posttoday
ต่างชาติชอบ BEM

ต่างชาติชอบ BEM

02 ธันวาคม 2558

โดย...บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง

โดย...บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง

ผลตอบรับในการนำคณะผู้บริหารบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) บริษัทที่เกิดจากการรวมระหว่างบริษัท ทางด่วนกรุงเทพ (BECL) และบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ (BMCL) ที่บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) พาไปนำเสนอข้อมูลครั้งแรกของการควบรวมกิจการ ต่อผู้จัดการกองทุนต่างชาติชั้นนำกว่า 46 แห่ง ในฮ่องกง สิงคโปร์ และมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 23-27 พ.ย.ที่ผ่านมา ปรากฏว่าอยู่ในระดับดีเกินคาด โดยผู้บริหารได้ให้ข้อมูลอย่างละเอียด บนเหตุผลสนับสนุนที่มีหลักการ ซึ่งสามารถอธิบายประโยชน์ที่จะได้รับจากการควบรวม รวมถึงการปิดความเสี่ยงทางการเงิน/การบริหาร การรักษาผลประโยชน์ให้แก่ผู้ถือหุ้นถัดจากนี้ไปได้อย่างครบถ้วน

ด้วยโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่เหมาะสม วิธีการลงทุนอย่างรอบคอบ และเครื่องมือจัดหาเงินทุนที่พร้อมและหลากหลาย เมย์แบงก์มองว่าเหล่านี้จะผลักดันให้ BEM จะดีกว่าตลาดได้ในทศวรรษถัดไปนี้ และกลายเป็นตัวแทนของระบบขนส่งไทยได้อย่างดีในจังหวะที่เหมาะสมมาก

ผู้จัดการกองทุนส่วนใหญ่มีพื้นฐานความเข้าใจในตัวธุรกิจหลักของบริษัท (ทางด่วน, รถไฟฟ้า) ที่ดีอยู่แล้ว เนื่องจากฮ่องกงและสิงคโปร์มีความเจริญก้าวหน้าทางด้านระบบขนส่งและคมนาคมมายาวนาน โดยผู้จัดการกองทุนส่วนมากจะถามเรื่องความเสี่ยงด้านการเงิน และทิศทางของเงินปันผลภายหลังหลังควบรวม

เมื่อผู้บริหารอธิบายศักยภาพทางภูมิศาสตร์ของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน คำถามส่วนใหญ่จะเร่งไปสู่โอกาสของ BEM ในกรอบแผน PPP Fast Track ที่มีบริษัท ช.การช่าง (CK) คอยหนุนหลัง รวมถึงความพร้อมที่ BEM จะจัดหาเงินทุนที่เพียงพอได้ด้วยตนเองบนเครื่องมือของกองทุนอินฟราสตรักเจอร์ และตราสารหนี้ที่ยังเปิดกว้าง

นอกจากนี้ ผู้จัดการกองทุนยังให้ความสนใจอย่างมากต่อโอกาสที่บริษัทลูก (BMN) จะเข้าไปกอบโกยในธุรกิจสื่อโฆษณา หลังธุรกิจรถไฟฟ้าจะเริ่มผ่านจุดคุ้มทุน หลังการเปิดให้บริการสายสีม่วงในเดือน ส.ค. 2559 ซึ่งจะส่งผู้โดยสารจากขอบกรุงเทพฯ เข้ามายังสายสีน้ำเงินเดิมของ BEM ที่สถานีบางซื่อ และรวมไปถึงการเติบโตของธุรกิจทางด่วนที่จะเริ่มให้บริการทางด่วนเส้นใหม่ SOE ในไตรมาส 3 ปี 2559

ผู้บริหารได้อธิบายประเด็นการควบรวมต่อผู้จัดการกองทุนได้อย่างดี โดยระบุชัดเจนว่าการควบรวมครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งและอำนาจการต่อรองเหมือนบริษัทอื่นแต่อย่างใด แต่เป็นการควบเพื่อสร้างความแข็งแกร่งของงบการเงินเพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าประมูลโครงการรถไฟฟ้า ทางด่วน ควบคู่ไปกับการปรับลดต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายโดยรวมของ BEM

