
‘โอเปก-เฟด’ เขย่าศก.ไทย
แบงก์แนะเอกชนจับตาสองเหตุการณ์สำคัญทางเศรษฐกิจโลกส่งผลกระทบไทย
แบงก์แนะเอกชนจับตาสองเหตุการณ์สำคัญทางเศรษฐกิจโลกส่งผลกระทบไทย
นายอมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า วันที่ 4 ธ.ค.นี้ มีเหตุการณ์สำคัญทางเศรษฐกิจสองเหตุการณ์ที่น่าจับตา เปรียบได้กับภูเขาไฟสองลูกที่กำลังจะปะทุในตลาดการเงินโลก โดยเหตุการณ์แรกคือการประชุมขององค์กรกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันเพื่อการส่งออก หรือโอเปก ที่มีโอกาสคงกำลังการผลิตน้ำมันเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดของกลุ่มเอาไว้ไม่ให้เสียส่วนแบ่งตลาดให้กับสหรัฐ
“หากกลุ่มโอเปกคงกำลังการผลิตน้ำมันจะส่งผลให้ราคาน้ำมันที่ต่ำอยู่แล้วปรับตัวลดลงต่อได้อีก อาจจะปรับตัวจาก 40 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ลงไปถึง 30 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล หรือต่ำกว่านั้นก็เป็นได้” นายอมรเทพ กล่าว
นอกจากนี้ ในวันที่ 15-16 ธ.ค. จะมีการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ และการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะพิจารณาว่าจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายหรือไม่
นายอมรเทพ กล่าวว่า สองเหตุการณ์นี้สร้างความน่ากังวลต่อเศรษฐกิจไทย หากราคาน้ำมันในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ลดลง จะส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรทั้ง ข้าว ยาง อ้อย จะมีราคาตกต่ำตามไปด้วย ทำให้เกษตรกรมีรายได้ลดลง
อย่างไรก็ดี จะมีผลดีต่อเศรษฐกิจไทย เพราะนำเข้าน้ำมันสุทธิมากประมาณ 10% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) หรือ 20% ของการนำเข้าทั้งหมด ถ้าราคาน้ำมันอยู่ในระดับที่ต่ำหรือลดลงได้ต่อ ไทยจะเกินดุลบัญชีเดินสะพัด ซึ่งจะเป็นผลบวกต่อเสถียรภาพและการเติบโตของเศรษฐกิจไทย
สำหรับผลการประชุมเฟดจะมีผลต่อตลาดเงินตลาดทุนโลก ที่จะทำให้เกิดเงินทุนเคลื่อนย้าย นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยง และโยกเงินกลับไปถือสินทรัพย์ในรูปเงินเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้บาทอ่อนค่าได้ต่อเนื่องในปีหน้า กรณีสหรัฐไม่พร้อมขึ้นดอกเบี้ย จะส่งผลให้เกิดภาวะเงินไหลกลับเข้ามาในตลาดเกิดใหม่ได้







