
‘CPN’หวังปีหน้ากำไรดีรายได้โต15%
CPN มองเศรษฐกิจปีหน้าค่อยเป็นค่อยไป หนุนกำไรดีขึ้น รายได้โต 14-15% จากสาขาใหม่
CPN มองเศรษฐกิจปีหน้าค่อยเป็นค่อยไป หนุนกำไรดีขึ้น รายได้โต 14-15% จากสาขาใหม่
น.ส.นภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงินและผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินบัญชีและบริหารความเสี่ยง บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) เปิดเผยว่า บริษัทมองเศรษฐกิจปี 2559 จะดีกว่าปีนี้ แต่จะเป็นลักษณะค่อยเป็นค่อยไป จากนโยบายภาครัฐที่มีการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือเริ่มมีการลงทุนโครงการภาครัฐเป็นสิ่งที่ต้องใช้ระยะเวลากว่าจะฟื้นตัว ส่งผลให้กำไรเติบโตดีกว่าปีนี้ จากรายได้จะเติบโตได้ 14-15% ส่วนกำไรของปีนี้ก็ดีกว่าปีก่อนที่ 7,306.95 ล้านบาท
ทั้งนี้ บริษัทจะรับรู้รายได้เต็มปีของศูนย์การค้าแห่งใหม่ที่เปิดปีนี้ คือ เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต เซ็นทรัลพลาซา ระยอง และเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ รวมถึงสาขาที่มีการปรับปรุงใหม่ 2 แห่ง คือ สาขาบางนา และสาขาปิ่นเกล้า อีกทั้งสาขาเก่าน่าจะเติบโตได้มากกว่า 10% จากปีนี้โต 3-4%
“ปีหน้าเราจะเน้นปรับปรุงสาขาเก่า 3-4 แห่ง คือ สาขาพัทยา เซ็นเตอร์ ที่กำลังดูถึงการเปลี่ยนคอนเซ็ปต์ สาขาภูเก็ต 1 สาขาบางนาเฟส 3 และสาขาพระราม 3 อีกทั้งเตรียมเปิดสาขาใหม่ที่นครศรีธรรมราชกลางปีหน้า ส่วนที่นครราชสีมาปลายปีหน้าหรือต้นปี 2560 สำหรับงบลงทุนปกติมีการเตรียมไว้ปกติทุกปีที่ประมาณ 1.4-1.5 หมื่นล้านบาท” น.ส.นภารัตน์ กล่าว
สำหรับการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมที่ต่างจังหวัด 3 แห่งคือ เชียงใหม่ ขอนแก่น และระยอง แห่งละ 400 ยูนิต มูลค่าโครงการรวมกว่า 1,600 ล้านบาท จะเริ่มเปิดขายตั้งแต่เดือน ม.ค. 2559 และคาดว่า 3-4 เดือนแรกจะมียอดขายประมาณ 30% ของมูลค่าโครงการ โดยจะเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ไตรมาส 2 จะเริ่มรับรู้รายได้เชิงพาณิชย์ได้ตั้งแต่ปี 2561 ตั้งเป้าว่าในระยะ 2-3 ปีแรกจะมีรายได้จากโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 5-7% ของรายได้ หรือเฉลี่ยปีละ 3 โครงการ
“จุดประสงค์การทำคอนโด เพื่อใช้สินทรัพย์ที่บริษัทมีให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งเป็นแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทอยู่แล้ว (มิกซ์ยูส) เมื่อมีการสร้างห้างสรรพสินค้าใหม่ก็จะมีโครงการก่อสร้างหรือบริหารสินทรัพย์อื่นด้วย เช่น ที่ผ่านมาห้างในกรุงเทพฯ จะมีพื้นที่ใกล้เคียงเป็นออฟฟิศ ขณะที่ต่างจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเป็นห้างกับโรงแรม ก็จะให้ทางโรงแรมเซ็นทรัลพลาซาเป็นผู้บริหาร แต่ครั้งนี้เป็นคอนโด เพราะมองว่าเป็นแนวทางและมีความต้องการอยู่บ้าง แต่บริษัทจะเน้นทำแบบระวังไม่ได้สร้างการเติบโตที่เร็ว บริษัทจะมีการลงทุนใหม่แค่งบการก่อสร้างแห่งละ 600-700 ล้านบาท ส่วนงบที่ดินไม่ต้องมีการซื้อใหม่” น.ส.นภารัตน์ กล่าว
สำหรับการเปิดห้างสรรพสินค้าแห่งแรกในประเทศมาเลเซียนั้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้าง ซึ่งมั่นใจว่าจะเปิดได้ตามแผนภายในปี 2560 ขณะเดียวกันก็อยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อขยายศูนย์การค้าต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่งศึกษาทั้งที่อินโดนีเซียและเวียดนาม
น.ส.นภารัตน์ กล่าวว่า แม้เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวช้าและผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย แต่บริษัทยังคงมุ่งมั่นในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารศูนย์การค้า โดยใช้กลยุทธ์ร่วมมือกับพันธมิตรแบรนด์ชื่อดัง และร้านค้าต่างๆ ภายในห้าง เพื่อจัดกิจกรรมทางการตลาดและส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายของผู้บริโภคทั้งชาวไทยและกลุ่มนักท่องเที่ยว
ขณะที่การศึกษาเพื่อปรับเปลี่ยนกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เป็นกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ยังอยู่ระหว่างรอความชัดเจนของกฎระเบียบและต้องหารือกับผู้จัดการกองทุนอยู่







