posttoday
โลกร้อน

โลกร้อน

03 ธันวาคม 2558

ผู้นำกว่า 150 ประเทศทั่วโลกรวมทั้งท่านนายกรัฐมนตรีของไทย ได้เข้าร่วมการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 21 (Conference of Parties : COP21 หรือคอป 21) ระหว่างวันที่ 30 พ.ย. 2558–11 ธ.ค. 2558 ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของประเทศเจ้าภาพ คือ ฝรั่งเศส

ผู้นำกว่า 150 ประเทศทั่วโลกรวมทั้งท่านนายกรัฐมนตรีของไทย ได้เข้าร่วมการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 21 (Conference of Parties : COP21 หรือคอป 21) ระหว่างวันที่ 30 พ.ย. 2558–11 ธ.ค. 2558 ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของประเทศเจ้าภาพ คือ ฝรั่งเศส

การประชุมครั้งนี้ ก็เพื่อการเจรจาให้บรรลุข้อตกลงและหลีกเลี่ยงผลกระทบที่เลวร้ายที่สุดที่จะเกิดขึ้นจากวิกฤตโลกร้อน อาทิ ภัยแล้ง น้ำท่วม และพายุ ที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยมุ่งหมายให้นานาประเทศเห็นพ้องต้องกันในการกำหนดเป้าหมาย เพื่อหลีกเลี่ยงการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของผิวโลกไม่ให้เกิน 2 องศาเซลเซียส (เมื่อเทียบกับระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม) เพื่อป้องกันภัยพิบัติร้ายแรงที่จะเกิดขึ้นจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

“สถาวะโลกร้อน” หรือ “สภาวะอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น” หรือ “สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง” คือ สภาพ หรือระดับความร้อนของโลกที่เกิดจาก “ปรากฏการณ์เรือนกระจก” หมายถึง การที่โลกถูกปกคลุมไปด้วยก๊าซชนิดต่างๆ โดยเฉพาะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ขึ้นไปสะสมในชั้นบรรยากาศของโลกอย่างหนาแน่น จนทำให้เกิดความร้อนสะสมอยู่บนผิวโลก คล้ายกับโลกอยู่ภายในตู้กระจก หรือเตาอบขนาดใหญ่ (เปรียบได้กับ “เรือนกระจก” ที่ใช้สำหรับเพาะปลูกต้นไม้บางชนิด หรือให้ความอบอุ่นแก่ต้นไม้)

ผลของโลกที่ร้อนขึ้นนี้ก็ยังทำให้เกิดปรากฏการณ์อื่นๆ ติดตามมาอีกมากมาย อาทิ น้ำแข็งขั้วโลกละลาย พายุหิมะ อากาศร้อนขึ้น พื้นดินแห้งแล้ง ฤดูกาลเปลี่ยนแปลง ภัยธรรมชาติอื่นๆ และผลกระทบต่อสิ่งที่มีชีวิตบนโลก

การประชุมครั้งนี้  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ร่วมกล่าวถ้อยแถลงด้วยเพื่อแสดงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของประเทศไทย ที่จะมีส่วนร่วมผลักดันให้การเจรจาความตกลงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฉบับใหม่ บรรลุผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

สาระสำคัญตอนหนึ่งของถ้อยแถลงความว่า “ประเทศไทย มีการจัดทำแอ็กชั่นแพลนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 20 ถึง 25 ภายในปี  2030 มุ่งลดการใช้พลังงานจากฟอสซิล โดยใช้พลังงานทดแทนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้รถเครื่องยนต์เครื่องยนต์ไฮบริด เครื่องยนต์ไฟฟ้าให้มากยิ่งขึ้น การลดการขนส่งทางถนนโดยเพิ่มการขนส่งทางราง การเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนในแผน PDP ของไทยให้มากขึ้น ขจัดการบุกรุกป่า รณรงค์ปลูกป่าอาเซียน ทำแผนการบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการ จัดทำ Roadmap การลดหมอกควันให้เหลือร้อยละ 0

และที่สำคัญอย่างยิ่งคือการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานมากว่า 50 ปี ในรูปแบบ ‘ประชารัฐ’ ด้วยความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม NGO และประชาชนอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นหลักการสำคัญของไทย ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับการดำเนินการให้บรรลุวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนปี  2030 ของสหประชาชาติ”

การประชุม COP21 นี้ ยังเน้นถึงข้อตกลงและความร่วมมือในการสนับสนุนประเทศและชุมชนที่ประสบภัยในการปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันด้วย

ทั้งหมดทั้งปวงนี้ เมื่อผู้นำประเทศต่างๆ ได้ยอมรับว่าปัญหาโลกร้อนเป็นปัญหาระดับโลกแล้ว ทุกประเทศ (โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้ว) ก็ควรจะต้องปฏิบัติตาม “ข้อตกลงร่วมกัน” อย่างจริงจังมากขึ้น เพื่อให้ “โลกไม่ร้อน” ครับผม!

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง