
ทันสถานการณ์
ควักเงินกองทุนน้ำมันฯ หนุนแอลพีจี
ควักเงินกองทุนน้ำมันฯ หนุนแอลพีจี
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) วันที่ 3 ธ.ค.นี้ ที่มีพล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน เป็นประธาน จะพิจารณาโครงสร้างราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) เดือน ธ.ค. โดยจะเสนอให้คงราคาไว้ที่ 22.29 บาท/กก. เป็นการตรึงราคาต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อค่าครองชีพประชาชน แม้ว่าราคาแอลพีจีตลาดโลกจะปรับเพิ่มขึ้น 55 เหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ 466 เหรียญสหรัฐ/ตัน เมื่อนำมารวมกับราคาแอลพีจีจากแหล่ง
ผลิตอื่นๆ มีผลให้ราคาแอลพีจีขายปลีกจะต้องปรับเพิ่มขึ้นอีก 70 สตางค์/กก.
อย่างไรก็ตาม สำนักนโยบายและแผนพลังงานจะเสนอให้ใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปชดเชยราคาเพิ่มจากเดิม 61.30 สตางค์/กก. เพิ่มอีก 70 สตางค์/กก. เป็น 1.31 บาท/กก. เนื่องจากมีเงินกองทุนน้ำมันฯ ในบัญชีแอลพีจีอยู่ 7,937 ล้านบาท สามารถใช้มาดูแลเสถียรภาพราคาแอลพีจีได้
ปลูกข้าวนาปีรอบสองพุ่ง 1.7 ล้านไร่
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ผลการสำรวจพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา พบว่ายังมีการปลูกข้าวนาปีรอบสองต่อเนื่องเพิ่มอีก 1.7 ล้านไร่ จากที่เก็บเกี่ยวนาปีรอบแรกไปแล้ว 1.6 ล้านไร่ โดยเจ้าหน้าที่ลงไปหารือกับชาวนารับแล้วว่า ระบบชลประทานไม่มีน้ำส่งให้ แต่สาเหตุที่มีการปลูกข้าวนาปีรอบสอง เนื่องจากใช้น้ำในพื้นที่ตัวเอง อาศัยน้ำจากบ่อขุด และมีปริมาณฝนตกสะสมอยู่ ทำให้เพียงพอต่อการปลูกข้าว ส่วนสถานการณ์น้ำล่าสุด ณ วันที่ 1 ธ.ค. มีปริมาณน้ำใช้การได้ใน 4 เขื่อนใหญ่ ประมาณ 4,157 ล้าน ลบ.ม. โดยมีปริมาณน้อยกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา 63 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งยังรักษามาตรฐานการระบายน้ำปกติ 15 ล้าน ลบ.ม./วัน
ดันยุทธศาสตร์ส่งเสริมลงทุนใหม่
นางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า การส่งเสริมการลงทุนภายใต้ยุทธศาสตร์ใหม่ สามารถดึงดูดให้เกิดการลงทุนของกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มีจำนวน 102 โครงการ เงินลงทุน 2.34 หมื่นล้านบาท ได้แก่ กิจการผลิตเครื่องมือแพทย์ เช่น รากฟันเทียม สกรูยึดกระดูก อุปกรณ์เจาะกระดูก เป็นต้น ถือเป็นทิศทางที่บีโอไอต้องการผลักดันให้เกิดการลงทุน มั่นใจว่าจะทำให้เกิดอุตสาหกรรมที่เป็นเป้าหมายของประเทศเพิ่มขึ้นในอีกหลายกลุ่มอุตสาหกรรม







