
ประกายความเสี่ยงที่ต้องระวังเพราะเรื่องใหญ่ๆ มันจะมาจากจุดเล็กๆ ที่มองข้ามไป
โดย...สุรพล โอภาสเสถียร
โดย...สุรพล โอภาสเสถียร
มีข่าวตามหน้าสื่อในหัวข้อข่าวเศรษฐกิจว่า ผลการหารือร่วมกันระหว่างคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และคณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน (กนส.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ครั้งที่ 2/2558 ซึ่งเป็นการประชุมร่วมกันเพื่อติดตามภาวะเศรษฐกิจการเงินและสถานะการเงินของประเทศ สาระสำคัญในส่วนของภาวะเศรษฐกิจที่ประชุมมีความเห็นว่า
1.การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและไทยช้ากว่าคาด (ผู้เขียนเห็นว่าตรงจุดนี้เป็นอะไรที่สำคัญมาก คนค้าขายต้องตามเรื่องนี้เพราะกระทบกับการค้าการขายโดยตรง) ส่งผลกระทบต่อรายได้และความสามารถในการชำระหนี้ของภาคเอกชน โดยเฉพาะ 1.1 ครัวเรือนภาคเกษตร (เพราะเหตุว่าที่ผ่านมาเจอสองเด้ง เริ่มจากราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ตามด้วยภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำในการทำเกษตรที่มีจำกัด)
1.2 ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) เพราะยอดขายลดลง เงินทุนหมุนเวียนต้องการเพิ่ม หากแต่สถาบันการเงินเข้มงวด
คณะกรรมการทั้งสองคณะระบุนะครับว่าสิ่งที่เป็นประเด็นดังที่กล่าวมาได้เกิดขึ้น “ในช่วงที่ผ่านมา และในระยะต่อไป”
แม้ว่าเศรษฐกิจไทยจะมีแนวโน้มเติบโตในอัตราที่สูงขึ้น แต่หากในระยะต่อไป (ผู้เขียนเห็นว่าเป็นการเตือนให้ระวังในช่วงต้นปี 2559 จึงควรให้ความสำคัญกับการเตรียมพร้อมและปรับตัวเพื่อรับมือกรณีดังกล่าวเพิ่มขึ้น) เศรษฐกิจยังฟื้นตัวช้าและจำกัดการฟื้นตัวเฉพาะบางภาคเศรษฐกิจ อาจทำให้ประชาชนและเอกชนบางกลุ่ม เช่น ครัวเรือนภาคเกษตร และกลุ่มธุรกิจ SME ซึ่งมีความเปราะบางทางการเงินอยู่แล้ว (กล่าวคือว่าถ้ามีอะไรมากระทบจากภายนอกประเทศ หรือมีเหตุในทางลบภายในประเทศก็จะได้รับผลกระทบมากขึ้นทันที)
อันนี้เป็นจุดแรกที่ผู้เขียนจับได้ถึงสัญญาณความห่วงใยของสองคณะกรรมการที่มีความสำคัญยิ่งในระบบการบริหารเศรษฐกิจไทย
2.เรื่องที่น่าเป็นห่วงในขณะนี้ คือ พฤติกรรมการแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น (Search for Yield) เพราะเหตุว่าในสภาวะอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำของประชาชนและนักลงทุนมาเป็นระยะเวลาที่นาน ความกดดันที่ต้องหาผลตอบแทนให้มากขึ้นจึงทำให้เกิดการยอมรับความเสี่ยงที่มากขึ้น จะด้วยความกดดัน ความสมัครใจ หรือความรู้ในการบริหารความเสี่ยงไม่มากพอก็ตาม เมื่อได้ทำไปแล้ว อาจส่งผลต่อเสถียรภาพของระบบการเงินในระยะยาว แน่นอนว่าในเวลานี้ยังคงมีจำกัด ขนาดยังไม่ใหญ่โตจนน่าตกใจก็ตาม
3.เรื่องของสหกรณ์ออมทรัพย์ในส่วนสำคัญ 2 จุด คือ 3.1 สหกรณ์ออมทรัพย์มีขนาดของสินทรัพย์เติบโตขึ้น ดูได้จากการโตของเงินให้กู้และเงินที่เอาไปลงทุนที่เพิ่มขึ้น และดูเหมือนจะเพิ่มในอัตราที่สูงกว่าการเติบโตของสินเชื่อที่ธนาคารพาณิชย์ทำได้ในช่วงเวลาเดียวกัน 3.2 แนวโน้มการดำเนินงาน การบริหารจัดการที่อาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง (ถ้าเป็นไปนานเข้าแล้วมันคือการสะสมความเปราะบางในระบบการเงิน เพราะระบบมันเกี่ยวโยงกัน ข้อแนะนำของกรรมการทั้งสองชุดจึงออกมาว่าควรติดตามการปรับปรุงกรอบการกำกับดูแลระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ในระยะต่อไปอย่างต่อเนื่อง (น่าจะหมายความว่าต้องเฝ้าดูใกล้ชิด มีอะไรที่ต้องกำหนดเพิ่มเพื่อให้การบริหารงานมันดีขึ้นก็ต้องเร่งออกกติกา อย่าไว้วางใจ หรือใจเย็นกับมันมากนัก) เปรียบเหมือนเห็นก้นบุหรี่ที่ยังไม่ดับในกอหญ้า ถ้าปล่อยไปเพราะคิดว่าเดี๋ยวก็ดับเอง บางทีลมพัดมาหอบหนึ่งหรือลมพัดมาทีสองที มันจะกลายเป็นไฟป่าก็ได้
3.3 คณะกรรมการทั้งสองคณะ ระบุว่า หากสหกรณ์ออมทรัพย์มีพฤติกรรมกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินเพื่อลงทุนอื่นๆ ในการแสวงหาผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก (ไม่ได้กู้มาเพื่อมาปล่อยกู้ต่อให้กับสมาชิกตามหลักทั่วไปที่จะให้รับฝากและให้กู้เฉพาะสมาชิกแล้ว) ประเด็นนี้เป็นจุดที่ต้องจับตามองมากขึ้นเป็นพิเศษดังคำกล่าวที่ระบุในข่าวว่า
“ขณะนี้หน่วยงานดูแลโดยตรงอย่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงกระทรวงมหาดไทยกำลังดูแลเรื่องนี้อยู่ ในส่วนของ ธปท.ก็เน้นการถ่ายโอนองค์ความรู้ การฝึกอบรม และการให้ข้อมูลด้านการเงินต่างๆ แต่สิ่งที่เรา (หมายถึงหน่วยงานทางการ) อยากให้เกิด คือ สหกรณ์ออมทรัพย์ควรเข้าเป็นสมาชิกเครดิตบูโร ซึ่งทุกวันนี้มีสหกรณ์บางแห่งเท่านั้นเข้าเป็นสมาชิก ถือว่าค่อนข้างช้า ถ้าสหกรณ์เข้าเป็นสมาชิกจะช่วยให้โครงสร้างของสหกรณ์เข้มแข็งมากขึ้น” การตอบรับแนวทางดังกล่าวที่ระบุ และการปรับตัวแบบสมัครใจของสหกรณ์ออมทรัพย์ ในรายล่าสุดคือ สหกรณ์ออมทรัพย์ สป. จำกัด ในสังกัดหน่วยงานที่ชื่อว่า สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม โดยการลงนามเป็นสมาชิกเครดิตบูโรในเดือน ธ.ค.นี้อย่างเป็นทางการ นับได้ว่าเป็นสหกรณ์ทหารต้นแบบ
ทั้งนี้ สหกรณ์ออมทรัพย์ที่เป็นสมาชิกเครดิตบูโรก็จะสามารถใช้ข้อมูลของเครดิตบูโรในการบริหารความเสี่ยงด้านสินเชื่อที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และที่สำคัญคือสมาชิกของสหกรณ์เองจะได้รับการดูแลช่วยเหลือในการบริหารจัดการหนี้สิน รวมทั้งให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ในการใช้เงินกู้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามแนวทางและปรัชญาสหกรณ์ที่มุ่งสร้าง “ให้สมาชิกมีความสุข มีความพอดี มีหนี้ไม่มาก มีสุขภาพจากสวัสดิการตามสมควร” บนพื้นฐานที่ว่า สมาชิกช่วยเหลือเกื้อกูลสมาชิก ก่อนหน้านี้คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิตได้ออกประกาศให้สหกรณ์และชุมนุมสหกรณ์สามารถสมัครเป็นสมาชิกเครดิตบูโรได้
“การที่สหกรณ์ออมทรัพย์ สป. จำกัด ในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เข้าเป็นสมาชิกเครดิตบูโรครั้งนี้จะเป็นตัวอย่างให้แก่สหกรณ์ออมทรัพย์ของข้าราชการประเภทอื่นๆ ตามนโยบายของภาครัฐยกระดับการบริหารความเสี่ยงของตนเองให้มีความเข้มแข็ง มีความมั่นคง และเป็นมาตรฐานเทียบได้กับสถาบันการเงินชั้นนำในระบบการเงินไทย ตลอดจนจะเป็นการส่งสัญญาณของการปฏิรูปสหกรณ์บนพื้นฐานของความสมัครใจเป็นสำคัญ”
วันนี้จึงขอนำเอาเรื่องของประกายความเสี่ยงเล็กๆ ที่ไม่อาจมองข้าม และเรื่องความกล้าหาญของสหกรณ์ทหารต้นแบบมาเล่าสู่กันฟังครับ