ภายหลังจากการทำ Non Deal Roadshow (NDR) ครั้งนี้ทำให้เมย์แบงก์ยิ่งมั่นใจว่า BEM จะเป็นหุ้นขนส่งที่ครบเครื่องที่ด้วยการเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีอัตราเติบโตและให้เงินปันผลได้อีกด้วย และยังถือเป็นหุ้นปลอดภัยที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากแผนนโยบาย PPP Fast Track ของภาครัฐที่จะมีบทบาทสูงมากนับแต่ปี 2559 เป็นต้นไป

ดังนั้น ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเหมาะสมปี 2559 ที่ 6.50 บาท/หุ้น (สะท้อนเป็นหุ้น BMCL 2.72 บาท/หุ้น และ BECL 56.25 บาท/หุ้น)

ความเสี่ยงคือการควบรวมเหลือเพียงขั้นตอนสุดท้ายให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ คาดจะเกิดในการประชุม ครม.ในวันอังคารที่ 8 ธ.ค. 2558

ขั้นตอนในขณะนี้คือหลังจากประชุมผู้ถือหุ้นร่วม BEM คาดว่าจะซื้อขายในตัวบริษัทใหม่ได้ในวันที่ 4 ม.ค. 2559 ช่วยผสานข้อดีทั้งสองบริษัท แม้ระยะสั้นปันผลอาจได้รับผลกระทบจ่ายได้น้อยลงบ้าง แต่จะดีในระยะยาวเมื่อ BMCL กลับมาทำกำไร

สมบัติ เอกวรรณพัฒนา นักวิเคราะห์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) มองว่า การควบรวมกิจการจะป้องกันไม่ให้เกิดภาวะต้นทุนบานปลาย สำหรับโครงการวงแหวนรอบนอก-ศรีรัช 16.7 กม. ด้วยการรับเหมาแบบ Turnkey สำหรับต้นทุนโครงการทั้งหมดเป็นประมาณ 2.55 หมื่นล้านบาท ถือว่าตอนนี้ไปได้เร็วกว่าแผนอยู่ที่ประมาณ 77% เปิดใช้ปี 2559

ทั้งนี้ คาดว่าโครงการวงแหวนรอบนอก-ศรีรัช จะเพิ่มปริมาณผู้ใช้ทางด่วน ปี 2559 ที่ 4 หมื่นเที่ยว/วัน ปี 2560 ที่ 9 หมื่นเที่ยว/วัน ปี 2561 ที่ 9.9 หมื่นเที่ยว/วัน ปี 2562-2569 ที่ 1.04 แสนเที่ยว/วัน จากปัจจุบันผู้ใช้ทางด่วนของ BECL ต่อวัน 1.1 ล้านเที่ยว แสดงว่าจะทยอยเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจากผู้ใช้ทางด่วนในอนาคต

อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนเพิ่มขึ้นเป็น 1.1 เท่า จากปลายปี 2557 ที่ 0.9 เท่า ก่อหนี้เพิ่มในส่วนเงินกู้ระยะสั้น-ยาว เพื่อไปคืนหุ้นกู้ที่ครบกำหนดและจ่ายเงินค่าเพิ่มทุนหุ้นบริษัท ซีเค พาวเวอร์ (CKP) และจ่ายโครงการศรีรัช

ในระยะยาวจะไปธุรกิจทางด่วนในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) และพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ใกล้ทางด่วน ข้อดีทางด่วนไม่ผันแปรตามเศรษฐกิจ ใช้หนีรถติด เดินทางต่างจังหวัด-กรุงเทพฯ สะดวก สามารถเข้าเมืองได้อย่างรวดเร็วอัตราการเติบโตต่อปี 4-5% ดังนั้นจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาพื้นฐาน 42.50 บาท แต่ซื้อเก็งกำไรระยะสั้น

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน