
วายุภักษ์รุ่งลุ้นหุ้นใหญ่พุ่ง
เศรษฐกิจดีมาบตาพุดจบ ครึ่งปีแจกปันผล30สตางค์
โพสต์ทูเดย์
— กองทุนวายุภักษ์ 1 ใจดีครึ่งปีแจกปันผลหน่วยละ 30 สตางค์ ลุ้นครึ่งปีหลังจ่ายสูงกว่าปีก่อน เหตุมองหุ้นสดใส เศรษฐกิจฟื้นนายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย ในฐานะผู้บริหารกองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง (VAYU1) ร่วมกับ บลจ.เอ็มเอฟซี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการการลงทุนของกองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง ได้มีมติอนุมัติให้จ่ายเงินปันผลสำหรับช่วงระยะเวลา 1 ม.ค.30มิ.ย. 2553 สำหรับนักลงทุนประเภท ก. เท่ากับ 0.30 บาทต่อหน่วย ให้แก่ผู้ถือหน่วยที่มีชื่อในทะเบียนวันที่ 5 ส.ค. และกำหนดจ่ายเงินวันที่ 19 ส.ค. 2553
ทั้งนี้ หน่วยลงทุนประเภท ก.ซึ่งมีประชาชนทั่วไปและนิติบุคคลทั่วไปเป็นผู้ถือหน่วยลงทุน จำนวน 7,000 ล้านหน่วยลงทุน และประเภท ข. ซึ่งมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหน่วยลงทุน จำนวน 3,000 ล้านหน่วยลงทุน ยังไม่จ่ายเงินปันผล
กองทุนวายุภักษ์ หนึ่ง จัดตั้งเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2546 โดยกองทุนมีนโยบายคุ้มครองเงินต้นและอัตราผลตอบแทนขั้นต่ำ 3% ต่อปี มูลค่าโครงการ 1 แสนล้านบาท อายุ 10 ปี ทั้งนี้ นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมีการจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้เกินกว่าอัตราที่กำหนดไว้ที่ 3% ต่อปีมาโดยตลอด โดยจ่ายสูงสุดที่ 7% ต่อปี และต่ำสุด 4.5% ต่อปี ขณะที่ปี 2552 จ่าย 6.5% ต่อปี
ได้สูงกว่า 6% ต่อปี ซึ่งปี 2547 ปันผล 6.5% ต่อปี และปี 2548 ปันผล 6% ต่อปี และปี 2549 ปันผลในอัตรา 6.5% ต่อปี ปี 2550 ปันผลในอัตรา 7% ต่อปี และปี 2551 ปันผลในอัตรา 4.5% ต่อปี ล่าสุดปี 2552 ปันผล 6.5% ต่อปี
นายสมชัย กล่าวว่า
ด้านนายพิชิต อัคราทิตย์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เอ็มเอฟซี ในฐานะผู้จัดการกองทุนรวมออมสิน แจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่า ผลการดำเนินงานงวด 1 ปี สิ้นสุดวันที่ 30 เม.ย.2553 กองทุนรวมออมสิน (MGSB) มีสินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 636.76 ล้านบาท หรือ 0.85 บาทต่อหน่วย เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีสินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงานลดลง 483.05 ล้านบาท หรือ 0.64 บาทต่อหน่วย
“
เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนสินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 1,119.81 ล้านบาท เนื่องจากกองทุนมีกำไรจากเงินลงทุนที่เกิดขึ้นจริงและยังไม่เกิดขึ้นจริงเพิ่มขึ้น โดยการเพิ่มขึ้น ดังกล่าวสอดคล้องกับการปรับตัวเพิ่มขึ้นของดัชนีตลาดหลักทรัพย์เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน”นายพิชิต กล่าวคณะกรรมการลงทุนพอใจผลดำเนินงานงวดครึ่งแรกของปีนี้ และกองทุนมีความสามารถจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหน่วยได้จากกำไรที่ได้รับจากเงินปันผลของบริษัทที่เข้าไปลงทุนถือหุ้น รวมถึงกำไรจากการซื้อขายหุ้น ทุกปีที่ผ่านมาจึงจ่ายเงินปันผล 30 สตางค์ หรือ 3% ต่อปีในงวดครึ่งแรกของปี ซึ่งเป็นอัตราขั้นต่ำที่กำหนดจ่ายให้ทุกปีให้ผู้ถือหน่วยไปก่อน
“
แนวโน้มครึ่งปีหลังกองทุนมีโอกาสจ่ายเงินปันผลได้สูงกว่านี้เช่นเดียวกับปีก่อนๆ เพราะหากดูจากแนวโน้มตลาดหุ้นและเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวขึ้นอาจหนุนให้ดัชนีสู่ระดับ 850 จุดได้” นายสมชัย กล่าวนอกจากนี้ ที่ผ่านมาพบว่าหุ้นใน SET50 ซึ่งอยู่ในข่ายที่กองทุนจะลงทุนได้นั้นมีผลตอบแทนที่น้อยกว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งมองว่าหากปัญหามาบตาพุดคลี่คลายได้ก็อาจหนุนให้ราคาหุ้นบิ๊กแคป หรือหุ้นกลุ่ม ปตท.ที่กองทุนถือลงทุนจำนวนมากได้ผลดีไปด้วย
ที่ผ่านมา ราคา VAYU 1 ซื้อขายสูงกว่ามูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หน่วยละ 10 บาท ทำให้ผู้ซื้อครั้งแรก ได้รับกำไรจากการลงทุนถือหน่วยและรับปันผลสูงต่อเนื่อง







