posttoday
ครม.ผ่านร่างพ.ร.บ.ระบบการชำระเงิน

ครม.ผ่านร่างพ.ร.บ.ระบบการชำระเงิน

02 ธันวาคม 2558

โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ

โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ

ครม.ไฟเขียวร่างกฎหมายระบบการชำระเงินช่วยให้ผู้โอนถูกฟ้องล้มละลายไม่ถูกเพิกถอนเงิน ป้องกันปัญหาผลกระทบลูกโซ่ “ศาลยุติธรรม” ตั้งแง่ กฎหมายอาจเปิดช่องผู้โอนเงินย้ายทรัพย์ไปบริษัทลูกหลังรู้ก่อนว่าจะถูกฟ้องล้มละลาย

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 2558 ได้อนุมัติร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระบบการชำระเงิน ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อช่วยรองรับระบบชำระเงินและการโอนเงินได้อย่างต่อเนื่องและไม่ให้กระทบกับผู้ที่รับเงินในกรณีที่สมาชิกในระบบถูกศาลสั่งรับคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการ หรือสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของสมาชิกในระบบ

ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.ระบบการชำระเงินเป็นการรวบรวมกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 2 ฉบับเข้าด้วยกัน คือ พ.ร.ฎ.ว่าด้วยการดูแลควบคุมธุรกิจบริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2551 และประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องกิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 เกี่ยวกับเรื่องการประกอบธุรกิจบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะช่วยลดความซับซ้อนของกฎหมายที่เกี่ยวกับกระบวนการชำระเงินให้มาอยู่ที่เดียวกัน

“เดิมทีกำหนดให้สถาบันหนึ่งเมื่อได้โอนเงินให้สถาบันอีกหนึ่ง เมื่อได้โอนเงินไปแล้ว ปรากฏว่า กลับมีคำสั่งศาลให้ผู้ที่โอนเงินไปล้มละลาย ทำให้การโอนเงินที่ทำมาแล้วต้องชะงัก หรือยกเลิก ส่งผลกระทบกับสถาบันที่ได้รับเงิน และเกิดผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อไปอีกหลายส่วน ดังนั้นกระทรวงการคลังจึงต้องเสนอกฎหมายฉบับดังกล่าวขึ้นมาด้วยการกำหนดให้สถาบันใดก็แล้วแต่ เมื่อโอนเงินเสร็จสิ้นตามกระบวนการแล้ว ต่อมาภายหลังมีคำสั่งของศาลมาว่า ล้มละลาย สิ่งที่โอนไปแล้ว จะเพิกถอนกลับมาไม่ได้ เพราะถือว่าได้ดำเนินการจนสิ้นสุดไปแล้ว” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า สำนักงานศาลยุติธรรมได้มีความเห็นว่า การออกกฎหมายฉบับดังกล่าวอาจมีจุดบกพร่องบางประการ โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบต้องไปพิจารณาด้วยว่า ในกรณีดังกล่าวอาจเกิดผลเสียขึ้น ตัวอย่างเช่น กรณีของบริษัทเอจะชำระเงินไปยังบริษัทบี โดยที่บริษัทเอรู้ตัวว่าบริษัทจะถูกฟ้องล้มละลายในระยะเวลาไม่นาน ดังนั้น จึงรีบโอนเงินไปยังบริษัทบีที่อาจเป็นบริษัทลูก ซึ่งอาจเป็นการยักย้ายทรัพย์ไปยังบริษัทหนึ่ง และหากกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ก็แสดงว่า ต้องมีการยักย้ายทรัพย์ไปได้ โดยที่คำสั่งศาลไม่มีอำนาจเพิกถอนเงินที่โอนไปกลับคืนมา จึงอาจเกิดปัญหาขึ้นที่ประชุม ครม. จึงได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปพิจารณารายละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีดังกล่าวขึ้น

สำหรับสาระสำคัญของร่างกฎหมายนี้ ได้กำหนดให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีอำนาจในการจัดตั้งและดำเนินการระบบการชำระเงินที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงของประเทศ และกำหนดหลักเกณฑ์ในเรื่องที่เกี่ยวกับการดูแลระบบการชำระเงินตั้งแต่กระบวนการในการปฏิบัติงานของระบบ คุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการรับสมาชิก สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้ให้บริการและสมาชิกของระบบมาตรการจัดการความเสี่ยงด้านต่างๆ ในระบบมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบการเรียกร้องสิทธิและค่าชดเชย และการจัดการกรณีฉุกเฉิน พร้อมให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศกำหนดระบบชำระเงินอื่นใดเป็นระบบการชำระเงินที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงของประเทศได้

รวมถึงกำหนดให้การโอนเงิน การชำระดุล หรือการหักบัญชี ผ่านระบบการชำระเงินที่ได้ดำเนินการสำเร็จและมีผลสมบูรณ์ตามหลักเกณฑ์ของระบบแล้วไม่สามารถเพิกถอนกลับรายการ สั่งให้แก้ไขได้ หรือหยุดระงับได้ และไม่นำผลของคำสั่งศาลพิทักษ์ทรัพย์หรือล้มละลายที่มีผลตั้งแต่ต้นวันมาใช้บังคับกับการดำเนินการดังกล่าวผ่านระบบการชำระเงินก่อนสิ้นวันที่ศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการหรือมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของสมาชิก รวมทั้งให้มีการคุ้มครองหลักประกันเพื่อการชำระดุลของสมาชิกในระบบการชำระเงินที่มีความสำคัญด้วย

เช่นเดียวกับการกำหนดหลักการการกำกับดูแลระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ โดยให้อำนาจ รมว.คลัง ประกาศกำหนดว่าระบบการชำระเงินใดบ้างที่จะอยู่ภายใต้การกำกับและเป็นผู้ออกใบอนุญาตการประกอบธุรกิจ และให้อำนาจ ธปท. ในการประกาศกำหนดคุณสมบัติของผู้ประกอบธุรกิจและหลักเกณฑ์การขอรับอนุญาต ลักษณะต้องห้ามการเป็นผู้บริหาร และหลักเกณฑ์การเลิกประกอบกิจการหรือหยุดประกอบกิจการเป็นการชั่วคราว

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์