 ที่ 6,585 ล้านบาท อย่างไรก็ตามคิดเป็นกำไรสุทธิเพียง 2,779 ล้านบาทเท่านั้น เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 7,168 ล้านบาท

ทั้งนี้ ไตรมาส 3 ที่ผ่านมา EGCO ขาดทุน 151 ล้านบาท เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2,213 ล้านบาท เนื่องจากขาดทุนจากเงินบาทที่อ่อนค่าลง อย่างไรก็ตามหากไม่นับรวมรายการพิเศษบริษัทมีกำไร 2,662 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ปิยะ เจตะสานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบัญชีและการเงิน EGCO กล่าวว่า ผลขาดทุนในไตรมาส 3/2558 ส่วนใหญ่เป็นผลขาดทุนจากค่าเงิน เป็นเพียงการขาดทุนทางบัญชี เนื่องจากปัจจุบันบริษัทมีหนี้ที่เป็นเงินสกุลดอลลาร์ 1,400 ล้านเหรียญสหรัฐ จากหนี้รวมทั้งหมด 8.4 หมื่นล้านบาท เมื่อเงินบาทอ่อนค่าทำให้เกิดผลขาดทุน อย่างไรก็ตาม บริษัทมีรายได้เป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐใกล้เคียงกับหนี้ และยังทำประกันความเสี่ยงซึ่งตามนโยบายให้ทำได้ 100%

ชนินทร์ กล่าวว่า บริษัทมีการป้องกันความเสี่ยงตามธรรมชาติโดยหากมีรายได้เป็นดอลลาร์สหรัฐก็กู้เงินเพื่อลงทุนเป็นดอลลาร์สหรัฐ และมีการซื้อผลิตภัณฑ์ป้องกันความเสี่ยงไว้เกือบทั้งหมด

สำหรับแผน ในช่วง 2 ปีข้างหน้าบริษัทจะให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจในต่างประเทศมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะประเทศที่มีฐานทางธุรกิจอยู่แล้ว ได้แก่ ฟิลิปปินส์ และ สปป.ลาว รองลงมาคือ อินโดนีเซีย และออสเตรเลีย รวมถึงจะพิจารณาลงทุนในประเทศอาเซียนอื่น เช่น เมียนมา เวียดนาม และมาเลเซีย โดยตั้งเป้าหมายให้มีรายได้จากการลงทุนในต่างประเทศเพิ่มเป็น 50% ในปี 2563 จากปัจจุบัน 37%

ขณะเดียวกันบริษัทมีความพร้อมเต็มที่สำหรับการลงทุนในประเทศหากมีโอกาสปัจจุบัน บริษัทยังมีโครงการในต่างประเทศที่อยู่ระหว่างดำเนินการ จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการไซยะบุรีที่ สปป.ลาว ซึ่งมีความก้าวหน้าโครงการแล้ว 51% คาดจ่ายไฟเชิงพาณิชย์(ซีโอดี) ใน ต.ค. 2562 โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินซานบัวนาเวนทูรา และมาซินลอค ส่วนขยายในฟิลิปปินส์ คาดผลิตได้และ ซีโอดี ในปี 2562 รวมปริมาณไฟฟ้าตามสัญญาซื้อขายและตามสัดส่วนการถือหุ้นประมาณ 505 เมกะวัตต์ ซึ่งบริษัทเตรียมเงินลงทุนทั้ง 3 โครงการนี้ประมาณ 4.2 หมื่นล้านบาท

ด้านโครงการในประเทศที่อยู่ระหว่างดำเนินการ จำนวน 5 โครงการ ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าขนอม หน่วยที่ 4 จ.นครศรีธรรมราช คาดจ่ายไฟเชิงพาณิชย์ (ซีโอดี) มิ.ย. 2559 โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม ชัยภูมิ วินด์ฟาร์ม จ.ชัยภูมิ คาดซีโอดี ธ.ค. 2559 โครงการทีพีโคเจน และเอสเค โคเจน จ.ราชบุรี ทั้งสองแห่งคาดซีโอดีใน ต.ค. 2560 และโครงการทีเจ โคเจน จ.ปทุมธานี คาดซีโอดี มิ.ย. 2560 รวมปริมาณพลังงานไฟฟ้าตามสัญญาซื้อขายและตามสัดส่วนการถือหุ้นประมาณ 1,338 เมกะวัตต์ ซึ่งทั้ง 5 โครงการจะใช้เงินลงทุนประมาณ 4.9 หมื่นล้านบาท

ดังนั้น ในช่วง 5 ปี (2559-2563) บริษัทจะใช้เงินลงทุนรวม 9.1 หมื่นล้านบาท โดยเป็นเงินกู้ 75% ที่เหลือ 25% มาจากส่วนทุน เพื่อใช้ลงทุนโครงการทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้ในปี 2559 จะใช้เงินลงทุนจำนวน 2.2 หมื่นล้านบาท ใกล้เคียงปี 2558 ที่ตั้งงบลงทุนไว้ที่ 2.2 หมื่นล้านบาท โดยไม่รวมการลงทุนในโครงการใหม่ทั้งนี้ในปี 2562 EGCO จะมีกำลังการผลิตรวมกว่า 5,900 เมกะวัตต์

นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุน ประมาณ 6 โครงการ ซึ่งเป็นโครงการในประเทศและโครงการในกลุ่มประเทศอาเซียน ได้แก่ สปป.ลาว เมียนมา อินโดนีเซีย และเวียดนาม เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ให้บริษัทอย่างต่อเนื่อง

ชนินทร์ กล่าวว่า ขณะนี้มีอยู่ 3 โครงการที่มีแนวโน้มจะเข้าลงทุนได้ก่อน โดยคาดว่าจะได้ความชัดเจนต้นปี 2559 ได้แก่ โรงไฟฟ้าถ่านหินในเวียดนาม กำลังผลิต 1,200 เมกะวัตต์ ซึ่งเบื้องต้นจะเข้าร่วมทุน 30% โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในเมียนมา ซึ่งร่วมทุนกับบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ไอทีดี) ฝ่ายละ 50% ขนาดกำลังการผลิต 400 เมกะวัตต์ สร้างในเขตนิคมอุตสาหกรรมทวาย และโรงไฟฟ้าพลังความร้อนใต้พิภพสตาร์ เอนเนอร์ยี่ส่วนขยาย อีก 60 เมกะวัตต์ ในอินโดนีเซีย จากปัจจุบันที่ได้เข้าลงทุนในโรงไฟฟ้าดังกล่าวที่มีขนาด 227 เมกะวัตต์ โดยบริษัทถือ 20% หรือคิดเป็น 45.40 เมกะวัตต์ ซึ่งเดินเครื่องผลิตเมื่อปี 2543

นอกจากนี้ ใน สปป.ลาวมีอีกหลายโครงการที่เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำซึ่งจะเป็นโครงการใหม่ ที่จะขายไฟฟ้ากลับมายังประเทศไทย รวมทั้งยังเห็นโอกาสการลงทุนในฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินเดียซึ่งมีความเสี่ยงการนำเงินกลับประเทศและจีนที่ยังมีความเสี่ยงโครงการเพราะซื้อขายไฟฟ้าปีต่อปี

“ในระยะสั้น เราพยายามลงทุนโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้ว เพื่อให้รับรู้รายได้ได้เร็ว ในระยะยาวเราจะลงทุนและพัฒนาโรงไฟฟ้าใหม่ ในพื้นที่ที่เรามีโรงไฟฟ้าอยู่แล้ว หรือการลงทุนโรงไฟฟ้าใหม่ เพื่อสร้างรายได้ในระยะยาวต่อเนื่อง ส่วนโอกาสในประเทศมีไม่มากนัก ส่วนใหญ่เป็นโครงการพลังงานทดแทนขนาดเล็ก ที่การแข่งขันค่อนข้างสูง แต่เราเตรียมพร้อมสำหรับโรงไฟฟ้าอิสระ (ไอพีพี) ไม่ว่าจะเป็นถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง” กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าว

EGCO ได้เตรียมพร้อมการลงทุนโรงไฟฟ้าถ่านหินบีแอลซีพี เฟส 2 กำลังการผลิต 1,000 เมกะวัตต์ งบลงทุนประมาณ 7.2 หมื่นล้านบาท โดย ร่วมทุนกับบริษัท บ้านปู (BANPU) ฝ่ายละ 50% จากปัจจุบันมีกำลังการผลิต 1,400 เมกะวัตต์ ส่วนโรงไฟฟ้าระยองขณะนี้ขายเครื่องจักร และศึกษาว่าพื้นที่ตั้งโรงไฟฟ้าในปัจจุบันนั้นจะเหมาะสมสำหรับพัฒนาโครงการใดต่อไป

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี