posttoday
ปรัชญา "โฟร์ ฟูดส์ " ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า

ปรัชญา "โฟร์ ฟูดส์ " ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า

02 ธันวาคม 2558

โดย...เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิตร

โดย...เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิตร

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมอาหารในประเทศไทย มีมูลค่าประมาณ 2.57 ล้านล้านบาท เป็นตลาดในประเทศ 1.49 ล้านล้านบาท และส่งออก 1.08 ล้านล้านบาท และด้วยการแข่งขันสูง สิ่งสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารยังคงเติบโตได้ คือ ความซื่อสัตย์ต่อคู่ค้าและลูกค้า เช่นเดียวกับ บริษัท โฟร์ ฟูดส์ ที่ยึดมั่นปรัชญานี้ในการดำเนินธุรกิจมาตลอด 13 ปี

สมเจตน์ ปัญจวัฒนางกูร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โฟร์ ฟูดส์ เจ้าของผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ ไทเชฟ กล่าวว่า เริ่มดำเนินธุรกิจตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 โดยเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหาร ได้แก่ ผงปรุงรสต่างๆ ให้กับกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารทั้งในและต่างประเทศ เช่น ผงปรุงรสสำหรับขนมขบเคี้ยว ผงหมักสำหรับอุตสาหกรรมแปรรูปเนื้อสัตว์ อาหารทะเล และสัตว์ปีก อีกทั้งยังรับผสมส่วนผสมอาหารและเครื่องดื่มต่างๆ ที่เป็นสูตรเฉพาะให้กับลูกค้าอีกด้วย

นอกจากนี้ บริษัทยังผลิตผงปรุงรสต่างๆ ข้างต้นที่เป็นสูตรเฉพาะของบริษัทเอง สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดย่อมและผู้บริโภคโดยตรงภายใต้แบรนด์ “ไทเชฟ” (ThyChef) เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าวและผู้บริโภคที่ต้องการปรุงอาหารเพื่อรับประทานเองภายในบ้าน เช่น ผงปรุงรสไก่ ผงหมักเนื้อนุ่ม ผงหมักรสนิวออร์ลีนส์ เป็นต้น

“การที่เราซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ยึดมั่นจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากบริษัทใหญ่ๆ ในการเป็นผู้ผลิตผงปรุงรสต่างๆ โดยที่เรารักษาความลับให้กับลูกค้าทุกราย และหาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกัน” สมเจตน์ กล่าว

ปัจจุบัน โฟร์ ฟูดส์ มีลูกค้าที่เป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ อาทิ กลุ่มซีพี บริษัท ฟริโต-เลย์ (ประเทศไทย) แหลมทองอุตสาหกรรมอาหาร สหฟาร์ม เป็นต้น ซึ่งเป็นรายได้หลักคิดเป็นสัดส่วน 90% และยังมีลูกค้าขนาดกลางและเล็กอีกมากมายที่ซื้อผลิตภัณฑ์ “ไทเชฟ” คิดเป็นสัดส่วน 10% ที่ทำตลาดผ่านร้านเบเกอรี่และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

สมเจตน์ กล่าวว่า สำหรับเอสเอ็มอี จุดเริ่มต้นในการทำธุรกิจไม่ยาก แต่ปัญหาคือแหล่งเงินทุน และการสร้างความเชื่อมั่นของคู่ค้า ซึ่งการดำเนินธุรกิจในช่วงแรก บริษัทต้องซื้อขายด้วยเงินสด หลังจากนั้นลูกค้าจะเพิ่มความเชื่อมั่นมากขึ้นเรื่อยๆ จากการผลิตสินค้าได้ตามที่ลูกค้าต้องการ การเสาะหาวัตถุดิบและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่แปลกใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง

หลักจากดำเนินธุรกิจมา 11 ปี ลูกค้าให้ความเชื่อมั่นมากขึ้น ช่วงหลังมีลูกค้าขนาดกลางและขนาดเล็กเข้ามาติดต่อจำนวนมาก บริษัทจึงตัดสินใจสร้างแบรนด์ใหม่ “ไทเชฟ” เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้ารายย่อยที่มีความต้องการสั่งซื้อในปริมาณไม่มากนักเพื่อไปทำธุรกิจอาหารเล็กๆ รวมทั้งขยายธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ “ไทเชฟ” เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจ โดยมีผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ป๊อปคอร์นรสชาติต่างๆ และเครื่องดื่ม

ทั้งนี้ จากการดำเนินธุรกิจมา 13 ปี บริษัทเติบโตแบบก้าวกระโดดเกือบทุกปี มาในช่วง 2-3 ปี ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้อัตราการขยายตัวอยู่ที่ 10% จากยอดขายเริ่มต้น 3-4 ล้านบาท/ปี ขยับเป็น 10 ล้านบาท 20 ล้านบาท และเติบโตมาเรื่อย จนปีที่ผ่านมา (ปิดรอบบัญชี ก.ย. 2558) มียอดขายรวม 217 ล้านบาท ขณะที่แนวโน้มของธุรกิจกลับมาดีขึ้น โดยยอดผลิตในเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา สูงสุด 200 ตัน/เดือน

สำหรับหลักการทำงานของโฟร์ ฟูดส์ มุ่งพัฒนาสินค้าแปลกใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับบุคลากร พนักงาน รวมถึงคู่ค้า ปัจจุบันสินค้าของบริษัทที่พัฒนาขึ้นมีหลายหมื่นสูตรที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างหลากหลาย ขณะเดียวกันจะเน้นผลิตตามลูกค้าสั่ง ไม่สต๊อกสินค้า เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

ปัจจุบันบริษัทมุ่งมั่นพัฒนามาตรฐานต่อเนื่อง มีทั้งมาตรฐาน GMP (หลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร) และ HACCP (ระบบวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุมในการผลิตอาหาร) และได้รับรองระบบคุณภาพจาก BVQI รวมถึงได้เครื่องหมาย Halal (มาตรฐานอาหารชาวมุสลิม) และล่าสุดได้รับการรับรองมาตรฐาน FSSC 22000 ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ล่าสุดในด้านความปลอดภัย ที่จะทำให้บริษัทเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล