
ญี่ปุ่นกระทุ้งรัฐแก้มาบตาพุด
เจโทรจี้รัฐบาลแก้ปัญหามาบตาพุดให้ชัดเจนใน2เดือนหากยื้อนานกระทบภาคการผลิตอุตสหากรรมยานยนต์ในปี2555-2556แน่
เจโทรจี้รัฐบาลแก้ปัญหามาบตาพุดให้ชัดเจนใน2เดือนหากยื้อนานกระทบภาคการผลิตอุตสหากรรมยานยนต์ในปี2555-2556แน่
นายมูเนโนริ ยามาดะ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) เปิดเผยภายหลังเข้าพบนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม ว่า ต้องการให้รัฐบาลไทยเร่งประกาศ 18 ประเภทกิจการรุนแรงให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือนนี้ เพราะหากล่าช้าจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ในระยะ2-3 ปีข้างหน้า และไม่สามารถดำเนินการตามเป้าหมายที่ต้องการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ในภูมิภาคนี้ได้
ทั้งนี้เนื่องจากการผลิตรถยนต์ มีองค์ประกอบหลายด้านโดยเฉพาะชิ้นส่วนยานยนต์ หากมีบางโครงการต้องชะงักไปเพราะเงื่อนไขประเภทกิจการรุนแรง ก็จะทำให้ไม่สามารถเดินตามแผนการผลิตรถยนต์ได้ โดยเฉพาะในปี 2555 เป็นปีที่บริษัทรถยนต์ 6 ค่าย จะผลิตรถยนต์ขนาดเล็กประหยัดพลังงาน (อีโคคาร์) ครบทั้งหมด ดังนั้นการเตรียมพร้อมในเรื่องของชิ้นส่วนยานยนต์จึงเป็นเรื่องสำคัญ
“ไม่อยากจินตนาการว่าการแก้ปัญหามาบตาพุดที่ล่าช้ากว่า 2เดือนจะเป็นอย่างไร แต่ในภาพรวมก็ยังมั่นใจว่ารัฐบาลไทยจะสามารถได้ข้อสรุปในเรื่องดังกล่าว และที่ผ่านมาก็มีการผลักดันแนวทางการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ทั้งการจัดทำรายงานผลกระทบด้านสุขภาพหรือการจัดทำประชาพิจารณ์”นายมูเนโนริ กล่าว
อย่างไรก็ตามขณะนี้เจโทรอยู่ระหว่างจัดทำแบบสอบถามสำรวจความคิดเห็นของนักลงทุนญี่ปุ่นในไทยที่มีภาพรวมเศรษฐกิจรวมทั้งบรรยากาศการลงทุน โดยเฉพาะผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศ ปัญหาการลงทุนในพื้นที่มาบตาพุด และข้อเสนอแนะของนักลงทุนญี่ปุ่นที่อยากให้รัฐบาลไทยแก้ไข โดยผลสำรวจจะออกมาในวันที่ 30 ก.ค.นี้
นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ทางเจรโทรและหอการค้าญี่ปุ่นได้แสดงความกังวลปัญหามาบตาพุดจะล่าช้าและอยากให้มีข้อสรุปโดยเร็ว เพราะจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ในปี2556 ที่ไทยจะมีกำลังการผลิตรถยนต์เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีโรงงานผลิตชิ้นส่วนบางแห่งที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ทั้งนี้ได้ชี้แจงไปว่านายกรัฐมนตรีก็มีความเป็นห่วงในเรื่องนี้เช่นกัน โดยจะพยายามดำเนินการต่างๆให้มีความชัดเจน
สำหรับสาเหตุที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อม ไม่อนุมัติร่างประกาศประเภทกิจการรุนแรง นั้น เนื่องจากเอกสารยังไม่ครบ เกรงว่าหากประกาศออกมาจะสร้างปัญหาใหม่ขึ้นมาแทน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ส่วนจะมีการออกประกาศประเภทกิจการรุนแรงซึ่งเป็นฉบับของกระทรวงอุตสาหกรรมออกมาก่อนนั้น ในหลักการสามารถทำได้เพราะเป็นกฎหมายอย่างหนึ่ง เพียงแต่รัฐธรรมนูญถือเป็นกฎหมายสูงสุด การจะออกกฏหมายฉบับใดออกมาก็ต้องได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายด้วย







