posttoday
'อมร พุฒิพิริยะ' เรื่องเงินมาพร้อมวินัยและระมัดระวัง

'อมร พุฒิพิริยะ' เรื่องเงินมาพร้อมวินัยและระมัดระวัง

04 ธันวาคม 2558

โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง

โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง

เพิ่งจะนำบริษัท ธนพิริยะ (TNP) ที่ร่วมก่อร่างสร้างตัวจากโชห่วยภูธรจากเชียงราย เข้าจดทะเบียนการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ด้วยกัน ของคู่สามีภรรยา “ธวัชชัย พุฒิพิริยะ” กรรมการผู้จัดการ และ “อมร พุฒิพิริยะ” รองกรรมการผู้จัดการ

แต่หากพูดถึงงานหลังบ้านเรื่องตัวเลขต่างๆ เป็นที่แน่นอนที่จะต้องยกหน้าที่ให้แก่แม่บ้านที่ดูแลทั้งตัวเลขภายในร้านค้า หรือค่าใช้จ่ายและการเก็บเงินออมไว้เพื่อครอบครัว “อมร” บอกว่า ถ้าเป็นเรื่องเงินไม่ว่าจะเป็นของกิจการที่บ้าน หรือส่วนตัว หรือครอบครัว คำที่ต้องท่องไว้ขึ้นใจเลยคือ “วินัย” ต้องไม่เอาเงินทุกส่วนมาปนกัน และถ้าจะยอมจ่ายตังค์อะไรออกไปเพื่อสิ่งใดส่งหนึ่งนั้น จะต้องมีเหตุผลที่ดีเสมอ

เธอย้อนเล่าให้ฟังว่า ช่วง 5 ปีแรกที่ช่วยกันตั้งร้านค้าจนเป็นบริษัทนี้ขึ้นมา ยังไม่มีการเก็บออมอะไรอย่างดี แค่กันบางส่วนสำหรับค่าใช้จ่ายภายในครอบครัว ตอนนั้นมุ่งมั่นที่จะต้องหาหลักและสร้างกิจการให้มีความแข็งแกร่งและอยู่รอดให้ได้ อีกทั้งเป็นคนที่ไม่ชอบการเป็นหนี้ จึงพยายามบริหารจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย

พอมีลูกก็เริ่มต้นเก็บออมจากการทำประกันชีวิตสมาชิกทุกคนในครอบครัว พ่อ แม่ และลูกทั้งสองคน อย่างน้อยออมแบบสะสมที่ยังพอได้อัตราผลตอบแทนบ้าง แม้จะน้อย แต่ก็ถือเป็นการจัดการความเสี่ยงที่เกิดขึ้นกับสมาชิกครอบครัว

หากคิดพอร์ตสินทรัพย์ทั้งหมด 100% เธอจะแบ่งทันที 30% สำหรับการลงทุนที่ยังมีความเสี่ยงที่พอจะรับความผันผวนจากการลงทุนได้บ้าง ส่วนนี้หวังว่าต้องได้อัตราผลตอบแทนมากกว่า 10% ขึ้นไป ด้วยการซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (แอลทีเอฟ) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (อาร์เอ็มเอฟ) รวมถึงกองทุนเปิดที่สามารถชำระเงินค่าขายหน่วยลงทุนให้นักลงทุนได้เร็วที่สุด (T+1) เพราะสามารถจะถอนเงินออกมาใช้ได้เร็ว เฉลี่ยต่อปีจะซื้อแอลทีเอฟและอาร์เอ็มเอฟประมาณ 2 ล้านบาท ไว้เพื่อหักภาษีทั้งสามีและตัวเอง

ขณะที่ 20% จะเก็บเงินสด สำหรับกรณีฉุกเฉิน ส่วนอีก 50% ที่เหลือจะเน้นลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำที่คาดหวังว่าจะให้อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปี 5-10% เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว เช่น พวกดอกเบี้ยเงินฝากประจำ หรือพันธบัตร หุ้นกู้ต่างๆ นอกจากนั้นยังมองเรื่องการลงทุนที่ดิน แต่ส่วนใหญ่จุดประสงค์เริ่มแรกก็เพื่อดูเอาไว้ขยายสาขาของธนพิริยะ ที่ผ่านมาซื้อเอาไว้และไม่มีการขายออกมา

อย่างไรก็ดี เร็วๆ นี้กำลังปรึกษาที่ปรึกษาการลงทุนเพราะอยากเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้น เพราะเมื่อยังไม่ถนัดก็ต้องปรึกษาผู้รู้ อีกทั้งเป็นคนที่ไม่มีเวลามานั่งดูพอร์ตหุ้นได้บ่อยๆ แม้หุ้นจะมีความเสี่ยงมากขึ้นก็จะนำโอกาสได้รับผลตอบแทนมาก แต่ควรเริ่มอย่างระมัดระวัง

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล