
กฟผ.ชงดึงโรงไฟฟ้าก๊าซออกจากกิจการรุนแรง
กฟผ.หวั่นพิษมาบตาพุดทำโรงไฟฟ้า2แห่งเลื่อนเข้าระบบกระทำแผนผลิตไฟฟ้ายื่นเรื่องนายกรัฐมนตรีดึงโรงไฟฟ้าก๊าซออกจากกิจการรุนแรง
กฟผ.หวั่นพิษมาบตาพุดทำโรงไฟฟ้า2แห่งเลื่อนเข้าระบบกระทำแผนผลิตไฟฟ้ายื่นเรื่องนายกรัฐมนตรีดึงโรงไฟฟ้าก๊าซออกจากกิจการรุนแรง
นายสมบูรณ์ อารยะสกุล รองผู้ว่าการพัฒนาการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานนิทรรศการคุณภาพ กฟผ.ประจำปี 2553 ว่า ขณะนี้เป็นห่วงผลกระทบจากกฏหมายมาตรา67วรรค2 แห่งรัฐธรรมนูญปี 2550 ต่อการสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติของกฟผ.2 แห่ง คือ โรงไฟฟ้าจะนะหน่วยที่ 2 และโรงไฟฟ้าวังน้อยหน่วยที่ 4 กำลังการผลิตรวม 1,600 เมกะวัตต์ จะต้องเลื่อนการก่อสร้างออกไป เนื่องจากเกรงว่าจะเข้าข่าย 18 ประเภทกิจการรุนแรง และอาจส่งผลต่อแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ.2553-2573 หรือ พีดีพี 2010
ทั้งนี้ทางกระทรวงพลังงานได้ยื่นเรื่องไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้พิจารณาดึงโรงไฟฟ้าก๊าซฯออกจากประเภทกิจการรุนแรง เพราะเมื่อเทียบกับมาตรฐานสากล ไม่เคยมีประเทศไหนระบุว่าโรงไฟฟ้าก๊าซฯจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมรุนแรง ซึ่งที่ผ่านมาเคยชี้แจงกับคณะกรรมการ 4 ฝ่าย ฯแก้ปัญหามาบตาพุดไปแล้ว แต่ก็มีกรรมการบางคนนำข้อมูลเก่าเข้าใช้ แตกต่างจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
“โรงไฟฟ้าก๊าซฯไม่ควรจะเข้าข่ายเป็นกิจการที่ส่งผลกระทบรุนแรง และไม่เห็นมีประเทศไหนระบุไว้ ซึ่งเรื่องนี้คงต้องชี้แจงกันให้เข้าใจ ไม่เช่นนั้นหากโครงการติดอยู่ใน 18 กิจการรุนแรง ทำให้ต้องเลื่อนการก่อสร้างและนำโรงไฟฟ้าเข้าระบบไปอีก จะกระทบต่อแผนผลิตไฟฟ้าได้ และในทางกลับกันต้องการเร่งโรงไฟฟ้าก๊าซฯ2 แห่งให้เข้าระบบเร็วขึ้น จากเดิมที่กำหนดไว้ ปี 2557 เพื่อทดแทนความล่าช้าของโรงไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ 2 รายที่ต้องมีการย้ายพื้นที่และเข้าระบบช้าไป 1-2 ปี ซึ่งหากโครงการต้องล่าช้าก็ต้องใช้วิธีประหยัดไฟฟ้าแทนเพราะไม่สามารถสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ได้ ”นายสมบูรณ์ กล่าว
นายสมบูรณ์ กล่าวถึงความคืบหน้าแผนสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินว่า ตามแผนในระยะ 20 ปี ข้างหน้า กำหนดให้มีโรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาด จำนวน 9 แห่งกำลังการผลิตรวม 7,200 เมกะวัตต์ โดยจะมีโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งแรกเข้าระบบในปี 2562 ในปัจจุบันอยู่ระหว่างการคัดเลือกพื้นที่และทำมวลชนสัมพันธ์ ซึ่งพื้นที่เป้าหมายที่กำหนดไว้อยู่ในบริเวณภาคใต้ เช่น นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ชุมพร เป็นต้น
อย่างๆไรก็ตามในอนาคตโรงไฟฟ้าถ่านหินยังเป็นทางเลือกในการผลิตไฟฟ้า เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่สูงขึ้นต่อเนื่อง สามารถสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานได้ แต่ยอมรับว่าคนไทยยังมีทัศนคติที่ไม่ดีกับโรงไฟฟ้าถ่านหิน จำเป็นต้องใช้เวลา ประกอบกับเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินมีความก้าวหน้าไปมาก ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เหมือนในอดีต และเมื่อเทียบกับต้นทุนการผลิตไฟฟ้ากับเชื้อเพลิงจากน้ำมันและก๊าซฯก็ยังถูกกว่า







