
ธปท.ยันระบบการเงินไทยรับความผันผวนโลกได้
ธปท.ยืนยันระบบเศรษฐกิจและสถาบันการเงินไทยสามารถรองรับความผันผวนโลกและรักษามูลค่าทุนของนักลงทุนไว้ได้ตลอดระยะเวลาที่เศรษฐกิจฟื้นตัว
ธปท.ยืนยันระบบเศรษฐกิจและสถาบันการเงินไทยสามารถรองรับความผันผวนโลกและรักษามูลค่าทุนของนักลงทุนไว้ได้ตลอดระยะเวลาที่เศรษฐกิจฟื้นตัว
นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปาฐกถาในหัวข้อ”นโยบายการเงินและนโยบายการพัฒนาภาคการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย” ในงาน Thailand Fucus 2015 เพื่อทำความเข้าใจและดึงนักลงทุนมาลงทุนในไทยว่า ถึงภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันจะมีความผันผวนจากปัจจัยความไม่นอนต่างๆ แต่สถาบันการเงินไทยและการดำเนินนโยบายการเงินของไทยยังแข็งแกร่ง และผ่อนคลายช่วยหนุนเสริมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ รวมถึงสามารถรองรับความผันผวนได้
ทั้งนี้ ปัจจัยความผันผวนเกิดจาก 1.วิกฤตเศรษฐกิจโลกที่ทำให้มีการดำเนินมาตรการการเงินที่ไม่ได้ใช้ในยามปกติมาใช้ จนเกิดความคล่องตัวในตลาดหลักทรัพย์โลกมากเกินไป ทำให้นักลงทุนกังวลกับนโยบายการเงินดังกล่าว ซึ่งในอนาคตตลาดการเงินโลกจะต้องปรับตัวรับการลดความช่วยเหลือหรือลดการผ่อนคลายของนโยบายการเงินลง เพราะจากนี้ทิศทางดอกเบี้ยจะเน้นเพิ่มขึ้นและมีการรัดเข็มขัดการเงิน และ2.การรับมือกับบริบทใหม่หรือNew Normal ที่ระบบเศรษฐกิจจะฟื้นตัวช้าและมีอัตราการโตต่ำ การค้าโลกหดตัวและราคาสินค้าต่ำ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการปรับตัวของจีนที่หันไปพึ่งในประเทศมากขึ้นนำเข้าสินค้าจากประเทศอื่นน้อยลง
“new normal มีผลต่อตลาดการเงินโลก คือ ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่ไม่มองภาพรวมตลาดเกิดใหม่ แต่จะมองแต่ละหุ้นเป็นรายตัวและมีมูลค่าไม่เท่ากัน ส่วนผลต่อค่าเงินบาทขณะนี้เงินบาทยังผันผวนปานกลางเทียบสกุลเพื่อนบ้าน เนื่องจากเงินบาทมีฐานะดีในเวทีโลก สำหรับตลาดพันธบัตรต่างชาติถือลงทุนในสัดส่วนเพียง 10% มีมูลค่าต่ำกว่าเพื่อนบ้าน ทำให้การเข้าระดมทุนค่อนข้างจำกัด หนี้ต่างประเทศก็ไม่น่ากังวลเพราะหนี้ส่วนใหญ่กระจุกอยู่ในบริษัทที่มีความสามารถในการจัดการป้องกันค่าเงิน ขณะที่ธนาคารก็ปรับตัวกับการกู้ที่ลดลงได้ดี ซึ่งสินเชื่อรวมโตประมาณ 5% แต่ระบบเศรษฐกิจไทยน่าจะเติบโตได้ดีในปีหน้า จากภาคท่องเที่ยวและการใช้จ่ายภาครัฐ โดยธปท.จะสร้างความเชื่อมั่นว่าจะรักษามูลค่าทุนไว้ได้ตลอดในระยะที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว”นายวิรไทกล่าว







